เกร็ดเกษตรเบ็ดเตล็ด, สาระน่ารู้

อะนิจัง…ชาวนาไทยผู้น่าสงสาร…จริงๆ

fiogf49gjkf0d

แต่เดิมชาวนาไทยทำนาปลูกข้าวเพื่อเป็นอาหารไม่ใช่ปลูกเพื่อการค้า พันธุ์ข้าวก็ใช้พันธุ์พื้นเมืองชนิดที่ไม่ต้องดิ้นรนหาซื้อ ซึ่งมีมากหลากสายพันธุ์ เก็บทำพันธุ์รุ่นต่อรุ่น อันที่จะกลายพันธุ์มีน้อยมากต่างกับปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเมล็ดจะสั้น ดูไม่สวย แต่ทนโรคทนแมลง ไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมียาฆ่าแมลง ฆ่าหนอน ปุ๋ยเคมีก็ใช้น้อย เพราะเรามีโรงงานผลิตปุ๋ยธรรมชาติจากวัว ควาย ฯลฯ ที่เดินกินหญ้าตามหัวคันนาทุกวัน แต่ปัจจุบันเราถูกครอบงำด้วยระบบทุนนิยม ทำนาปลูกข้าวเป็นการค้า…เปลี่ยนจากเดิมที่ปลูกเพื่อกิน ผลก็คือ…1) ชาวนาไม่สามารถปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองของตัวเองได้เพราะตลาดไม่ต้องการ 2) ชาวนาต้องปลูกข้าวตาม order ของท่าข้าวนครสวรรค์เท่านั้น 3) เมื่อปลูกข้าวพันธุ์เดียวกันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน แมลงศัตรูพืชก็เริ่มระบาดต้องใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่น 4) เมื่อฉีดพ่นยาทุกวัน สุขภาพก็เริ่มแย่เนื่องจากร่างกายอาบไปด้วยสารพิษสารเคมีทางการเกษตร 5) ยิ่งทำก็ยิ่งจน เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะค่ายาข้าว ค่ายาคน ฯลฯ ไม่มีปีไหนที่ไม่ขาดทุน …

ในอดีตการทำนาคือการผลิตอาหารไม่ใช่เป็นการหาเงิน
ทำนาในอดีตจึงทำเพื่อเก็บใส่ยุ้งฉาง ปลูกข้าวเพียง 3 เดือนก็พอกินได้ทั้งปี
นับเป็นงานที่ดีมาก ไม่เหมือนงานราชการหรืองานเป็นลูกจ้างเขา
จะให้มีกินทั้งปีก็ต้องทำงานแลกเงินทุกเดือนทั้ง 12เดือน
ในอดีตนั้นเราไถนาด้วยวัวควาย อาศัยขี้วัวขี้ควาย
มีเงินก็หาซื้อปุ๋ยขี้ค้างคาวมาใส่นาบ้าง ขากลับจากนาก็เก็บผักหาปลากลับบ้าน
แม้มีเงินไม่มากแต่มีข้าวเต็มยุ้งฉาง
ที่สำคัญทุกคนได้กินข้าวที่ตนเองปลูกและซ้อมกับมือ สังเกตุว่า…ร่างกายจะแข็งแรง
ไม่ค่อยเจ็บป่วยเป็นโรค ไม่มีหนี้สิน
หรือที่ทุกวันนี้เรียกว่า…”เครดิต”อะครับ
…ยิ่งปัจจุบันนี้ชาวนากว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์เป็นชาวนามือถือ…จ้างไถ
จ้างคนหว่านหรือปักดำต้นกล้า จ้างคนหว่านและซื้อปุ๋ยเคมี จ้างคนฉีดยากำจัดศัตรูพืช
จ้างคนเกี่ยวข้าว สรุปว่าจ้างอย่าง…แล้วจะทำนาเพื่อ…
? เพราะรู้ท้ังรู้ว่าขาดทุนแน่ๆ…หรือคิดได้แค่ว่า…ไม่อยากให้ผืนนาว่างเปล่า

เราต้องคิดให้ได้ว่า
“ชาวนาต้องไม่ซื้อข้าวเขากิน” แท้จริงแล้วท้องนาให้ผลผลิตได้มากกว่าข้าว
หากทำให้ท้องนามีผลผลิตทั้งปี ชาวนาจะอยู่ได้อย่างสบายไม่เดือดร้อนนั้น
ก็ต้องหันกลับมาปลูกข้าวด้วยแรงกาย ช่วยกันหว่านช่วยกันใส่มูลสัตว์ ปุ๋ยคอก
ปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ ใช้พันธุ์ข้าวที่หลากหลายเพื่อไม่ให้แมลงทำลายได้ง่าย
มุมนาก็ขุดบ่อเลี้ยงปลาจะได้มีกินทั้งปี เหลือก็แจกจ่ายขายแลกสินค้า
คันนาก็มีประโยชน์ปลูกพริก
ปลูกไม้ใหญ่อย่าง…”ยางนา”เป็นไม้เกษียณ…ก็ได้
หรือจะปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ก็ทำได้ หมดหน้านาก็ปลูกแตงโม แตงกวา ฟักทอง น้ำเต้าฯลฯ
…คิดแค่นี้…ก็ปลดหนี้ปลดสินได้แล้ว
….ชาวนาท่านใดอยากรวยคิดต่อได้…แต่อย่าลืมปฏิบัตินะคร้าบ….ลิงท่านมีคำถาม
เรามีคำตอบ
มีแนวคิดดีๆให้ครับ…โทรศัพท์มาพูดคุยแลกเปลี่ยนได้ที่ฝ่ายวิชาการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
(02-9861680-2) หรือที่ผู้เขียน (081-3983128)

 

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์
ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558
เสนอแนะติชมได้ที่
email :
thaigreenagro@gmail.com