เห็ดฟาง, สารพันเห็ด

หัวเชื้อ อุณหภูมิ วัตถุดิบฯ ปัจจัยส่งเสริมให้เพาะเห็ดฟางประสบความสำเร็จ

เห็ดฟางเพาะง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าทำไม่ถูกขั้นตอนก็มักจะล้มเหลว วงจรชีวิตหลังจากเพาะจนถึงให้ผลผลิตช่วงหน้าร้อน หรือหน้าฝนใช้เวลาประมาณ 8วัน ถ้าเป็นหน้าหนาวจะใช้เวลาประมาณ 10-12วัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไปกระตุ้น ยิ่งอุณหภูมิสูงขึ้นก็อาจเหลือแค่ 7วันเท่านั้น การงอกของเห็ดฟางต้องอาศัยแสงแดด แต่เนื่องจากเห็ดฟางไม่ชอบแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะเห็ดฟางกองเตี้ย ถ้าโดนแสงแดดมากเกินไปเส้นใยอาจจะตายได้ง่าย ดังนั้นหลังจากขึ้นกองเพาะเสร็จควรคลุมกองเพิ่มอุณหภูมิด้วยผ้าพลาสติก ตามด้วยฟางแห้งหรือหญ้าคาปิดคลุมทับอีกชั้นเพื่อพรางแสงแดดให้ดอกเห็ด เหตุผลที่ว่า…เห็ดฟางที่ไม่โดนแสงแดดจัดจะมีสีขาวนวลสวย แต่เมื่อไหร่ที่โดนแสงแดดมากๆดอกเห็ดจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำเร็วทันที

 

 

วัตถุดิบที่ดีที่จะนำมาเพาะเห็ดฟางก็เช่นกัน ควรแห้งไม่เปียกชื้น หรือขึ้นรามาก่อนหน้า จะใช้ได้ดีกว่า ฟางข้าวที่ใช้ได้ทั้งฟางข้าวเหนียว ฟางข้าวเจ้า หรือแม้แต่ฟางที่นวดเมล็ดออกแล้ว ยิ่งเป็นตอซังเกี่ยวถอนติดดินยิ่งให้ผลผลิตดี เมื่อเทียบวัสดุที่กล่าวมาก่อนหน้า เนื่องจากตอซังมีอาหารและอุ้มน้ำได้ดีกว่า ส่วนอาหารเสริมคือตัวช่วยให้เส้นใยเจริญเป็นดอกเห็ดได้ดี ให้ผลผลิตสูงกว่าที่ไม่ใส่ประมาณเท่าตัว อาหารเสริมในธรรมชาติเราหาได้จากละอองข้าว มูลสัตว์ ไส้นุ่น ไส้ฝ้าย ผักตบสับตากแห้ง จอกแหนแห้ง และเศษวัสดุที่เหลือจากการเกษตร ที่นิ่มอุ้มน้ำได้ดี พึงตระหนักไว้ว่าวัสดุที่จะนำมาเป็นอาหารเสริม ต้องไม่สิ้นเปลืองหรือลงทุนมากเกินไป เนื่องจากเห็ดฟางมีอายุเก็บเกี่ยวที่สั้น จึงจำเป็นต้องพิถีพิถันเลือกเชื้อที่มีคุณภาพ เชื่อถือไว้ใจได้ โรงบ่มเชื้อต้องสะอาด ที่สำคัญคุณภาพต้องเหมาะสมกับราคาที่ขาย

โรคแมลงศัตรูเห็ดฟางที่พบเจอส่วนใหญ่เป็นจำพวก มด ปลวก ไรเห็ด วิธีป้องกันในอดีตชาวบ้านมักใช้สารเคมีพวกเซฟวินหว่านโรยรอบๆกอง ซึ่งไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเซฟวินหรือคาร์บาริลเป็นสารเคมี หากบริโภคเข้าไปทำให้เป็นอันตรายได้ ดังนั้นการป้องกันทำได้โดยฉีดพ่นกองเพาะด้วยสมุนไพรที่กลิ่นแรงๆ หรือน้ำส้มควันไม้ก็สามารถไล่มดไล่ปลวก ไม่ควรใช้สารเคมีเพราะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เนื่องจากดอกเห็ดจะดูดซึมน้ำที่มีสารเคมีปะปนเข้าไปด้วย ไรเห็ดก็ให้ใช้ไมโตฟากัสซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ใช้กำจัดไรเห็ดโดยตรง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ผู้บริโภค สำหรับเชื้อราเขียว ราดำฯลฯ ก็ให้แก้โดยใช้ไบโอเซ็นเซอร์ 50กรัม ผสมน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่น 2-3ครั้งห่างกันประมาณ 3วันช่วงหมักฟาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680 – 2 หรือผู้เขียน 081-3983128 หรือHotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

 

  

 

คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *