พืชผัก-พืชไร่, ข้าว

หนอนม้วนใบหรือหนอนใบข้าวป้องกันได้ด้วยบีทีชีวภาพ

fiogf49gjkf0d

คงหนีไม่พ้นต้นทุนในการผลิตที่สูง
ทั้งปุ๋ยเคมียาฆ่าแมลงรวมถึงค่าแรงงานขั้นต่ำที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมีผลกระทบกันทั่วหน้าถึงแม้ราคาข้าวจะปรับตัวสูงก็ตาม
แต่ราคาปุ๋ยยาก็ใช่ว่าจะคงที่หรือลดลงเลย มองดูแล้วปัญหาสำคัญของชาวนาเหมือนจะดีแต่กลับแย่กว่าเดิม
โถ
!
อนิจจัง…ชาวนาไทยผู้น่าสงสาร อะไร อะไรก็ไม่เอื้อให้ชาวนา
ต้องควักเงินทุนกู้หนี้ยืมสินลงทุนลงแรงเพื่อที่จะสืบทอดอาชีพตามเจตนารมณ์บรรพบุรุษไว้ให้ลูกให้หลาน
หากลงมือทำเองโดยไม่จ้างเขาก็พอเสมอตัวหรืออาจมีกำไรบ้างเล็กๆ น้อยๆ คิดเสียว่าเป็นค่าแรงให้ตัวเอง

http://www.thaitechno.com/uploadedimages/knowledge/images/km39045_20110526111300_148061613_fullsize.jpg

fiogf49gjkf0d

ทำนาบางปีก็เจอเพลี้ยกระโดดแต่ปีไหนโชคดีก็เจอหนอนม้วนใบแทน
ปีไหนเจอแจ็กพ็อตก็โดนทั้งเพลี้ยทั้งหนอน ต้องวิ่งหายาดีราคาแพงๆ มาป้องกันกำจัด
ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ยาบางตัวฉีดพ่นแล้วป้องกันได้ก็ดีไป
แต่ยาบางตัวฉีดพ่นแล้วไม่ได้ผลนี่ซิต้นทุนที่ต้องคูณ 2, คูณ 3,หรือคูณไปเรื่อยๆ
จนเป็นหนี้เป็นสินผูกมัดตัวเอง หากถามว่ามีทางออกมั้ย …มี… นั้นหมายถึงชาวนาต้องย้อนกลับมาคิดเสียใหม่ว่า
สมัยปู่ยาตายายไม่เคยใช้สารเคมีแต่ทำไมยังมีข้าวกิน เหลือได้ขาย
เพราะเขาใช้ธรรมชาติป้องกันธรรมชาติ “ตัวห้ำตัวเบียน” ไม่ทำร้ายระบบนิเวศน์
ซึ่งสังเกตได้ “ในน้ำมีปลาในนามีข้าว” ซึ่งต่างกับปัจจุบัน “ในน้ำไม่มีปลาแต่ในนากลับมีเคมีตกค้างแทน

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fc/Bt-toxin-crystals.jpg/300px-Bt-toxin-crystals.jpg  http://www.nanagarden.com/Picture/Product/400/133578.jpg

การนำบีทีชีวภาพมาควบคุมป้องกันการระบาดของหนอนก็อีกวิธีหนึ่งที่นำธรรมชาติมาควบคุมธรรมชาติ
ไม่ให้ระบบนิเวศน์ถูกทำลาย
ซึ่งปกติเชื้อบีทีหรือบาซิลลัสธูริงเจนซิสมีการผลิตหรือวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป
แต่ส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้ผู้ใช้ขยายเชื้อโดยอ้างว่าเชื้อจะอ่อนไม่มีประสิทธิภาพ
แท้ที่จริงแล้วเขามองที่ต้นทุนนำเข้ามาติดแบรนด์หรือการตลาดมากกว่า หากให้เกษตรกรขยายเชื้อเพิ่มปริมาณนั่นหมายความว่ายอดขายตกกำไรลด

จริงๆ แล้วหัวเชื้อบีทีชีวภาพ 5-10 กรัม (1-2
ช้อนชา/กาแฟ) หมักขยายกับไข่ไก่ในน้ำ 15 ลิตร แล้วเติมออกซิเจนอย่างในตู้ปลานาน 24
ชั่วโมง ก่อนผสมน้ำเปล่าอีก 85 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นช่วงเย็นๆ แดดร่มลมตก 2-3 ครั้ง
ทุกๆ 4-5 วัน/ครั้ง จากนั้นอาจฉีดพ่นควบคุมป้องกันการกลับมาระบาดทุกๆ 10-15
วัน/ครั้ง  นอกจากนี้สามารถฉีดพ่นร่วมกับเชื้อบิวเวอร์เรียเพื่อป้องกันเพลี้ยกระโดดในคราวเดียวกันได้โดยไม่ต้องคอยฉีดพ่น
2 รอบ สอบถามติชมขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.
02-9861680-2

เขียนและรายงานโดย :
ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556 เสนอแนะติชม email
: thaigreenagro@gmail.com