โรคแมลงศัตรูพืช, พืชตระกูล ปาล์ม

ุด้วงไฟศัตรูตัวร้ายของพืชตระกูลปาล์ม แต่กำลังเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

NULL

   เมื่อกล่าวถึงด้วงไฟ หลายคนอาจไม่รู้จัก แม้แต่นักกีฏวิทยาหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับแมลงเองก็ยังลืมเลือนชื่อนี้ไป แต่หากพูดถึงด้วงงวงมะพร้าว ด้วงลาน ด้วงสาคู ก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จัก และมักจดจำชื่อวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วยว่าชื่อ Rhynchophorus ferrugineus Oliver ซึ่งเป็นดวงงวง ในวงศ์ Curculionidae อันดับ Coleoptera

          

fiogf49gjkf0d

ทำไมจึงมีการพูดถึงด้วงไฟ ก็เนื่องจากมีข่าวว่าขณะนี้ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังมีด้วงไฟเข้าทำลายในพืชตระกูลปาล์ม และได้มีการขอความร่วมมือจากประเทศไทยเพื่อหารือถึงแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อให้หลายคนที่เคยรู้จักด้วงไฟแต่อาจจะลืมเลือนและผู้ที่ยังไม่เคยรู้จักได้ทำความรู้จัก ก็จะขอทบทวนเรื่องราวชีวิตตลอดจนข้อมูลที่น่าสนใจของด้วงชนิดนี้ให้รู้จักกันอีกครั้ง

          ด้วงไฟเป็นด้วงงวงที่ชอบเข้าทำลายต้นมะพร้าว ปาล์มน้ำมันและพืชตระกูลปาล์มชนิดอื่น ๆ มีขนาดลำตัวยาว 2.5- 2.8 เซนติเมตร สีน้ำตาลปนส้ม หรือสีน้ำตาลปนดำ มีจุดแต้มสีน้ำตาลเข้มกระจายบริเวณด้านบนของอกปล้องแรก ปีกคู่หน้ามีริ้วรอยเป็นเส้น ๆ ตามความยาวของปีก ปีกคลุมไม่มิดส่วนท้อง เพศผู้และเพศเมียมีความแตกต่างกันโดยเพศผู้มีขนที่มองเห็นได้ชัดเจน เรียงกันเป็นแนวบริเวณส่วนกลางตามความยาวด้านบนของวง ด้วงไฟมีวงจรชีวิต 133-276 วัน โดยมีระยะไข่ 2-3 วัน ระยะหนอน 61-109 วัน ระยะดักแด้ 9-25 วัน และตัวเต็มวัยมีอายุ 61-139 วัน พฤติกรรมของด้วงชนิดนี้ชอบวางไข่บริเวณยอดมะพร้าวที่ด้วงแรดได้กัดเป็นผลไว้แล้วหรือตามรอยแตกของเปลือกลำต้นรวมทั้งรอยแผลที่เกิดขึ้นบริเวณลำต้น นอกจากนี้ด้วงไฟเองยังมีความสามารถเจาะบริเวณส่วนที่อ่อนที่สุดของต้นมะพร้าว เพื่อวางไข่ได้อีกด้วย หนอนเมื่อฟักออกจากไข่จะกัดทำลายภายในยอดมะพร้าวหรือต้นมะพร้าว และอาศัยกัดกินอยู่จนตลอดชีวิต ทำให้เกิดแผลเน่า โดยเฉพาะบริเวณคอมะพร้าวเป็นบริเวณที่ด้วงไฟชอบอาศัยกัดกินจนยอดแห้ง หักพับ และหลุดร่วงไป การทำลายของหนอนภายในลำต้นจะทำให้มีแผลเน่าต่อเนื่องกัน จนมีของเหลวคล้ายยางไหลซึมออกมาภายนอกลำต้น หากการทำลายรุนแรงสามารถทำให้มะพร้าวยืนต้นตายได้ และถ้าหากด้วงไผเข้าทำลายบริเวณโคต้น หนอนจะกัดกินท่อน้ำ ท่ออาหารจนต้นมะพร้าวเป็นโพรง ไม่สามารถลำเลียงน้ำและอาหารไปเลี้ยงส่วนยอดได้ ต้นมะพร้าวก็จะตายหรือโค่นล้มลงในที่สุด


          ในเรื่องของการป้องกันกำจัด ขณะนี้ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการระบาดของด้วงไฟ มีพบบ้างประปรายตามสวนมะพร้าวทั่วไป อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทก็ควรมีการป้องกันไม่ให้ด้วงชนิดนี้เกิดการระบาดได้ โดยจะต้องกำจัดด้วงแรด ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดช่องทางในการวางไข่ของด้วงไฟให้หมดไปจากสวนมะพร้าว นอกจากนี้ยังต้องระมัดระวังไม่ให้ลำต้นมะพร้าวเกิดแผล ซึ่งจะเป็นช่องทางให้ด้วงไฟเข้ามาวางไข่ได้เช่นกัน และสำหรับวิธีการกำจัดก็ต้องเตรียมไว้เช่นกัน ซึ่งนอกจากจะต้องศึกษาหาข้อมูลและรวบรวมวิธีการกำจัดหลาย ๆ วิธีแล้ว เรายังมีวิธีการกำจัดที่คิดว่าน่าจะได้ผลดี เพราะจากข้อมูลเกี่ยวกับแมลงกินได้ มีรายงานว่าด้วงไฟเป็นแมลงกินได้ชนิดใหม่ที่กำลังมาแรง เป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงทำให้มีการเพาะเลี้ยงกันมากในแถบจังหวัดภาคใต้ และพบว่าด้วงไฟเป็นแมลงที่เพาะเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโตมีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี ผู้สนใจสามารถหามาเพาะเลี้ยงได้ โดยเริ่มแรกให้นำด้วงไฟทั้งเพศผู้และเพศเมียที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ใส่ลงในท่อนสาคู/ท่อนลาน ไม่นิยมเลี้ยงในท่อนมะพร้าว เพราะเนื้อในของลำต้นมะพร้าวมีความแข็งไม่สามารถนำมาเลี้ยงด้วงไฟได้ตลอดทั้งต้น นำท่อนสาคู/ท่อนลานดังกล่าวไปไว้ในกรงตาข่ายที่ปิดมิดชิด ทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน จะได้ตัวเต็มวัยของด้วงไฟ ต่อจากนั้นจะเป็นการเลี้ยงเพื่อเพิ่มปริมาณด้วงไฟ โดยนำด้วงไฟเพศผู้และเพศเมียที่เลี้ยงได้ปล่อยลงในท่อสาคู/ท่อนลาน ที่ตัดให้มีขนาดความยาวท่อนละ 50 เซนติเมตร จำนวนท่อนละ 3 คู่ หรือเพศผู้ 2 ตัว/เพศเมีย 4 ตัว ปิดด้านบนของท่อนสาคู/ท่อนลาน รดน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 40-45 วัน จึงจับด้วงไฟออกขาย ซึ่งด้วงไฟที่จับขายเป็นด้วงที่อยู่ในระยะหนอนวัยสุดท้ายหรือระยะดักแด้ซึ่งเป็นวันที่ผู้บริโภคชื่นชอบมาก สามารถขายหนอนวัยสุดท้ายในราคา 200 บาท/1 กิโลกรัม และดักแด้ขายได้ถึง 300 บาท/1 กิโลกรัม


          ส่วนวิธีการนำไปบริโภค ให้นำหนอนหรือดักแด้ด้วงไฟ ล้างน้ำและแช่น้ำเกลือทิ้งไว้ 10-15 นาทีเพื่อล้างสิ่งสกปรกทั้งภายนอกและภายในตัวหนอน สามารถนำด้วงไฟไปบริโภคได้หลายรูปแบบ เช่น คั่วเกลือ ทอดในน้ำมัน ผัดขี้เมา ฯลฯ


          จากข้อมูลทั้งหมดพอจะเห็นภาพได้ว่า ด้วงไฟเป็นด้วงที่เรารู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี เป็นด้วงที่ทางการคงต้องจับตามองทั้งในด้านที่อาจเกิดระบาดและในด้านการส่งเสริมการบริโภคว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร โดยเฉพาะการนำไปบริโภคคงต้องมีวิธีการควบคุมมาตรฐานเกี่ยวกับสุขอนามัยในการนำด้วงไฟไปประกอบอาหาร สำหรับเรื่องนี้คงต้องรวมถึงการบริโภคแมลงกินได้ชนิดอื่น ๆ ทั้งหมดด้วย


ที่มา : ศุภชัย แก้วมีชัย. โลกเกษตร. เดลินิวส์. วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2547 หน้า 12.