ไม้ผล ไม้ยืนต้น

วิธีการแก้ปัญหาโรคราสีชมพูในทุเรียน

หลังจากหลายพื้นที่ของไทยเจอพายุฝนกระหน่ำซ้ำเติมหลายระลอกทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ฝนแปดแดดสีอย่างภาคใต้และภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่กำลังฮอทฮิทเป็นอย่างมากกับผู้บริโภคชาวจีน

ได้ข่าวแว่วๆว่า รัฐบาลจีนกำลังสนับสนุนให้ชาวจีนมาตั้งรกรากที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา เพื่อให้มาปลูกทุเรียนโดยเฉพาะประมาณ 800,000 คน และสามารถเช่าพื้นที่เพาะปลูกได้ยาวนานถึง 99 ปี

ความตื่นตัวในการปลูกทุเรียนในประเทศไทย ก็มีการขยายตัวกันค่อนข้างมาก มากเสียจนน่ากังวลว่าในอีกห้าถึงสิบปีข้างหน้าราคาทุเรียนในบ้านเรา จะซ้ำรอยเดิมเหมือนกับการส่งเสริมให้ปลูกยางพาราในอดีตหรือไม่ นี่ยังไม่นับรวมเวียดนามและมาเลเซียก็กำลังตื่นตัวในเรื่องนี่เช่นเดียวกัน

 

 

ส่วนปัญหาสวนทุเรียนเก่าอายุหลายสิบปี ก็มักจะมีปัญหาจากสภาวะฝนชุกทำให้เชื้อรา คอติเซียม (Corticium Salmonicolor) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคราสีชมพูที่เกิดขึ้นตามกิ่ง ก้าน ลำต้นของทุเรี่ยน ทำให้ส่วนต่างๆที่เชื้อราอาศัยหรือเจริญเติบโตอยู่ตามส่วนนั้นๆ เกิดการเน่า ผุ หักล้มตายเป็นจำนวนมาก ยิ่งฝนตกบ่อย ความชื้นสูง การระบาดลุกลามก็ขยายออกไปมากขึ้นและอาจจะเห็นเป็นเส้นใยสีชมพูบนรอยแผลที่ขยายขึ้นใหม่ หากปล่อยไว้นานๆ ใบก็จะค่อยๆ ร่วงหล่นลงมา

เชื้อรา คอติเซียม (Corticium salmonicolor) สามารถเข้าสู่ทางรากของพืชได้  และแพร่กระจายไปตามท่อน้ำท่ออาหารและสู่กิ่งก้าน ลำต้นในที่สุด ชาวสวนมักมองเห็นที่กิ่งเป็นสีขาวระยะแรกเริ่ม พอแก่เข้าก็จะเป็นสีชมพูส้มๆ ดูแห้งๆ ลักษณะเป็นขุย เชื้อรามักอาศัยความชื้นในการขยายพันธุ์  ปีนี้ฝนชุก พายุเข้าอย่างต่อเนื่องความชื้นสูงจึงเป็นสาเหตุให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า  

นอกจากเชื้อราคอติเซี่ยมจะระบาดหนักแล้ว เค้ายังสามารถระบาดได้รวดเร็วอีกด้วย สามารถแทรกซึมเข้าข้างในลำต้น กิ่ง การตามล้างตามเช็ด เพื่อกำจัดยากอีกเท่าตัววิธีที่ดีที่สุดในการตัดตอน คือ เผาทำลายทิ้ง”  แต่ก็ทำให้เราต้องสูญเสียเวลา เงินทองและค่าใช้จ่ายต่างๆเกี่ยวกับยาเคมีรักษาทั่วไป จะอย่างไรก็ตาม คำตอบที่ดีที่สุดของปัญหานี้ คือ การป้องกัน

การดูแลป้องกันตั้งเริ่มปลูกหรือหลังตัดแต่งกิ่งแล้วเริ่มบำรุงต้นโดยใช้หินแร่ภูเขาไฟ (พูมิชซัลเฟอร์, ภูไมท์ซัลเฟต) อัตรา ครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อทรงพุ่มหนึ่งตารางเมตร หมั่นเสริมเพิ่มเติมเข้าไป ซิลิก้าที่ละลายน้ำได้จากหินแร่ภูเขาไฟจะค่อยละลายและเข้าไปสะสมในเซลล์ทำให้สามารถมีภูมิต้านทานต่อโรคแมลง เพลี้ยหนอน รา ไร ได้ในระดับหนึ่ง

มีรายงานการใช้ไตรโคเดอร์ม่า (Tricoderma Harzianum spp.) )กับโรคราสีชมพูนี้ว่าอาจจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็สามารถช่วยผ่อนหนักเป็นเบาหรือทำหน้าที่ช่วยเหลือเบื้องต้นได้ในระดับหนึ่ง ตัวที่สามารถยับยั้งได้อย่างเด่นชัดคือ บาซิลลัส ซับธิลิส (Bacillus Subthilis spp.) ซึ่งสามารถยับยั้งเจ้าเชื้อ คอติเซียม (Corticium salmonicolor) ได้ค่อนข้างโดดเด่น โดยอัตราการใช้อยู่ที่ 25-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 3 – 7 วันหลังจากเริ่มเห็นอาการระบาด จะทำให้เชื้อราชนิดนี้ค่อยแห้งและตายไปในที่สุด การฉีดพ่นสลับกับ ไตรโคเดอร์ม่า (Tricoderma Harzianum spp.) ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สมบูรณ์ดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมฝ่ายวิชาการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทรศัพท์ 029866180 ถึง 2 , www.thaigreenagro.com  ID Line : @thaigreenagro

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *