ปลาสวยงามอื่นๆ, ปลาสวยงาม

สัตว์สวยป่างาม : กระดี่มุก ปลาน้ำจืดสวยงามและหายาก..เพาะขยายพนธุ์ได้แล้ว

NULL

“กระดี่มุก” จัดเป็นปลาน้ำจืดพื้นเมืองอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างหายากในปัจจุบัน ในอดีตเคยพบปลาชนิดนี้ชุกชุมในเขตพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เป็นปลาที่ลักษณะลำตัวแบนมาก ด้านข้างลำตัวและครีบมีจุดสีขาวกลมๆคล้ายไข่มุกกระจัดกระจายทั่วไป แปลกและสวยงามมาก

fiogf49gjkf0d

บริเวณด้านล่างของส่วนหัวและบริเวณท้องจะมีสีส้มหรือสีชมพู กระดี่มุกที่เจริญเติบโตเต็มที่จะมีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 11 เซนติเมตร ในแหล่งน้ำธรรมชาติจะหาปลาชนิดนี้ได้ยากมากจัดเป็นปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ปัจจุบันได้มีการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้ผลสำเร็จแล้ว นอกจากจะช่วยอนุรักษ์ปลาไทยแล้วยังสร้างรายได้ให้กับผู้ที่เพาะเลี้ยงขายเป็นปลาสวยงาม

          จ.ส.อ. ธรรมนูญ พูลสงวน ชาวกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มีประสบการณ์และมีความรู้ความเข้าใจในการเพาะเลี้ยงปลากระดี่มุกมานาน ผลักดันให้ปลาไทยชนิดนี้ส่งขายยังต่างประเทศได้ , จ.ส.อ.ธรรมนูญได้เล่าถึงวิธีการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ว่า ในธรรมชาติจะมีฤดูวางไข่ในช่วงฤดูฝน เช่นเดียวกับปลาชนิดอื่นๆ แต่เป็นที่สังเกตว่าในช่วงฤดูฝนเมื่อมีฝนตกลงมาจะช่วยกระตุ้นให้แม่ปลาได้วางไข่ ปลากระดี่มุกที่เหมาะสมนำมาใช้เป็นพ่อพันธุ์ควรจะมีความยาวของลำตัวประมาณ 2 นิ้ว อัตราการปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ที่นิยมจะใช้อัตรา 1:1 หรือ 2:1 หรือ 3:1 แต่สำหรับ จ.ส.อ.ธรรมนูญจะใช้อัตรา 1:1 เนื่องจากเคยปล่อยพ่อพันธุ์ 2 ตัว เคยพบปัญหากัดกันเพื่อแย่งตัวเมีย ตัวผู้จะทำหน้าที่ก่อหวอด ลักษณะหวอดกระดี่มุกคล้ายกับหวอดปลากัด

การจัดสภาพแวดล้อมในการเพาะพันธุ์เป็นเรื่องสำคัญมาก จะต้องมีการนำกระดี่มุกเพศเมียที่มีท้องใหญ่มาใส่ในอ่างเพาะพันธุ์ซึ่งได้ทำน้ำแก่ไว้แล้ว ( วิธีการทำน้ำแก่หมายถึง การใช้ผ้าพลาสติกที่มีลักษณะทึบแสงปิดคลุมอ่างที่ใส่น้ำไว้เป็นเวลานาน 15 วัน) ใส่ผักบุ้งให้หวอดเกาะและเด็ดใบผักบุ้งเพื่อให้เน่าสลายซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้แม่ปลาวางไข่ได้เร็วยิ่งขึ้น ประมาณ 2 วันแม่กระดี่มุกจะวางไข่ หลังจากวางไข่เรียบร้อยจะต้องนำเอาแม่ปลาออกจากอ่างเพื่อป้องกันแม่ปลากินไข่ ปล่อยให้พ่อปลาดูแลพ่นไข่ติดกับหวอด หลังจากนั้นประมาณ 2 วัน ไข่จะกลายเป็นลูกปลาวัยอ่อน จะสังเกตเห็นลักษณะการส่งตัว หางจะดิ่งลงสู่พื้นน้ำ หัวตั้งชันขึ้นกับผิวน้ำ เมื่อย่างเข้าวันที่ 3 ลำตัวจะอยู่แนวนอนกับผิวน้ำ อาหารสำหรับกระดี่มุกวัยอ่อนที่เกิดใหม่ควรให้ ไข่แดงต้มสุกบดละเอียดให้กินและควรระวัง
อย่าให้มากเกินไปเพราะจะทำให้น้ำเสียและช่วงนี้จะถ่ายน้ำไม่ได้เลย ( หลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์กระดี่มุกอยู่ตรงให้อาหารในช่วงวัยอ่อนนี่เอง) หลังจากให้ไข่แดงไปแล้ว 3-4 วัน เปลี่ยนมาให้อาร์ทีเมียนานประมาณ 1 อาทิตย์ ในช่วงนี้จะสังเกตได้ว่าลูกปลามีการเจริญเติบโตเร็วกว่าช่วงแรกมากและในช่วงนี้สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำได้แล้ว เมื่อลูกปลามีอายุได้ 12 วัน ให้ไรแดงที่มีชีวิตเป็นอาหารได้แล้ว แม่ปลาแต่ละตัวจะมีปริมาณไข่ประมาณ 600-700 ฟอง จ.ส.อ.ธรรมนูญสามารถฟักไข่เป็นตัวได้เฉลี่ยถึง 40-60 % ในขณะที่บางคนฟักได้เพียง 10 % เท่านั้น

ที่มา : ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ. นสพ.เดลินิวส์ ฉบับที่20,436 วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2548 หน้าที่ 12