การเกษตร, ข่าวเกษตร

ลุ่มเจ้าพระยาพ้นวิกฤติ ด้วยศาสตร์พระราชา

พายุเซินกาพัดผ่านประเทศไทย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง น้ำท่วมในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี
สร้างความเสียหายให้กับชีวิต ทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตร
 “พายุเซินกาพัดผ่านประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี
สร้างความเสียหายให้กับชีวิต ทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตร   แต่ในพื้นที่ภาคกลางโดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยาแม้จะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวนาปีได้โดยไม่ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องน้ำ
ได้วางแผนรับมือน้ำเหนือที่อาจไหลหลากลงมา โดยนำ
ศาสตร์พระราชาในเรื่องของแก้มลิงมาขยายผลใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้
โครงการบริหารจัดการน้ำแบบประชาชนมีส่วนร่วม
พื้นที่ทุ่งหน่วงน้ำบางระกำ
หรือ โครงการบางระกำโมเดล
60
จึงได้เกิดขึ้น โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2560
ที่ผ่านมา ด้วยการปรับเปลี่ยนปฏิทินในการทำนาปีของเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งบางระกำ
ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด คือ พิษณุโลก และสุโขทัย

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชล ประทาน เปิดเผยว่า
การปรับเปลี่ยนปฏิทินในการทำนาปีของเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว
ช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วม
ขณะที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เต็มที่ และยังใช้พื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ
รองรับน้ำในฤดูน้ำหลากลดผลกระทบจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้น
ตลอดจนเป็นการหน่วงน้ำรอการระบายไม่ให้เกิดผลกระทบกับลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอีกด้วย
โดยสามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุดประมาณ 400 ล้านลบ.ม. ในระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน

นอกจากนี้ยังจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการทำอาชีพประมง
ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ และการปล่อยน้ำให้ท่วมนาในช่วงนี้
จะทำให้ปลาชุกชุมมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นในช่วงเก็บเกี่ยวหรือเกิดขึ้นมาใหม่
จะเป็นอาหารอย่างดีของปลา
รวมทั้งน้ำที่เก็บกักไว้ยังสามารถนำมาบริหารจัดการใช้เป็นน้ำต้นทุนในการทำนาปรัง
และการอุปโภคบริโภคเป็นการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

โดยปกติเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง
จะทำนาปีในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม เพราะต้องรอน้ำฝนก่อน
เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนภายในลุ่มน้ำ
จึงมีความเสี่ยงสูงที่ผลผลิตจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กระทรวงเกษตรฯ
โดยกรมชลประทานจึงได้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการทำนาปีใหม่ ให้มาทำตั้งแต่เดือนเมษายน
2560และจากเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน
โครงการบางระกำโมเดล 60การดำเนินงานประสบผลสำเร็จตามแผนที่วางไว้

ทางด้านนายชำนาญ ชูเที่ยง
ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน กรมชลประทาน กล่าวว่า
ขณะนี้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จทั้งหมดแล้ว
และกรมชลประทานเริ่มระบายน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่าและแม่น้ำยมสายหลัก
เข้าไปกักเก็บไว้แล้วประมาณ 100,000 ไร่ ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 150
ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที หรือวันละ 12 ล้านลบ.ม.
รวมปริมาณน้ำที่มีอยู่ทั้งในคลองและในทุ่งบางระกำแล้วประมาณ 120 ล้านลบ.ม.
ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 280 ล้าน ลบ.ม.
  “แม้การเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกรบางส่วนอาจจะล่าช้าไปบ้าง
แต่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ทุกแปลง โดยที่ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำ
นายชำนาญกล่าว

การวางแผนใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิง ตามศาสตร์พระราชานั้น
กรมชลประทานได้มีการขยายผลไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำอื่น ๆ
ที่มีลักษณะภูมิประเทศที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน เช่น ทุ่งบางบาล
ที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างก่อนที่จะเข้าสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีพื้นที่กว่า
30
,000 ไร่ ครอบคลุม อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
สามารถหน่วงน้ำรอการระบายได้ประมาณ 75 ล้าน ลบ.ม. อีกด้วย

 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 28/8/2560

เว็ปที่มา  https://www.dailynews.co.th/agriculture/594591

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *