ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

วัสดุปลูกที่เป็นด่าง….ทำให้พืชขาดสารอาหาร ใบเหลือง

การปลูกพืชในปัจจุบันส่วนใหญ่เกษตรกรก็จะนิยมหาวัสดุที่หาได้ง่าย ๆ ใกล้ตัว การปลูกพืชอินทรีย์ พืชที่ปลอดภัยไร้สารพิษ วัสดุที่หาง่ายในพื้นที่ภาคใต้ส่วนหนึ่งก็จะมีขี้เถ้าจากทะลายปาล์ม เพราะในพื้นที่มีการเพาะปลูกปาล์มเป็นจำนวนมาก แตกต่างจากพื้นที่ภาคกลางที่จะมีขี้เถ้าแกลบเสียเป็นส่วนใหญ่

การเตรียมแปลงเพาะปลูกที่อาศัยแต่กลุ่มขี้เถ้าทั้งจากแกลบ ทะลายปาล์ม และวัสดุอื่น ๆ ก็จะทำให้ความเหมาะสมในเรื่องการดูดกินหรือการปลดปล่อยแร่ธาตุสารอาหารทำได้ไม่เต็มที่ พืชผักที่ปลูกด้วยกลุ่มวัสดุจากขี้เถ้าทั้งหลาย นาน ๆ ไปก็จะทำให้ดินและวัสดุปลูกอื่น ๆ เริ่มกลับกลายเปลี่ยนสภาพเป็นดินด่าง

 

 

ค่าดินที่ได้เรียนให้ท่านผู้อ่านได้ทราบอยู่บ่อย ๆ ตามแนวทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษก็จะอยู่ในช่วงกรดอ่อน ๆ คือระหว่าง 5.8 – 6.3 ดีที่สุดไม่ใช่อยู่ที่เลข 7 นะครับ ควรจะต้องลงมาเป็นกรดเล็กน้อย จึงจะทำให้แร่ธาตุสารอาหารในดินเมื่อสัมผัสกับฝนหรือเมื่อเรารดน้ำก็จะเปียกและทำละลายได้ดี รากพืชก็สามารถดูดกินแร่ธาตุสารอาหารขึ้นไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นเช่นเดียว

ดินที่เป็นด่างก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขค่อนข้างนาน ดังนั้นการแก้ไขจึงต้องหมั่นตรวจสอบค่าความเป็นกรดและด่างของดินอย่างน้อยเดือนหรือสองเดือนครั้ง และค่อย ๆ ใช้ “ภูไมท์ซัลเฟตถุงสีแดง” หว่านโรยปรับให้ทั่ว กรดซัลเฟตจะค่อย ๆ แตกตัวทำปฏิกิริยากับดินหรือวัสดุปลูกที่เป็นด่างเมื่อเปียกตัว จึงทำให้กายภาพของดินและเคมีค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมาอยู่ในช่วงค่าพีเอชที่เหมาะสม

อาการใบเหลืองจากการขาดแร่ธาตุสารอาหารก็จะไม่เกิด ความอ่อนแอจากการขาดสารอาหารก็จะไม่มี การดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องโรคแมลงศัตรูพืชก็จะบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *