จุลินทรีย์

หลากวิธีการหมักขยายจุลินทรีย์เพื่อการลดต้นทุนของเกษตรกร

การเกษตรยุค 4.0 ปัจจุบันนี้ก็ต้องยอมรับว่า…ส่วนหนึ่งมีการพัฒนามากขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะในเรื่องของการนำสารชีวภัณฑ์หรือจุลินทรีย์ชีวภาพมาใช้ทดแทนยาฆ่าหนอน, แมลงและสารกำจัดโรคพืชต่าง ๆ ในอดีตนั้นที่เห็นภาพชัดเจนก็จะเป็นท่านอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนเรานี้เอง เป็นผู้ที่บุกเบิกในยุคแรก ๆ เลยก็ว่าได้ ทั้งในเรื่องของการใช้จุลินทรีย์ในการเพาะเห็ด การใช้จุลินทรีย์กำจัดปลวก การใช้จุลินทีย์กำจัดหนอน การใช้จุลินทรีย์กำจัดเพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟไรแดงต่าง ๆ ในวงการเกษตร ต่อมาก็มีหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมพัฒนาที่ดินที่พัฒนาจุลินทรีย์ในชื่อ พ.ด. ตามหมายเลขต่าง ๆ ที่ใช้งานได้หลากหลายทั้งหมักปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การทำนปุ๋ยน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน ฯลฯ และต่อมาก็จะเป็นหน่วยงานกรมส่งเสริมการเกษตรที่ช่วยกันอบรมเผยแพร่ให้เกษตรกรรู้จักการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ต่าง ๆ กับเมล็ดข้าวโพด ข้าวฟ่าง หรือชาวบ้านก็จะรู้จักกันในชื่อหัวเชื้อสด ซึ่งเพาะเลี้ยงจนเส้นไยเดินเต็มแล้วก็นำไปขยำคัดกรองด้วยผ้าขาวบางแล้วก็นำไปฉีดพ่น และยังมีท่านอาจารย์จิรเดช แจ่มอำไพ ที่ท่านได้เผยแพร่การหมักขยายจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่ากับข้าวสวยหรือข้าวที่หุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ แล้วหยอดหัวเชื้อลงไปทิ้งไว้ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็นำมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน นอกนั้นก็ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานอยู่เบื้องหลังไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หน่วยอารักขาพืช ฯลฯ ซึ่งก็รณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรได้เข้าถึงการใช้สารชีวภัณฑ์เหล่านี้ ตำรางวิชาการต่าง ๆ เมื่อลงไปสู่เกษตรกรในช่วงแรกก็ตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เริ่มลดน้อยถอยลงค่อย ๆ ห่างหายไป เหลือไว้แต่กลุ่มที่เป็นนักเกษตรอนุรักษ์ เกษตรพอเพียงและกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านที่พยายามจะดำรงคงไว้ซึ่งการทำการเกษตรแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเสียเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นหัวใจสำคัญของการใช้สารชีวภัณฑ์ให้ได้ผลและมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำจึงต้องควรเน้นไปที่การลดต้นทุน ทำอย่างไรจึงจะใช้สารชีวภัณฑ์หรือจุลินทรีย์เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพและต้นทุนให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลักการทำงานของจุลินทรีย์โดยพื้นฐานก็คือพยายามเพิ่มจำนวนของประชากรจุลินทรีย์ชนิดดีให้มีมากกว่าจุลินทรีย์ชนิดเลว…..การเพิ่มประชากรของจุลินทรีย์ที่นิสัยดีก็คือการขยายเชื้อนั่นเอง การขยายเชื้อจึงมีความสำคัญถ้าเกษตรกรสามารถทำได้อย่างเข้าอกเข้าใจและถูกวิธี

 

 

 

 

ในยุคเริ่มแรกนั้นทางหน่วยงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษจะรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรขยายเชื้อด้วยวิธีง่าย ๆ กัน เช่นการหมักขยายเชื้อไตรโคเดอร์ม่ากับรำละเอียดในอัตรา 1 : 10 และต่อมารำมีราคาแพงก็ส่งเสริมให้ขยายเชื้อไตรโคเดอร์ม่ากับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเป็นอัตรา 1 : 50 ซึ่งก็ช่วยทำให้เกษตรกรสามารถมีหัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่านำไปใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกในราคาที่ประหยัดมาก ๆ ในราคากิโลกรัมละบาทหรือสองบาทเท่านั้น และในระยะหลัง ๆ ก็พัฒนามาเป็นสูตรการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัมคลุกผสมกับรำละเอียด 10 กิโลกรัมเสียก่อนแล้วจึงค่อยนำไปผสมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้วอีก 40 กิโลกรัม ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของเชื้อไตรโคเดอร์ม่ามีปริมาณและคุณภาพดีมากขึ้น การพัฒนายังไม่หยุดอยู่แค่นั้นท่านอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติได้มีการวิจัยและพัฒนาการหมักขยายเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการปราบหนอนและโรคพืชอีกหลังจากได้พบกับจุลินทรีย์บีทีชีวภาพและบีเอสพลายแก้ว จึงได้ให้คุณปรเมษ ขวัญอยู่ทำการทดสอบเชื้อและให้คุณศุภสิทธิ์ ปรมเสถียรเป็นผู้วิจัยวิธีการขยายเชื้อในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การขยายเชื้อด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน, การขยายเชื้อด้วยน้ำมะพร้าวแก่, การขยายเชื้อด้วยนมข้นหวาน, การขยายเชื้อด้วยนมยูเฮชที, การขยายเชื้อด้วยน้ำเต้าหู้, การขยายเชื้อด้วยนมผงเลี้ยงเด็กอ่อน, การขยายเชื้อด้วยแป้ง เป็นต้น

เกษตรกรที่สนอกสนใจวิธีการขยายเชื้อจุลินทรีย์ในรูปแบบต่าง ๆ ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามกับฝ่ายวิชาการของชมรมเกษตรปลอดสารพิษเราได้นะครับที่ 029861680 ถึง 2 หรือ ID Line : @thaigreenagro

 

 

 

มนตรี  บุญจรัส

 

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *