จุลินทรีย์, พืชผักกินใบ, โรคและศัตรูพืชผักพืชไร่, พืชไร่, พืชผักพืชไร่อื่นๆ, พืชผักกินดอกและผล, พืชผัก-พืชไร่, ข้าว, พืชผักกินดอกและผล|พืชผัก-พืชไร่

หยุดใช้สารพิษก่อนเก็บเกี่ยว…ประเดี๋ยวผู้บริโภคก็ปลอดภัย

พฤติกรรมของเกษตรกรในปัจจุบันต้องยอมรับว่า ส่วนใหญ่นั้นก็ยังใช้สารพิษจากยาฆ่าเพลี้ย หนอน แมลง รา ไรกันอยู่เป็นจำนวนมาก บ้างอยากจะเลิก แต่ก็จำกัดจำเขี่ยด้วยความรู้และเงินทุนที่ไม่หนาพอ…กลัวว่าถ้าเปลี่ยนแล้วจะเสียหาย ไม่มีผลผลิตนำมาขาย รายได้ก็หด ลูกหลานก็อดอยาก ไม่มีค่าหยูกยา ค่าเทอมรักษา ส่งผลกระทบตามมาอีกมากมาย

ผมคิดว่านี่ละคือปัญหาลึกๆ ของเกษตรกร คือความจริงก็อยากจะใช้สิ่งที่ปลอดภัยกับชีวิตของตนเอง แต่เนื่องด้วยเกษตรกรส่วนใหญ่ รายได้ยังน้อย จึงยังไม่ค่อยกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง บวกกับองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรปลอดสารพิษ ก็ยังน้อย เพราะค่อนชีวิตนั้น ทำการเกษตรในรูปแบบของเคมีที่มีพิษมาตลอด

แต่ปัญหาก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออก สำหรับเกษตรกรที่คุ้นเคยกับสารเคมีมาตลอดชีวิต หากพยายามดูแลรักษาพืชผักผลไม้ในแปลงเกษตรในช่วง 70% แรกของการผลิตด้วยความชำนาญเดิมของตนเองที่สั่งสมมาอย่างดีแล้ว ในช่วง 30% หลัง ในช่วงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวเปลี่ยนมาใช้ในแนวทางชีวภาพ…

 

  

 

ใช้จุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า (ชื่อการค้า อินดิวเซอร์) ในการป้องกันกำจัดเชื้อราโรครากเน่าโคนเน่า โรคเน่าคอดิน โรคกล้าเน่ายุบ ใช้ บาซิลลัส ซับธิลิสิ (ชื่อการค้า ไบโอเซ็นเซอร์) แก้ปัญหาโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม มะนาว โรคกุ้งแห้งในพริก ใช้บาซิลลัส ธูริงจิเอนซิส (ชื่อการค้า ไบโอแทค) ไว้สำหรับปราบหนอนกระทู่ หนอนหลอดหอม หนอนใยผัก หนอนห่อใบข้าว เป็นต้น ถ้ามีปัญหาเรื่องเพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ ไรแดง ฯลฯ อันนี้ก็ใช้จุลินทรีย์ บิวเวอร์เรีย (ชื่อการค้า คัทออฟ) ช่วยในการรักษา หรืออาจะร่วมกับ เมธาไรเซียม (ชื่อการค้า ฟอร์แทรน) อีกแรงหนึ่งช่วยกันเพื่อให้แมลงศัตรูพืช อย่างด้วงหมัดผัก เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ด้วงกว่าง ด้วงแรดที่กัดกินรากพืช ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพเหล่านี้มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับเคมีมากขึ้น มีการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร มีความปลอดภัยกว่าน้ำปลาถึงสิบเท่า มีการันตีจาก ออร์แกนิคไทยแลนด์ และ ไอโฟม (IFOAM) ซึ่งผลผลิตที่ออกมามั่นใจได้ว่า มี่ความปลอดภัยสูงและสามารถส่งออกไปยังนานาอารยะประเทศได้

อย่างน้อยการหยุดฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีสารพิษในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ก็ช่วยทำให้ลูกหลานในชุมชนและผู้บริโภคคนไทยได้จับจ่ายใช้สอยสินค้าดีๆ นำมาปรุงอาหาร นำไปทำบุญถวายพระ ก็เท่ากับว่าเราได้นำสิ่งดีๆไปทำบุญ ได้อาณิสงฆ์ค้ำจุลหนุนนำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปได้อีกนะครับ

 

  

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

www.thaigreenagro.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *