สัตว์ปีก, ปศุสัตว์

อากาศเย็นทำให้สัตว์ปีกในคอกเป็นหวัดแพ้แอมโมเนีย

NULL

                เดือนตุลาคม หย่อมความกดอากาศสูงเริ่มเคลื่อนย้ายเข้าประเทศไทยเป็นระยะ ๆ พาเอาความหนาวเย็นเข้ามาด้วย เป็ดไก่ในเล้าปกติอยู่กระจายและใช้ความร้อนจากกิจกรรมดำรงชีวิต (เมตะโบลิสม) ก็เพียงพอต่อการรักษาอุณหภูมิในตัวซึ่งอยู่ที่ประมาณ 42 องศาเซลเซียส ถ้าหนาวมากและติดตั้งไฟกกไม่พอ ไก่จะเข้ามารวมกลุ่มเบียดกันเพื่อให้อบอุ่นขึ้น และขับถ่ายรวมกันตรงบริเวณนั้น หากมิได้เก็บกวาดออกและหว่านสเม็คไทต์ลงไปจับกลิ่นทุกวัน ก็จะเกิดปัญหามาก

fiogf49gjkf0d

                มูลของเป็ดไก่ซึ่งกินอาหารโปรตีนสูง ยังคงมีโปรตีนตกค้างอยู่ในมูล เมื่อชื้นก็บูดเน่าเกิดก๊าซหลายอย่างที่สำคัญคือก๊าซแอมโมเนียและก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือก๊าซไข่เน่า หากไก่ยังไปเบียดกันแถวนั้นก็จะสูดดมก๊าซทั้งสองอย่างเข้าไปและเกิดการเจ็บป่วย ก๊าซแอมโมเนีย (NH3) มีค่าพีเอช 11 นับว่าเป็นด่างจัด ฉุน แสบจมูก แสบตา ทำให้น้ำตาไหล ไอ จาม น้ำมูกมาก เมื่อไก่หายใจเข้าไปก็รบกวนระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ทำให้ไก่พยายามขับออกโดยการไอ จาม ขณะเดียวกันร่างกายพยายามลดความเข้มข้นของก๊าซแอมโมเนียจึงมีน้ำมูกมากไก่เครียดจัด แล้วตาย อาการเหล่านี้สมัยก่อนมักเรียกว่าเป็นหวัดหน้าบวม สมัยนี้บางคนเข้าใจผิดเป็นไข้หวัดนก


                การพยายามรักษาแบบไก่เป็นหวัดจะไม่ได้ผล เพราะไม่แก้ต้นเหตุ ควรติดไฟกกหลายจุดเพื่อกระจายเป็ดไก่ไปทั่วเล้า เพิ่มการบังลมหนาว เก็บกวาดมูลไก่อย่าให้สะสมจะมีกลิ่นเหม็นได้ หากยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ให้หว่านสารที่ได้จากเถ้าภูเขาไฟ (สเม็คไทต์, แร่ม้อนท์) จากหินละลายภูเขาไฟ (ภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟต) กลบบริเวณนั้น จนไม่มีกลิ่นเหม็น ต้องทำทุกวัน วิธีนี้ก็จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งของหวัด หวัดหน้าบวม หรือแม้แต่หวัดนก แบบที่เคยเกิดมาแล้ว


ที่มา : ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ. นสพ.เดลินิวส์  ฉบับที่  21,178 วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550  หน้า 12.