เกร็ดเกษตรที่ควรรู้, สาระน่ารู้

สงครามการค้า จีน VS อเมริกา โอกาสและวิกฤติของอาชีพเกษตรของไทย

จีนกับอเมริกาตั้งป้อมโซ้ยกันในเรื่องของสงครามการค้า ล่าสุดนี้ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับโลก คือการเก็บภาษีของอเมริกาและจีนที่สูงหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ จากสินค้ากว่า 800 รายการ และยังมีทีท่าว่าสหรัฐอเมริกาก็จะขยับขึ้นไปถึง 1,000 รายการ ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับชาวโลกพอสมควร

จีนนั้นถึงจะวางทีท่าตั้งรับ รอให้อเมริกาเริ่มก่อน แต่ก็ใช่ว่าระดับมังกรใหญ่จะยอมนิ่งเฉย เตรียมตอบโต้กลับอยู่ด้วยเช่นกัน งานนี้ไม่แน่ใจว่า “ช้างชนกัน หญ้าแพรกจะแหลกลาญ” หรือไม่?

แต่ในมุมบวก ก็น่าจะพอมีโอกาสให้อีกหลายประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งฝั่ง ยุโรป และอาเซียน ก็พอจะมีโอกาสที่ดีๆ ในการที่จะทำมาค้าขายกับสองประเทศนี้ ซึ่งจะหยุดการนำเข้าระหว่างกันและกัน….

สินค้าเกษตรกรต่างๆ ที่จีนไม่ซื้อจากอเมริกา และอเมริกาก็ไม่ซื้อจากจีน ก็จะเป็นผลพลอยได้ให้ไทยและหรือประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียนได้ผลประโยชน์จากเหตุการณ์ในช่วงนี้

 

 

แต่สิ่งสำคัญก็คือ การดำรงคงมั่นในการพัฒนาคุณภาพและลดต้นทุนการผลิตให้แก่สินค้าของเรา โดยเฉพาะภาคการเกษตรนั้นก็มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ ทุเรียน ผลไม้ต่างๆ ยางพารา ถ้าสามารถทำให้มีความโดดเด่น มีความแตกต่างจากประเทศอื่นๆได้ ทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ ก็จะเป็นโอกาสให้แก่ประเทศของเรามิใช่น้อย

การใช้กลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟเป็นตัวเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี หรือเป็นเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ปุ๋ยเคมีกลายเป็นปุ๋ยละลายช้า ก็จะทำให้พืชต่างๆนั้น มีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ ลดการใช้สารเคมีกำจัดโรคและศัตรูพืช

การใช้จุลินทรีย์ท้องถิ่นสายพันธุ์ไทยในการปราบโรคแมลงเพลี้ยหนอน รา ไร   ไม่ว่าจะเป็น ไตรโคเดอร์ม่า, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, บาซิลลัส ซับธิลิส และ บาซิลลัส ธูริงจิเอนซิส  ด้วยการนำมาหมักขยายกับแป้งข้าวโพด นมยูเอชที น้ำมะพร้าวอ่อน ก็จะยิ่งช่วยทำให้ต้นทุนของเราลดลง มีกำลังในการแข่งขันและส่งออก และที่สำคัญคุณภาพและรสชาติ เป็นที่ต้องการตรงตามมาตรฐานที่โลกกำหนด

 

      

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *