การเกษตร, ข่าวเกษตร

สกู๊ปพิเศษ : สศก.ร่วมเวทีถก‘เอเปก’ ชูปฏิรูปภาคเกษตร-สร้างความมั่นคงอาหาร

กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก
หรือ
APEC
เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของฉันทามติ
ความสมัครใจ และไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย มุ่งการเติบโตทางการค้าและการลงทุน
และให้ความสำคัญในการเสริมสร้าง ขีดความสามารถของสมาชิกเอเปกในสาขาต่างๆ ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน
21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย
ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์
รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

นางสาวจริยา
สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กล่าวว่า การประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (
APEC)
รวม 21 ประเทศ ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการแลกเปลี่ยนนโยบาย
แนวปฏิบัติที่ดีของประเทศต่างๆ โดยการประชุมครั้งล่าสุด
เป็นการประชุมเชิงวิชาการใน
สัปดาห์ความมั่นคงอาหารเอเปก (Food
Security Week)” การประชุมระดับสูงว่าด้วยการส่งเสริมความมั่นคงอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18-25 สิงหาคม 2560 ณ เมืองเกิ่นเทอ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
โดยนางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และคณะ
ได้เข้าร่วมประชุมดังกล่าวในฐานะตัวแทนประเทศไทยทั้งนี้ สศก.
ได้แถลงต่อที่ประชุมให้ทราบถึงการดำเนินการของไทย
ในหัวข้อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยยกตัวอย่างการนำโครงการประชารัฐ
มาส่งเสริมเป็นโครงการเกษตรแปลงใหญ่สมัยใหม่ประชารัฐของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ซึ่งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.0 เช่น เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ
และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นต้น สำหรับเขตเศรษฐกิจอื่นๆ
ได้แถลงการณ์ดำเนินการของตนเองภายใต้กรอบทิศทางของ
APEC ด้วย
เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์
ซึ่งต่างให้ความสำคัญในการประยุกต์ใช้แนวทางเกษตรเท่าทันภูมิอากาศ (
Climate
Smart Agriculture) เพื่อเพิ่มผลผลิต ให้ความสำคัญเรื่องการวิจัยและพัฒนาควบคู่ไปกับการลงทุนด้านการเกษตร
รวมทั้งการสร้างนวัตกรรม ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ไปในทิศทางเดียวกับไทยนอกจากนี้
ที่ประชุมได้รับรองเอกสารสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ 1) แถลงการณ์เกิ่นเทอ
มุ่งเน้นการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างการเกษตรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาชนบทและเขตเมืองอย่างยั่งยืน
การส่งเสริมการค้าและการลงทุนเพื่อเพิ่มการเข้าถึงอาหารในภูมิภาค
รวมทั้งการบริหารจัดการการสูญเสียอาหาร 2)
แผนปฏิบัติการระยะหลายปีเพื่อความมั่นคงอาหาร ปี 2561-2563 เพื่อสร้างเสริมศักยภาพของสมาชิกเอเปกในการสร้างความมั่นคงอาหารในสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และ 3)
แผนปฏิบัติการพัฒนาชนบทและเขตเมืองเพื่อความมั่นคงอาหารและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเมืองและชนบทในโอกาสนี้ประเทศไทยได้เสนอตัวเพื่อจัดกิจกรรม
(
workshop) ภายใต้แผนปฏิบัติการดังกล่าว จำนวน 2 เรื่อง คือ
1.การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
และ
2.การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
(
SEP) โดยกำหนดจัดขึ้นในช่วงปี 2562-2563สำหรับการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับกลุ่ม
APEC มีสินค้าส่งออกสำคัญ คือ ยางธรรมชาติ ข้าว
น้ำยางธรรมชาติ ไก่ปรุงแต่ง น้ำตาลจากอ้อย ปลาทูนาปรุงแต่ง มันสำปะหลัง
ยางแผ่นรมควัน สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง อาหารสุนัขและแมว สินค้านำเข้าสำคัญ คือ
ถั่วเหลือง อาหารปรุงแต่ง ปลาโอท้องแถบแช่แข็ง ข้าวสาลี อาหารปรุงแต่งสำหรับทารก
ปลาหมึกกระดองแช่แข็ง ของปรุงแต่งใช้เลี้ยงสัตว์ ซิการ์
นมผงไม่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวาน
กากน้ำมันและกากแข็งที่ได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง โดยมูลค่าการค้าของไทยกับกลุ่มเอเปก
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 ไทยส่งออกสินค้าเกษตร 5.29 แสนล้านบาท ได้ดุลการค้า
3.64 แสนล้านบาท
การเข้าร่วมประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือ APEC
ของไทยในครั้งนี้ได้ไปแสดงบทบาทที่ชัดเจนของไทยในการรับมือความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
และการพัฒนาด้านความมั่นคงทางอาหาร ผ่านหลักการปฏิบัติที่ดีภายใต้นโยบายต่างๆ
โดยเฉพาะการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รวมถึงนโยบายยกกระดาษ
A4 เพื่อการปฏิรูปภาคเกษตรไทยนางสาวจริยา กล่าวย้ำ

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่8/9/2560

เวปที่มาhttp://www.naewna.com/local/290456

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *