ข่าวสารทั่วไป, ข่าวเกษตร

สถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก

fiogf49gjkf0d

นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออกในปี 2556 พบว่า ผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง มีการออกดอกติดผลช้ากว่าปกติประมาณ 1 เดือน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน ทำให้มีผลผลิตทุเรียน มังคุด และเงาะ ทยอยออกสู่ตลาดในเดือนเมษายน ยกเว้นลองกองที่จะเริ่มออกประมาณเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ผลไม้ทั้ง 4 ชนิด จะออกมากสุดในช่วงเดือนมิถุนายนคิดเป็นสัดส่วน 47% ของผลไม้ทั้งหมด ส่งผลให้สินค้ามีการกระจุกตัว อาจฉุดให้ราคาที่เกษตรกรขายได้ตกต่ำลง

พร้อมกันนี้ สศก.ยังได้วิเคราะห์ผลผลิตของปีนี้เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีทั้งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นและลดลง ดังนี้ ทุเรียน คาดว่าจะมีผลผลิตรวม 304,800 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว 0.19% เนื่องจากพื้นที่ให้ผลผลิตลดลงจากเดิมประมาณ 0.41% จากปัญหาโรครากเน่า ด้วงเจาะลำต้นและต้นแก่ ทำให้เกษตรกรต้องโค่นต้นทิ้ง โดยจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม และออกมากสุดในเดือนมิถุนายน ส่วนมังคุด คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 21.70% สืบเนื่องจากปีที่แล้วมังคุดให้ผลผลิตน้อย ต้นจึงมีการสะสมอาหารประกอบกับอากาศเหมาะสม ทำให้มีการออกดอกติดผลมากขึ้น โดยจะออกสู่ตลาดในเดือนเมษายน-กรกฎาคม และออกมากระจุกตัวในเดือนมิถุนายน

fiogf49gjkf0d

สำหรับเงาะ คาดว่าผลผลิตจะลดลงจากปีที่แล้ว 1.8% เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นทิ้งเพราะราคาตกต่ำต่อเนื่อง โดยหันไปปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนเมษายน-สิงหาคม และออกมากสุดในเดือนมิถุนายนเช่นกัน ลองกอง ขณะนี้อยู่ในระยะออกดอกและบางรุ่นกำลังแทงช่อดอก คาดว่าปีนี้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 11.65% ซึ่งผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดในเดือนพฤษภาคม-กันยายน และจะออกมากสุดในเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ สศก.ได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะทำงานเพื่อพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือ Fruit Board ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหามาตรการรองรับปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี เกษตรกรชาวสวนผลไม้ควรมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์สภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลกระทบกับผลผลิต รวมถึงสินค้ากระจุกตัวซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นประจำทุกปี เช่น ปลูกผลไม้นอกฤดู การแปรรูปผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม การรักษามาตรฐานการผลิตและการบรรจุภัณฑ์ให้ผลผลิตดีมีคุณภาพเป็นที่ต้องการกับผู้บริโภคมากขึ้น.

ที่มา ; หนังสือพิมพื เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 20 มีนาคม 2556
http://www.dailynews.co.th/agriculture/191509