โรคแมลงศัตรูพืช, ข้าว

วิธีป้องกันนกและหนูในนาข้าวแบบชาวนาปทุมธานี

fiogf49gjkf0d

สวัสดีครับวันนี้ทางทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษก็จะมาแนะนำวิธีการไล่นก หนู ในนาข้าวที่สร้างปัญหากวนใจให้พี่น้องเกษตรกรที่ทำนาข้าวให้หนักใจ ด้วยปัญหาที่ว่ามาข้างต้นส่งผลกระทบหลายต่อหลายอย่างเช่นต้นทุนเรื่องเมล็ดพันธ์ ต้นทุนค่าปุ๋ยและยา เหตุที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นนั้นมาจากต้องเพิ่มเมล็ดพันธ์ข้าวจากเดิมเพื่อเผื่อนกและหนู ต้นทุนที่สองที่เพิ่มมาคือเรื่องปุ๋ย-ฮอร์โมนเพราะเมื่อหว่านหนาและแน่นก็จะต้องเพิ่มปุ๋ย-ฮอร์โมนให้กับข้าวไปด้วย ต้นทุนต่อมาคือค่ายาเพราะเมื่อข้าวหนาแน่นก็จะมีโรคและแมลงศัตรูพืชที่จะต้องมาสร้างความเสียหาย ทำให้เกษตรกรนั้นต้องซื้อยากำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชมาฉีดพ่นมากขึ้นด้วยถ้าไม่หายจะต้องเสียค่าจ้างฉีดพ่นอีก ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรไม่ควรละเลยเพราะจะทำให้ต้นทุนในการปลูกข้าวสูงขึ้นแต่เวลาขายข้าวนั้นได้ลดน้อยลง ต้นเหตุที่สำคัญก็คือเรื่องเมล็ดพันธ์ข้าว ถ้าเกษตรกรพยายามหว่านให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้จะเป็นการลดต้นทุนได้อย่างมาก แต่เมื่อการส่งเสริมให้เกษตรกรหว่านเมล็ดพันธ์ข้าวให้บางของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษนั้นถูกขัดแย้งเพราะเกษตรกรหลายต่อหลายท่านบอกว่ากลัวนก หนู มากัดกินจึงต้องทำการหว่านให้หนาไว้ก่อน ฉะนั้นวันนี้ทางทีมงานมีเกษตรกรที่ทำการเกษตรปลูกข้าวและมีวิธีป้องกันนก หนู ได้เกือบ 100 มาฝากกันครับ

Tiger-Herb.gif

โดยเกษตรกรท่านนั้นก็คือคุณเสรี ศรีประเสริฐ
ทำนาอยู่ที่คลองสี่ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้กล่าวไว้ว่าการป้องกันนก หนู
มากัดกินเมล็ดพันธ์นั้นไม่ใช่เรื่องยากแค่เกษตรกรทุกๆท่านลงมือลงแรงนิดหน่อย
วิธีนั้นก็คือเวลาแช่ข้าวให้นำบอระเพ็ชรมา 1 กิโลกรัมบดตำให้ละเอียดและนำมาแช่น้ำในถังแช่ข้าว
ต่อมาก็คือการใช้สมุนไพรรวมไทเกอร์เฮิร์บขนาด 500
กรัมผสมร่วมลงไปในน้ำที่จะใช้แช่ข้าวต่อมาให้นำเมล็ดพันธ์ลงไปแช่
(จะให้ดีต้องลองชิมน้ำที่จะแช่ว่ามีรสชาติที่ขมหรือยังถ้ายังให้เพิ่มบอระเพ็ชรเข้าไปอีก)
พอครบกำหนดที่จะหว่านแล้วนั้นให้ทำแบบเดิมตามวิธีข้างต้นอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ต้องแช่ข้าวแล้วแต่ให้ใช้น้ำที่ผสมบอระเพ็ชรและไทเกอร์เฮิร์บเทลงบนเมล็ดพันธ์ข้าวอีกหนึ่งครั้ง
เสร็จวิธีข้างต้นแล้วให้นำไปหว่านได้ ผลที่ได้ก็คือจะป้องกันนกและหนูได้ประมาณ 95
% เลยทีเดียว จากการทดลองของพี่เสรีนั้นได้ข้อสรุปคือ
ไม่มีนกและหนูเลยเมื่อเทียบกับแปลงข้างๆที่ต้องมาจุดประทัดเฝ้านาทั้งวันข้าวของพี่เสรีนั้นก็งอกตามปรกติ
โดยพี่เสรีจะหว่านข้าวประมาณหนึ่งถังครึ่งถึงสองถังเท่านั้นเอง
พี่เสรียังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าเกษตรกรสมัยนี้จะต้องมีความพยายาม ขยัน ศึกษาข้อมูล
และหมั่นคิดค้นหาวิธีในการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นแต่ต้องลดต้นทุนลง
ฉะนั้นวิธีนี้จะช่วยเกษตรกรชาวนาทุกๆท่านได้จึงขอเผยแพร่ให้เกษตรกรได้นำไปใช้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นายจตุโชค จันทรภูมี(ผู้เขียน) โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่
Call Center ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.
084-5554205-9


เขียนและรายงานโดย  

นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ)