การเกษตร, ข่าวเกษตร

อาสาทำดี ตามรอยเขื่อนพระราชา

ข้าพเจ้าเห็นพ้องกับรัฐบาลว่า
โครงการอเนกประสงค์โครงการแรกของประเทศไทยนี้
เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจก้าวใหม่ให้ไพศาลออกไป
ปัจจุบันน้ำเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิต
และน้ำกับไฟฟ้าส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เมื่อพลเมืองเพิ่มมากและเร็ว
ก็ต้องเพิ่มน้ำและไฟฟ้าให้ทันความต้องการของพลเมือง
 “ข้าพเจ้าเห็นพ้องกับรัฐบาลว่า
โครงการอเนกประสงค์โครงการแรกของประเทศไทยนี้
เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจก้าวใหม่ให้ไพศาลออกไป
ปัจจุบันน้ำเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิต
และน้ำกับไฟฟ้าส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เมื่อพลเมืองเพิ่มมากและเร็ว
ก็ต้องเพิ่มน้ำและไฟฟ้าให้ทันความต้องการของพลเมือง
พระราชดำรัสของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดเขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม
พ.ศ. 2507 ที่ผ่านมา

จากพระราชดำรัสนี้ บอกได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก
พระองค์ทรงต้องการให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทรงสนพระทัยเรื่องน้ำ
และได้พระราชทานพระราชดำริเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำและเขื่อน เพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศชาติในการขาดแคลนแหล่งน้ำ
เพราะประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม

พระองค์ส่งเสริมให้มีการชลประทาน สร้างฝาย สร้างเขื่อน
และนำผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำจากเขื่อนมาผลิตกระแสไฟฟ้า ก่อเกิดการสร้าง
เขื่อนภูมิพลขึ้นมา
เมื่อครั้งอดีตที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านการเกษตร และพลังงานไฟฟ้า
นับเป็นจุดเริ่มต้นของ โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ของประเทศ
ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำริให้สร้างขึ้น
ก่อเกิดประโยชน์มากมายมหาศาลต่อคนไทยทุกคนมาจนทุกวันนี้

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นายธาตรี ริ้วเจริญ
ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า
กฟผ. จึงได้ร่วมกับสื่อพันธมิตรสานต่อพระราชปณิธานด้านการดูแลรักษาป่าและน้ำ
ด้านความพอเพียง และด้านการเสียสละและการให้ทาน ตามโครงการ
กฟผ. น้อมสืบสานงานของพ่อขึ้นในปี
2560 โดยเส้นทางแรกได้จัดขึ้น ณ พื้นที่เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ในกิจกรรม
อาสาทำดี ตามรอยเขื่อนพระราชา

ด้วยการคัดเลือกประชาชนจิตอาสาร่วม
กิจกรรมโดยคณะจะได้เยี่ยมเขื่อนภูมิพล ซึ่งเป็นเขื่อนพระราชทานนาม
และตามรอยสถานที่ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ เช่น อาคารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ
ซึ่งเคยเป็นสถานที่ทรงงานและประทับแรมระหว่างเสด็จฯ
มาพัฒนาประเทศในพื้นที่ภาคเหนือ
 และอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
ซึ่งปัจจุบันได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์และของใช้ส่วนพระองค์มาจัดแสดง ร่วมกับนิทรรศการเรื่องราวการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล
ที่แสดงถึงพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำที่ก่อเกิดคุณูปการแก่สังคมไทยจนถึงปัจจุบัน
พร้อมกันนี้คณะได้ร่วมพิธีสืบชะตาบวชป่าต้นน้ำ
พร้อมสร้างฝายชะลอน้ำเหนือเขื่อนแม่ปิงตอนล่าง เพื่อเติมความสมบูรณ์ให้ป่าชุมชนที่คนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์
และเรียนรู้ด้านความพอเพียงจากโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ
โรงเรียนบ้านวังไคร้ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ ภายในโครงการมีการเลี้ยงสัตว์
ปลูกผัก และเพาะเห็ดเพื่อเป็นอาหารกลางวันให้นักเรียน
เมื่อเหลือก็นำไปจำหน่ายให้กับคนในชุมชนเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับโรงเรียน
นับเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างพอเพียงระหว่างป่าและชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนผู้ร่วมคณะบริจาคคนละ 89 บาท เข้าโครงการ 89 บาท เพื่อผู้พิทักษ์ป่าสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันไฟป่า
และร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด 89,000
ตัวลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณใต้เขื่อนภูมิพลอีกด้วย และร่วมล่องแพชมวิถีชีวิตและธรรมชาติอันสวยงามเหนือเขื่อนภูมิพลที่คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
และลงตัวในปัจจุบัน.

 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 8/9/2560

เว็ปที่มา  https://www.dailynews.co.th/agriculture/596728

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *