ดิน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

วิธีการระเบิดดินดานก่อนการปลูกพืช

fiogf49gjkf0d

ดินดาน1.png

สวัสดีค่ะท่านสมาชิกชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุก ๆ ท่าน  ตลอดจนผู้ที่มีความสนใจเข้ามาเยี่ยมชม หรือ ค้นคว้าหาข้อมูลจากบทความฉบับนี้ วันนี้ผู้เขียนมีเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแล ปรับปรุงดิน ที่เป็นดินดานก่อนปลูกพืชผักสวนครัว  ตอนนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องของดินดานกันก่อนนะค่ะ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร   ดินดาน คือชั้นดินที่อัดตัวกันแน่นทึบ โดยการไถพรวนด้วยเครื่องจักรกลเกษตรหนักอย่างต่อเนื่อง  เป็นระยะเวลานานหลาย ๆ ปี  ทำให้เกิดการบดทับอัดแน่นจนเกิดชั้นดินดาน  หรือชั้นที่มีสารเชื่อมอนุภาคของดินมาจับตัวกันแน่นทึบและแข็งจนเป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ำและอากาศ พื้นที่ปลูกพืช ถ้ามีดินดานจะเป็นปัญหากับการปลูกพืช คือ ในฤดูฝนเมื่อมีฝนตกลงมา น้ำจะซึมลงไปในดินชั้นล่างไม่ได้ เนื่องจากมีดินดานมากั้นไม่ให้น้ำไหลซึมลงไปเก็บกักในชั้นดินล่างได้ ขณะเดียวกันในหน้าแล้งดินดานจะกั้นมิให้ความชื้นที่อยู่ข้างล่างขึ้นมาถึงรากพืช ทำให้พืชขาดน้ำและตายได้  ซึ่งในการปลูกพืชผักสวนครัว เกษตรกรส่วนใหญ่มีความรู้เท่าไม่กึงการมักจะมองข้ามคุณสมบัติทางกายภาพของดิน ได้แต่คิดว่าจะใส่ปุ๋ยอย่างเดียวเร่งรัดพืชมันโตเร็ว ๆ จะได้เก็บเกี่ยวเอาผลผลิตไปขายในตอนที่ตลาดให้ราคาดี  ราคาสูง  แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าเกษตรกรมีการปรับปรุงดินก่อนการปลูกพืช ทุก ๆชนิด  ลักษณะทางกายภาพของดินนี่แหละจะเป็นตัวเสริมให้ ปุ๋ยเคมี หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรใส่ลงไป  จะทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย จุลินทรีย์ทุกชนิดที่มีอยู่ในดินจะเจริญเติบโตดี ที่เห็นได้ชัดคือ ปริมาณไส้เดือนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก การทำงานของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดินก็ดีไปด้วย จุลินทรีย์ในดินหลายชนิดต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต และที่สำคัญดินก็จะเก็บน้ำไว้ได้มาก และน้ำจะถูกนำมาใช้ในยามแล้ง พืชจะเจริญเติบโตมีชีวิตข้ามแล้งไปได้ เกษตรกรส่วนใหญ่มักมองข้ามความสำคัญของการแก้ปัญหาดิน 

fiogf49gjkf0d

ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงมีวิธีแก้ดิน ที่เป็นดินดาน ในแปลง โดยการใช้สารละลายดินดาน หรือ สาร Surfact. ALS. มีชื่อสามัญว่า Ammonium Laureth Surfate   ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้น้ำสามารถแทรกซึมลงไปตามช่องว่างระหว่างเม็ดดินได้ลึก นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เม็ดดินที่เกาะกันแน่นแยกตัวออกจากกัน ดินที่เคยแน่นแข็งเป็นดินดานจะกลายเป็นดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ดินเก็บน้ำได้ดีขึ้น การที่ดินซึมน้ำได้ดีนั้นยังทำให้ยังช่วยลดการสูญเสียแร่ธาตุอาหารในดิน ที่เกิดจากการชะล้างของน้ำบริเวณหน้าผิวดินได้ดีอีกด้วย ทำให้ดินชุ่มชื้นได้แม้จะเป็นหน้าแล้ง ทำให้รากพืชหยั่งรากขยายได้
 วิธีการใช้ในขณะที่ดินความชื้นโดยการโปรยน้ำไปที่แปลงให้เปียกชุ่ม  จากนั้นใช้สารละลายดินดาน ประมาณ 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตรต่อ 1 งาน ฉีดพ่นหรือราดบริเวณที่ต้องการแล้วรดน้ำตามอีก อัตราความเข็มข้นขึ้นอยู่กับสภาพดินว่าดินร่วน, ดินทราย หรือดินเหนียว ควรใช้ปีละ 2-3 ครั้ง ไม่ควรใช้ในอัตราสูงมากนัก แล้วไม่ควรใช้บ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ต้นไม้อาจจะโค่นล้มได้เนื่องจากดินร่วนซุยมากเกินไป  จากนั้น ก็ทำการปรับปรุงดินเหมือนดั่งที่กล่าวในบทความ ก่อนหน้านี้ ตามลิงค์นะค่ะhttps://www.thaigreenagro.com/aticle.aspx?id=7079    เพียงเท่านี้พี่น้องเกษตรกรก็ไม่ต้องวิตกปัญหาเรื่องพืชไม่เจริญเติบโตงอกงาม  ระบบรากพืชไม่ดีอีกต่อไปแล้วนะค่ะ

หากพี่น้องเกษตรกรท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับดินดาน  แน่นแข็ง   ก็สามารถเชิญโทรเข้ามาปรึกษา หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-903-0820  หรือ 089-444-2366  ซึ่งผู้เขียนประจำอยู่ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (สาขาบางใหญ่) ค่ะ  ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

เขียนและรายงานโดย นางสาวเพชรรัตน์ มีมา (นักวิชาการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 31 มกราคม 2554 เสนอแนะติชม email : thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *