ข่าวสารทั่วไป, ข่าวเกษตร

หนุนชาวน่านปลูกยางพารา เพิ่มพื้นที่ ลดปัญหาสารเคมี – ดินดีสมเป็นนาสวน

fiogf49gjkf0d

จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ
ที่มีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อการปลูกพืชหมุนเวียน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ข้าวไร่ และพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น
ซึ่งการทำการเกษตรดังกล่าวมีการนำสารเคมีมาใช้ในการเกษตรจำนวนมาก
ทำให้มีสารพิษ สารเคมีตกค้างในแหล่งน้ำธรรมชาติ ตกค้างในร่างกาย
พื้นที่ป่าลดลง แนวโน้มการเกิดภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผล
กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร โดยตรง

จากสภาพปัญหาดังกล่าว สภาเกษตรกรจังหวัดน่าน จึงร่วมกับ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน
และศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัดน่าน
จัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ ลดภาวะมลพิษและอุทกภัยจังหวัดน่าน
ขึ้น โดยการปลูก ยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สามารถปลูกแล้วได้ผลผลิตดี
สร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่

นายพงศกร พุฒตรง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดน่าน กล่าวว่า
ที่ผ่านมาเกษตรกรจังหวัดน่านมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก
ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ทำให้ต้องพิจารณาพืชชนิดอื่น
ซึ่งเห็นว่ายางพาราเป็นพืชที่น่าสนใจ
เพราะยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งราคาดี
ตลอดจนเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถสร้างพื้นที่สีเขียวและความอุดมสมบูรณ์ทาง
ธรรมชาติให้กับจังหวัดน่านได้อีกด้วยจึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา

fiogf49gjkf0d

สำหรับโครงการส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจลดภาวะมลพิษและอุทกภัยจังหวัดน่าน
นี้ ได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(ธ.ก.ส.) เพื่อลงทุนปลูกยางพาราสูงสุดไม่เกินไร่ละ 22,000 บาท
โดยจ่ายเงินกู้เป็นงวด ๆ

ตามการวิเคราะห์ต้นทุนการลงทุนของสำนัก งานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
(สกย.) ซึ่งจะสนับสนุนเงินทุนในปีแรกจำนวน 8,000 บาทต่อไร่
และสนับสนุนเงินทุนดูแลรักษาสวนในปีที่ 2-7 อีก 14,000 บาทต่อไร่
โดยจ่ายตามความก้าวหน้าของโครงการ ทั้งนี้ ธ.ก.ส.
กำหนดวงเงินกู้ในปีแรกไว้ประมาณ 800 ล้านบาท
ตั้งเป้ารับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการพื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่
นอกจากนี้
ยังได้ส่งวิทยากรเพื่อชี้แจงโครงการต่อเกษตรกรผู้ขอกู้รวมถึงรายละเอียดใน
การจ่ายเงินกู้และการชำระคืน
ซึ่งขณะนี้เกษตรกรในจังหวัดน่านให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
เป็นจำนวนมาก

…ขณะนี้ ยางพารา ยังถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต ดังนั้น
ภาครัฐจึงควรสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา
รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและ
รักษาตำแหน่งผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับหนึ่งของโลกเอาไว้…

อีกทั้ง
ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของไทยอย่างยั่งยืนและมี
ประสิทธิภาพ
โดยเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางแบบ
ครบวงจรและมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราในภูมิภาคนี้
เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา
เป็นการสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน.

ที่่มา : หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 มีนาคม 2556
http://www.dailynews.co.th/agriculture/193064