ข่าวเกษตร

หลัก 5 ประการในการทำเกษตรอินทรีย์ให้ประสบความสำเร็จ

เพื่อน ๆ ผู้อ่านที่ชอบในเกษตรอินทรีย์ รักเกษตรอินทรีย์ และรวมถึงการเริ่มต้นจากการลด ละ เลี่ยง เลิก การใช้สารพิษใน ทำเกษตรปลอดสารพิษ ทำเกษตรปลอดภัยไร้สารตกค้าง เนื้อหานี้น่าจะมีส่วนที่ทำให้เพื่อน ๆ ได้มีความรู้ความใจเพิ่มมากขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

เนื่องด้วยเราจะพูดถึงแนวทางในการที่จะทำเกษตรอินทรีย์อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ หรือใกล้เคียงกับความฝันความจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะเกษตรกรมือใหม่อาจจะยิ่งสับสนงุนงงเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ทำอย่างไร อะไรคือเกษตรปลอดภัย อะไรคือเกษตรไร้สาร อะไรคือเกษตรอินทรีย์เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่คงต้องมาสาธยายกันพอสมควร

ก่อนอื่นก็ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนนะครับว่าการทำเกษตรอินทรีย์คือการทำการเกษตรที่จะต้องหยุดการใช้สารเคมีทุกชนิด แม้กระทั่งปุ๋ยเคมี ส่วนเกษตรปลอดสารพิษหรือไร้สารพิษนั้น สามารถใช้ที่จะใช้ปุ๋ยเคมีได้ อาหารเสริม ฮอร์โมนต่าง ๆ ที่สังเคราะห์ได้ แต่กฎเหล็กคือห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลงนั่นเอง และสำหรับเกษตรปลอดภัยนั้นอาจจะใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลงได้บ้าง แต่จะต้องคำนวณวันเก็บเกี่ยวให้สอดคล้องกับการออกฤทธิ์ของสสารของเคมีที่เป็นอันตรายเหล่านั้นให้หมดสิ้นเสียก่อนแล้วจึงค่อยเก็บเกี่ยว

แนวทางที่จะไปให้ถึงวิถีเกษตรอินทรีย์เกษตรที่ห่างไกลจากสารพิษเหล่านี้ อย่างน้อยท่านผู้อ่านหรือเพื่อน ๆทุกท่านจะต้องมีพื้นฐานที่ควรรู้ในการที่จะไม่ทำให้ตนเองนั้นไม่ออกนอกลู่ทางจนไกลเกินไปเสียก่อน แนวทางที่ว่านี้ก็ประกอบด้วย 5 ประการดังที่ได้ตั้งเป็นหัวข้อไว้นะครับ

หนึ่งคือ “ดินดี” คือจะต้องทำให้ดีเสียก่อน การทำให้ดินดีนั้นคืออย่างน้อยค่าพีเอชหรือค่าความเป็นกรดและด่างจะต้องอยู่ระหว่าง 5.8 ถึง 6.3 คืออยู่ในรูปของกรดอ่อน ๆ เพื่อจะได้ละลายแร่ธาตุสารอาหารต่าง ๆ ออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้เต็มที่ และพยายามสร้างความนุ่มชุ่มชื้นให้แก่ดินอยู่เสมอด้วยการหมั่นเติมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก อินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ไม่เหนียว ไม่แน่น และไม่ร่วนจนเกินไป พยายามรักษาอินทรียวัตถุให้อยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์

สอง “มีอาหารครบโภชนาการ” เพื่อน ๆ จะต้องรู้อย่างถ่องแท้ว่า โภชนาการสำหรับพืชนั้นมีอะไรบ้าง และในผืนดินที่เพาะปลูกอยู่นั้นมีเพียงพอและครบถ้วนหรือไม่ มิฉะนั้นพืชที่ปลูกก็จะไม่สมบูรณ์ สร้างผลิตผลออกมาให้เก็บเกี่ยวได้ไม่เต็มที่ ทำให้เสียโอกาสในการหารายได้ โภชนาการของพืชที่ประกอบไปด้วยธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุอาหารรอง แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุ

อาหารจุลธาตุ เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิ้ล ไทเทเนี่ยม และธาตุเสริมพิเศษที่ทำให้เซลล์พืชแข็งแกร่ง ต้านทานต่อโรคแมลง รา ไร แบบธรรมชาติอย่าง ซิลิก้า และ ไคโตซาน

สาม “การสร้างภูมิต้านทานต่อโรคแมลง” เพื่อให้การทำเกษตรอินทรีย์ไม่ต้องหันไปหาสารพิษอีก ดังที่ได้กล่าวไปในหัวข้อที่สอง คือการนำปัจจัยการผลิตแบบอินทรีย์ไม่ว่าจะเป็นแกลบ หินแร่ภูเขาไฟ เปลือกกุ้งกระดองปู แกนปลาหมึก นำมาหมัก มาใส่ เพื่อให้เซลล์พืชมีความแข็งแกร่งมากกว่า พืชที่ปลูกแบบปรกติทั่วไป อะไรก็ตามที่ทำให้พืชสามารถหลบเลี่ยง หลุดพ้นจากการคุกคามจากโรคแมลงศัตรูพืช ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผงสมุนไพร สารกสัด ที่เปลี่ยนแปลงรูปรสกลิ่นของพืชหลัก หรือการปลูกพืชเป็นแนวรั้วกันชนด้วยกระถิน ชะอม มะขามเพื่อหลอกล่อแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ ให้ห่างไกลจากแปลงเพาะปลูกเราได้เป็นใช้ได้

สี่การ “เปลี่ยนแปลงพีเอชน้ำก่อนฉีดพ่น” เรื่องน้ำนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่โดยเฉพาะในอดีตมักจะชอบแถมชอบเติมเพิ่มตัวยาอยู่ตลอดเวลา เนื่องด้วยน้ำที่นำมาผสม ปุ๋ย ยา ฮอร์โมน ต่าง ๆ นั้นมีสภาพที่เป็นกรดจัด ด่างจัด สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ น้ำมีสภาพเป็นด่าง มีค่าพีเอช สูงกว่า 7 ซึ่งจะทำให้เกิดการทำปฏิกิริยาทำลายฤทธิ์หรือประสิทธิภาพของปุ๋ยยาฮอร์โมน ทำให้เสียเงินทองซื้อปุ๋ยยามาแต่ประสิทธิภาพได้ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์และที่สำคัญทำให้พืชขาดสารอาหารและอ่อนแอต่อการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช ทำให้หนทางการทำเกษตรมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น

ข้อสุดท้ายคือ “หมั่นฝึกฝนหนทางชีวภาพ” ในเมื่อให้ความสนใจ ใส่ใจที่จะทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ ก็ควรจะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมใส่ตัวอย่างสม่ำเสมอ และนำมาปรับประยุกต์ใช้ในสวน ในฟาร์มของตนเอง สวนไหน ฟาร์มใด เขาทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ ประสบความสำเร็จ ต้องเข้าไปศึกษาหาความรู้จากที่นั้น ๆ ให้ได้ เพื่อเปิดโลกทรรศน์ของเราให้มากยิ่งขึ้น ก็จะช่วยทำให้โอกาสในการทำเกษตรอินทรีย์มีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 

 

มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com