อรรถประโยชน์หินแร่ภูเขาไฟ, หินแร่ภูเขาไฟ

หินแร่ภูเขาไฟ…”ใช้แทน” ปุ๋ยเคมี

ยุคนี้ต้องยอมรับว่า….ใคร ๆ ก็หันมาใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์หรือตามวิถีพอเพียง เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์หรือหน่วยงาน  การทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษนับวันจึงได้รับความสนใจจากกลุ่มเกษตรกรที่หลากหลายทั้งเกษตรกรในระดับรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ เกษตรกรระดับกลาง ๆ ปลูกเพื่อขายผลผลิตสร้างรายได้เป็นหลัก เกษตรกรเชิงท่องเที่ยวและอนุรักษ์คือสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก เกษตรกรเชิงประชาสัมพันธ์คือทำเกษตรกรรมไปด้วย เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้สนใจไปพร้อมกัน

เมื่อความต้องการหรืออุปสงค์มีมาก (Demand) ความต้องการขายหรืออุปทาน (supply) ก็มากตามไป ปัจจัยการผลิตแนวเกษตรปลอดภัยจึงถูกนำมาใช้ในกระบวนการนี้เยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นที่ตอนนี้เกษตรกรกำลังให้ความสนใจอย่างมากคือ หินแร่ภูเขาไฟ (Volcanic Rock) หรือบางคนก็เรียกว่าว่า ซีโอไลท์ (Zeolite) เนื่องด้วยว่าโดยเนื้อแท้ของหินแร่ภูเขาไฟ เขาจะมีแร่ธาตุและสารอาหารที่เกือบครบถ้วน ขาดแต่เพียงไนโตรเจนเท่านั้น เกษตรกรเมื่อนำไปใช้กับปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก อินทรียวัตถุ (Organic Matter) ก็จะทำให้ดินครบถ้วนสมบูรณ์เรื่องธาตุอาหาร เมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานาน ดินก็จะมีส่วนของแร่ธาตุสารอาหารเหมือนกับ เกาะภูเขาไฟอย่าง บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย, พื้นที่รอบภูไฟ ฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น หรือ ทุ่งกุลาร้องไห้ ภาคอีสานที่ทำให้ข้าวหอมมะลิกลายเป็นข้าวหอมที่อร่อยที่สุดในโลก

 

 

แร่ธาตุจากหินแร่ภูเขาไฟจะมีทั้ง ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซ๊ยม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม นิกเกิ้ล ฯลฯ อีกทั้งยังมีแร่ธาตุซิลิกอน (H4Sio4) ที่สามารถละลายในน้ำพืชดูดขึ้นไปใช้สะสมในผนังเซลล์ช่วยทำให้มีภูมิต้านทาน แข็งแกร่งต้านต่อการเข้าทำลายของเพลี้ย หนอน แมลง ราและไร ดังนั้นหินแร่ภูเขาไฟจึงมีความแตกต่างจากกลุ่มวัสดุปูนอย่าง “โดไลไมท์ (Dolomite)” และ “ฟอสเฟต Phosphate” ซึ่งจะมีเพียงแค่ แคลเซียม, แมกนีเซียมและฟอสฟอรัสเท่านั้นและข้อเสียของกลุ่มวัสดุปูนเหล่านี้คือจะเหมาะสมต่อการใช้เมื่อดินจะต้องเป็นกรดมีค่าพีเอชต่ำกว่า 5.8 ลงมา

ถึงแม้ว่าปริมาณธาตุอาหารในหินแร่ภูเขาไฟจะมีหลากหลาย แต่ก็มีในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปุ๋ยเคมี แต่ข้อดีก็คือเมื่อใช้ไปนาน ๆ ธาตุอาหารส่วนที่เหลือก็จะค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้น ทำให้เป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในดินเข้ามาสร้างกิจกรรม ทำให้ดินโปร่ง ฟู ร่วนซุย ระบายถ่ายเทน้ำดี และที่สำคัญช่วยเสริมเพิ่มเติมธาตุรอง ธาตุเสริมให้แก่ดิน ซึ่งปุ๋ยเคมีจะมีแต่เพียงธาตุหลัก ๆ เท่านั้น ธาตุรอง ธาตุเสริมจะไม่มีหรือมีน้อย

การใช้หินแร่ภูเขาไฟปรับปรุงบำรุงดินควบคู่ไปกับการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ (Compost) จะช่วยทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ในระยะยาวก็จะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ต้นทุนต่ำ ผลผลิตเพิ่ม รายได้เพิ่ม

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *