การเกษตร, ข่าวเกษตร

ศพก.แม่เย็นโชว์ผลสำเร็จ‘9101’ ผลิตปุ๋ยลดต้นทุน-สินค้าคุณภาพ

นางพัณณิตา เย็นจุรีย์ ประธานกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ ชุมชนที่ 7/2
ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย กล่าวว่า กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ชุมชนที่ 7/2 ต.แม่เย็น
อ.พาน จ.เชียงราย เป็น 1 ใน 10
เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต.แม่เย็น
อ.พาน จ.เชียงราย โดยที่ผ่านมา ศพก.แม่เย็น ได้มีการรวมกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง
และทำงานกันเป็นทีม ในปี 2560 ได้รับนโยบายจากกรมส่งเสริมการเกษตร
ให้ขยายกลุ่มย่อยของ ศพก.ออกมา ศพก.ละ 10 กลุ่มย่อย
เพื่อให้บริการประชาชนและเกษตรกรทั่วถึงยิ่งขึ้น

ในส่วนของการดำเนินงานของกลุ่มย่อย กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ชุมชนที่ 7/2
ประกอบด้วย 6 หมู่บ้านใน อ.พาน มีประชากรกว่า 1,000 กว่าคน
โดยกลุ่มย่อยของตนได้เข้าร่วมนำเสนอกิจกรรมในโครงการ 9101
ว่าด้วยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้ในการทำเกษตรของคนในชุมชน ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบและอนุมัติโดยคณะกรรมการจังหวัด
พร้อมกับได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำนวนกว่า 7 แสนบาท

ขณะนี้ผลการดำเนินงานได้มีความคืบไปแล้วกว่า 90% คือ ขณะนี้5 ใน 6
หมู่บ้าน สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์แล้วเสร็จ
พร้อมกับเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุแรงงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังเหลืออีกเพียง 1
หมู่บ้าน ที่กำลังอยู่ในช่วงของการดำเนินการ
โดยความล่าช้าเกิดจากสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่องจึงทำให้การดำเนินงานล่าช้าไป
ปัจจุบันสามารถดำเนินการไปแล้วกว่า 40% และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้
100% ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ตามแผนงานที่รัฐบาลวางไว้ว่าให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิงหาคมนี้อย่างแน่นอน

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของกลุ่มจะประกอบไปด้วยปุ๋ยน้ำหมัก
และปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์
โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น อาทิ
การผลิตปุ๋ยน้ำหมักจะใช้สับปะรดตกเกรดที่ส่งโรงงานไม่ได้
เราก็รับซื้อมาจากเกษตรกรเพื่อนำมาผลิตปุ๋ยน้ำหมัก
นอกจากปุ๋ยน้ำหมักในส่วนของปุ๋ยอินทรีย์กลุ่ม ก็มีการผลิตเช่นกัน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของเกษตรกรในชุมชน โดยหลักๆ
ชาวบ้านจะนิยมใช้ปุ๋ยน้ำหมักไปหมักปุ๋ยอินทรีย์อีกที หรือไม่ก็นำไปใช้ในพืชชนิดต่างๆ
ได้แก่นาข้าว สับปะรด พืชผักสวนครัว และไม้ผล เป็นต้น
เนื่องจากปุ๋ยน้ำหมักที่ผลิตออกมานั้นมีคุณภาพที่ดีอยู่ในระดับเกรด
A และ B จากการส่งไปตรวจสอบยังห้องแลปของภาครัฐ
พบว่าปุ๋ยดังกล่าวสามารถช่วยปรับสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในระยะยาวสามารถช่วยให้ผลผลิตดีขึ้น

นางพัณณิตา กล่าว

 

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้า  ฉบับวันที่ 30/8/2560

เว็ปที่มา  http://www.naewna.com/local/288839

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *