หนู, สัตว์เลี้ยงน่ารัก

“ฮิปโป” หนูไม่มีขนสัตว์แปลกที่มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา

NULL

                ฮิปโป เป็นหนูแกสบี้พันธุ์ Baldwinsจัดเป็นหนูไม่มีขน เป็นสัตว์ฟันแทะมีถิ่นกำเนิดที่เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา เป็นการกลายพันธุ์จากการผสมพันธุ์ระหว่างหนูแกสบี้ด้วยกันเอง (แต่เป็นหนูแกสบี้คนละสายพันธุ์) เมื่อแรกเกิดลูกหนูยังมีขนขึ้นตามตัวอยู่ แต่พอเริ่มโตขนก็เริ่มร่วงลงไปจนกลายเป็นหนูไม่มีขน บุคคลที่เพาะพันธุ์ได้คนแรกคือคุณคารอล มิลเลอร์ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมาเพื่อให้ลูกหนูมีขนน้อยที่สุด เหตุผลที่คนไทยเรียกหนูชนิดนี้ว่า ฮิปโป เนื่องจากมีลักษณะรูปร่างคล้ายกับตัวฮิปโปย่อส่วนลงมา เป็นสัตว์เลี้ยงที่แปลกอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเริ่มนำเข้ามาเลี้ยงประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมานี้เอง

fiogf49gjkf0d

                คุณปิยสิชฌ์ พัฒนะพราหมณ์ ได้นำเข้าหนูฮิปโปมาจากประเทศญี่ปุ่นมาเลี้ยงในบ้านเราได้ประมาณปีเศษ ปัจจุบันมีหนูฮิปโปเพศผู้อยู่ 2 ตัว (เหตุผลที่นำเข้าเพศผู้เพื่อนำมาทดลองใช้ผสมพันธุ์กับหนูสายพันธุ์อื่น ๆ) ขนาดของหนูที่ซื้อมาเลี้ยงนั้นเป็นหนูที่มีลำตัวขนาดใหญ่แล้วคือมีความยาวของลำตัวประมาณ 6-7 นิ้ว มีน้ำหนักตัวประมาณ 1 กิโลกรัม และมีราคาซื้อ-ขายอยู่ที่ตัวละ 6,000 บาท คุณปิยสิชฌ์บอกว่าหนูชนิดนี้เลี้ยงง่าย กรงที่เลี้ยงเป็นกรงหนูทั่วไปหรือกรงนกก็ได้ แต่ต้องหาตาข่ายรองพื้นด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ขาไปติดในร่องกรง ถ้าเป็นไปได้ใช้กรงขนาดใหญ่หน่อยอย่างน้อยขนาดของกรง 2 ฟุตขึ้นไปเพื่อไม่ให้หนูอึดอัด ภายในกรงควรจะมีของเล่นให้หนูเล่น เช่น บ้าน, ลูกบอล, ท่อ, โพรง ฯลฯ ขวดน้ำ, จานอาหารหรือรางใส่หญ้าขาดไม่ได้ อาหารที่ใช้เลี้ยงหนูฮิปโปหาได้ง่ายในบ้านเรา อาหารที่ชอบคือ หญ้าขน, หญ้าแห้ง, ผักสดบางชนิด ฯลฯ ควรจะมีอาหารเม็ดสำเร็จรูปและวิตามินเสริมด้วยใช้ประเภทเดียวกันกับที่เลี้ยงหนูแกสบี้

                หนูฮิปโปเป็นสัตว์ที่เพาะขยายพันธุ์ได้ง่ายและเป็นสัดทุก 2 สัปดาห์ คุณปิยสิชฌ์บอกถึงพฤติกรรมในช่วงผสมพันธุ์ว่า หนูตัวผู้ที่ต้องการผสมพันธุ์จะก้มหัวลงต่ำและเริ่มเดินไปรอบ ๆ ตัวเมียอย่างช้า ๆ พร้อมกับส่งเสียงครางเบา ๆ และส่ายก้นไปมาเพื่อดึงดูดความสนใจจากหนูตัวเมีย และเมื่อหนูตัวเมียพร้อมที่จะให้ผสมพันธุ์จะยืนนิ่งเพื่อให้ตัวผู้ผสมพันธุ์และตัวผู้จะทำอย่างนี้หลาย ๆ ครั้งภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อหนูตั้งท้องแล้วจะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องประมาณ 3 สัปดาห์ สังเกตที่ท้องด้านข้างจะป่องออกหรืออีกวิธีสังเกตว่าหนูตั้งท้องหรือไม่ จับหนูให้ขาหน้าทั้งสองวางอยู่บนโต๊ะและยกก้นประคองไว้ด้วยมือทั้ง 2 ของเรา ใช้นิ้วมือแตะและกดลงเบา ๆ ไปทางด้านล่างจนกระทั่งสามารถรู้สึกได้ถึงสิ่งที่อยู่นั้น แต่อย่ากดแรงอาจจะกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องได้ หนู ฮิปโป จะแตกต่างจากหนูแกสบี้ทั่วไปตรงที่มีระบบการเผาผลาญอาหารสูงกว่า ทำให้กินอาหารและน้ำมากกว่า เนื่องจากจะต้องผลิตความร้อนเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นกว่าหนูที่มีขน ในการทำความสะอาดร่างกายเพียงแค่เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นสองวันต่อครั้งเท่านั้น

ที่มา : ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ. คอลัมน์ สัตว์สวยป่างาม เดลินิวส์ ฉบับที่ 20,792 วันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2549 หน้า 12.