พืชเศรษฐกิจ-พืชพลังงาน

ส่องภาคการเกษตร……เวียดนาม

ได้มีโอกาสรับเชิญให้ไปศึกษาดูงานจากบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม….ซึ่งมียอดขายประมาณพันกว่าล้านบาท ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ระยะเวลาเพียงสองวันที่ทีมงานของบริษัทได้สรุปย่อภาพรวมให้ฟังพร้อมกับเดินทางไปชมสวนส้มที่ต่างจังหวัดห่างจากเมืองฮานอยประมาณหนึ่งร้อยกว่ากิโลเมตร….ก็ได้ซึมซับรับแนวคิดของคนเวียดนามพอประมาณ อย่างน้อยก็ได้รู้ได้ทราบบ้างนิดหน่อยว่า…..ทำไมเวียดนามจึงส่งออกข้าวแข่งกับเราได้อย่างสูสีและบางปีก็แซงเป็นแชมป์ส่งออกเหนือเราได้อย่างง่ายดาย

 

ต้องยอมรับว่าแนวทางการพัฒนาประเทศของเขานั้น คล้ายหรือใกล้เคียงกับประเทศเรามากๆ ครับ มีการกำหนดทิศทางหรือโรดแมปอย่างชัดเจนว่าภายในระยะเวลาสิบหรือยี่สิบปี เวียดนามจะต้องเลิกใช้สารพิษภาคการเกษตรให้ได้….ซึ่งคนของเขาเต็มไปด้วยหนุ่มสาววัยแรงงานที่ขยันขันแข็ง……แต่ประเทศของเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ…ขาดแคลนแรงงานของตนเอง (เรื่องนี่ก็น่าห่วงเป็นอย่างยิ่งว่า….แรงงานต่างด้าวที่เป็นตัวแปรนั้น…..จะอยู่กับเราไปได้อีกกี่ปี) มิฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงนะครับว่าการเจริญเติบโตของประเทศไทยเราจะถูกทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่นจากเวียดนามอย่างแน่นอน

นอกจากความเจริญด้านอื่นๆของเวียดนาม ก็ยังมีทั้งรถไฟฟ้าลอยฟ้า (Sky Train) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (Sub Way) ที่กำลังก่อสร้างกันอย่างขยันขันแข็งทำให้มีปัญหาจราจร รถติดเหมือนกรุงเทพมหานครเราเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเขาก็สร้างใกล้จะสำเร็จแล้วในอีกไม่นาน

ไปดูสวนส้มของเขานั้นก็บริหารจัดการได้ค่อนข้างดี และส่วนที่ไปเยี่ยมนี้ก็ทำในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมไปอย่างแพร่หลายเหมือนในประเทศไทยเช่นเดียวกันครับ เพียงแต่เขาจะปลูกค่อนข้างชิดกันไปหน่อย แต่ฟอร์มของต้น การตั้งลำแข้งของลำต้นและทรงพุ่มทำได้ค่อนข้างดี ไม่มีกิ่งฉีกแขนงจากพื้นดินขึ้นมา การดูแลบำรุงดินก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและควบคุมรสชาติอย่างเข้าอกเข้าใจ เป็นเรื่องน่าห่วงเหมือนกันนะครับว่า ทั้งส้ม ลำไย ทุเรียน ถ้าเวียดนามสามารถพัฒนาได้ดีกว่าไทยเรา….เราอาจจะเสียโอกาสในการขายไปยังประเทศจีนก็ได้นะครับ เนื่องด้วยเวียดนามกับจีนนั้นพรมแดนประชิดติดกัน การขนส่งสะดวกสบาย

ทั้งหมดทั้งปวงที่เขียนเล่ามาก็อยากให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับอาชีพและพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าภาคการเกษตรของเรา โดยการตั้งอกตั้งใจทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษให้มีความชำนิชำนาญมากยิ่งๆขึ้นนะครับ มิฉะนั้นในอีกหลายๆด้านเราจะตาม เวียดนาม เขมร พม่าและลาวได้ไม่ทันการณ์

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *