การนำเข้า-ส่งออก, ข่าวเกษตร

ห้องเย็นค้านลดผลิตกุ้งลง 20% ขู่ไม่พอใช้หันนำเข้ามาแปรรูป

                ห้องเย็นค้านลดกำลังการผลิตกุ้งปี 2551 ลง 20% หวั่นกระทบความสามารถในการแข่งขัน ประกาศหากผลผลิตภายในไม่พอใช้แปรรูปส่งออกพร้อมนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่สมาคมกุ้งยันลดผลิตแน่หลังแบกต้นทุนอ่วม กรมประมงโดดห้ามศึก เรียกทุกฝ่ายหารือกำหนดเป้าผลิต เป้าส่งออกให้ชัดอีกครั้ง 18 ม.ค. นี้

fiogf49gjkf0d

                นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ถึงกรณีสมาคมกุ้งไทย สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งหลายจังหวัดได้ประกาศที่จะลดกำลังการผลิตกุ้งในปี 2551 ลง 20% โดยระบุเป็นผลจากมีภาระต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นมากว่า รู้สึกเห็นใจเกษตรกร แต่ก็หวั่นเกรงว่า หากลดกำลังการผลิตลงเพื่อดันราคาขายให้สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันการส่งออกกุ้งของไทยได้ เนื่องจากโรงงานแปรรูปก็จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น และอาจขาดแคลนวัตถุดิบ ในเรื่องนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหารือกันอย่างเร่งด่วนว่าปริมาณการเลี้ยงที่เหมาะสมกับต้นทุนควรอยู่ที่เท่าใด เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้


                ขณะเดียวกันนายพจน์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจากตัวเลขการส่งออกกุ้งในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2550 ซึ่งมีการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปริมาณรวม 269,378.16 ตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5% ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกในรูปกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งปริมาณ 166,237.38 ตัน และในรูปกุ้งแปรรูป ปริมาณ 103,140.78 ตัน ขยายตัว 24.15 และ 15.90% ตามลำดับ


                จากข้อมูลดังกล่าวขี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การส่งออกรูปกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งซึ่งเป็นสินค้าพื้นฐานมีมูลค่าต่ำ มีคู่แข่งขันมากมีอัตราการขยายตัวในอัตราสูง ขณะที่การส่งออกรูปกุ้งแปรรูปซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงขยายตัวลดลง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยลง


                เวลานี้การส่งออกกุ้งที่มีมูลค่าเพิ่มลดลง แต่กุ้งสดเบสิกธรรมดาขยายตัวเพิ่มขึ้น ถือเป็นการเติบโตแบบถอยหลัง ดังนั้นถ้าเราหวังจะส่งกุ้งแช่แข็งธรรมดาเพื่อให้ได้เม็ดเงินมากขึ้นก็ต้องส่งออกในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ถ้าลดการเลี้ยงลงด้วย ส่งออกกุ้งที่มีมูลค่าเพิ่มลดลงด้วยแล้วเม็ดเงินจะอยู่ไหน สำหรับผมบอกได้เลยว่าไม่สบายใจแทนสมาชิกสมาคมเพราะถ้าลดปริมาณเลี้ยงกุ้งลงเราจะเสียสัดส่วนเชิงความสามารถในการแข่งขันของมาร์เก็ตแชร์ได้ ซึ่งหากวัตถุดิบไม่พอเราก็จำเป็นต้องนำเข้ามาแปรรูป


                นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ทางเกษตรกรจะลดปริมาณการเลี้ยงกุ้งลง อย่างแน่นอนเพราะในปี 2550 ที่ผ่านมาต้นทุนการเลี้ยงกุ้งทั้งวัตถุดิบอาหารกุ้ง ค่าน้ำมันที่ใช้ในการขนส่ง ใช้เติมเครื่องตีน้ำ และอื่น ๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก เฉลี่ยเกษตรกรมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากเดิมไม่ต่ำกว่า 20% สิ่งเดียวที่ทำไดในเวลานี้คือการลดกำลังการผลิตหรือซัพพลายลงเพื่อดันราคาทั้งในประเทศและในตลาดโลกให้สูงขึ้น


                ราคากุ้งช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีที่แล้วราคาตกต่ำมาก อาทิ กุ้งขาวขนาด 50 ตัว/กก. เฉลี่ยอยู่ที่ 95 บาท/กก. จากปีก่อนหน้าเฉลี่ยที่ 120-130 บาท/กก. แต่ตอนนี้ของมีน้อยราคาขยับขึ้นไปเฉลี่ยที่ 148 บาท/กก. ปีนี้ไม่รู้ราคาจะผันผวนอย่างไร การลดการเลี้ยงเป็นหนทางรอดหนึ่ง


                ด้านนายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองอธิบดีกรมประมง ประธานคณะกรรมการบริหารสินค้ากุ้ง และผลิตภัณฑ์ (มิสเตอร์กุ้ง) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 มกราคมนี้ ทางคณะกรรมการจะแถลงถึงผลงานในรอบปี 2550 และจะเชิญตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งอธิบดีกรมประมง รองอธิบดี สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมกุ้งไทย และชมรมสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศร่วมหารือถึงปัญหาอุปสรรค สรุปปริมาณผลผลิตกุ้งทั้งปี และการส่งออกกุ้งในปี 2550 นอกจากนี้จะช่วยกันกำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ในปี 2551 ด้วย เบื้องต้นในส่วนของกำลังการผลิตกุ้งในปี 2550 คาดจะมีผลผลิตประมาณ 450,000 ตัน ลดลงจากปี 2549 ที่มีผลผลิตประมาณ 530,000 ตัน เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ราคากุ้งตกต่ำเป็นผลจากตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดส่งออกสัดส่วนกว่า 60% ของการส่งออกในภาพรวมเกิดปัญหาซับไพรม์ (หนี้ด้อยคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์) ทำให้กำลังซื้อลดลงและนำเข้าลดลง


                อนึ่ง ในปี 2550 สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย คาดว่าส่งออกสินค้ากุ้งแปรรูปเงินบาทจะขยายตัวลดลง 7% รูปดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% และแง่ปริมาณจะลดลง 7% จากปี 2549 ไทยมีการส่งออกกุ้งรูปเงินบาทและรูปดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่า 76,036 ล้านบารท และ 1,999 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ และแง่ปริมาณส่งออกทั้งสิ้น 305,807 ตัน


ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ. ปีที่ 28 ฉบับที่ 2,286 วันที่ 10-12 มกราคม 2551 หน้า 6.