เกร็ดเกษตรที่ควรรู้, สาระน่ารู้

อยากลดต้นทุนเรื่องยาฆ่าแมลง ต้องสร้างความแข็งแรงให้พืชตั้งแต่เริ่มต้น

ประเทศอินโดนีเซีย มีเกาะอยู่เกาะหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการไปดูงานเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะที่นี่จะมีความโดดเด่นมาก เนื่องด้วยว่าเกษตรกรของที่นี่เพาะปลูกอะไรก็แทบไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือยาใดๆ เลย ก็สามารถที่จะเพาะปลูกและให้ผลผลิตได้ไม่แพ้เกษตรกรบางประเทศที่ต้องพึ่งพิงอิงแต่สารเคมีที่นำเข้ามาแต่เพียงอย่างเดียว

เกาะที่ว่านี่ก็คือเกาะ บาหลีนั่นเองครับ เกาะบาหลี เป็น 1 ใน 34 จังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย เมืองสำคัญคือเดินปาซาร์ พื้นที่ทั้งหมด 5,634.40 ตารางกิโลเมตร มีประชากรทั้งสิ้น 3,422,600 คน ซึ่งไม่ว่าเราจะเดินสำรวจหรือขับรถนั่งเล่นรอบเกาะ ก็จะไม่ค่อยได้เห็นรายขายปุ๋ยยาชุกชุมเยอะแยะมากมายเหมือนประเทศไทย เพราะเกษตรกรที่นี่นิยมชมชอบการเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ

 

 

ปัจจัยที่เกื้อหนุนให้เกษตรกรที่นี่สามารถที่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษได้อย่างดีเยี่ยมก็คือ ดินที่เพาะปลูกอยู่ด้านล่างนั้น เป็นหินแร่ภูเขาไฟเก่า ที่ระเบิดเกิดขึ้นมาหลายล้านปี เมื่อผ่านกระบวนการทางสภาพแวดล้อมจากกิจกรรมของไส้เดือน จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินสูงมาก เพาะปลูกพืชอะไรก็งาม และเจริญเติบโตได้ดี

และที่สำคัญส่วนประกอบของหินแร่ภูเขาไฟนั้น เขาจะมีซิลิก้า (sio2) ที่พร้อมจะละลายแตกตัวเป็น ซิลิคอน (H4sio4) อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถที่ดูดกินขึ้นไปสะสมทำให้ผนังเซลล์ของพืชแข็งแกร่ง มีภูมิคุ้มกันในการต่อต้านเพลี้ย หนอน แมลง ราและไรได้เป็นอย่างดี จึงเป็นเคล็ดลับสำคัญที่เกษตรกรเกาะบาหลีไม่ค่อยใช้ปุ๋ย ยา ฆ่าแมลงมากมายเหมือนเกษตรกรที่ประเทศไทย

 

  

 

แปลงเพาะปลูกพืชที่ใส่หินแร่ภูเขาไฟลงไปประมาณ 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ จะช่วยทำให้พืชมีภูมิต้านทานต่อโรคแมลง เพลี้ย หนอน รา และไร ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเกษตรกรที่นิยมชมชอบในเรื่องการทำเกษตรปลอดสารพิษ ควรศึกษาเรื่องการใช้หินแร่ภูเขาไฟในการป้องกันกำจัดโรคแมลงให้ลึกๆดู จะรู้ว่าการทำเกษตรที่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้สารพิษแม้แต่หยดเดียวก็ได้

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com