จุลินทรีย์, วิธีการดูแลรักษา, โรคแมลงศัตรูพืช, เกร็ดเกษตรเบ็ดเตล็ด, เกร็ดเกษตรที่ควรรู้, โรคและศัตรูไม้ผล, คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์, สูตรปุ๋ยสำหรับพืช, สาระน่ารู้, ข่าวเกษตร

ลดต้นทุนเกษตรกรด้วยการหมักขยายจุลินทรีย์ด้วยวิธีที่ปลอดเชื้อ….เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษได้รณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปัจจัยการผลิตเพื่อให้ผลผลิตออกขายสู่ท้องตลาดมีกำไรเพิ่มขึ้น….อย่างน้อยการกำหนดราคาที่พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถควบคุมได้ จากระบบการแข่งขันทางการตลาด แต่การเริ่มด้วยการลดต้นทุนในแปลงเรือกสวนไร่นาของตนเอง ก็ช่วยให้มีกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุน

หนึ่งในเรื่องของการลดต้นทุนก็คือการสอนให้เกษตรกรรู้จักการหมักขยายจุลินทรีย์ โดยเฉพาะกลุ่มของ 5 เสือจุลินทรีย์ชีวภาพสายพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วย เสือตัวที่หนึ่ง อินดิวเซอร์ ซึ่งก็คือไตรโคเดอร์ม่าที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการแก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่า เสือตัวที่สอง ไบโอแทค หรือ บีทีชีวภาพปราบหนอน เสือตัวที่สาม ไบโอเซ็นเซอร์ หรือ บาซิลลัส ซับธิลิส ที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการปราบโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม และโรคกุ้งแห้งในพริก รวมถึงโรคต่างๆที่เกิดตามกิ่งก้านใบของพืช เสือตัวที่สี่ คัทออฟ หรือ บิวเวอร์เรีย ที่ทำหน้าที่ในการปราบเพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟไรแดง โดยใช้ควบคู่กับสารสกัดจากกระเทียมพริกไทย ก็จะเห็นผลโดดเด่นค่อนข้าง และเสือตัวสุดท้ายหรือเสือตัวที่ห้า คือ ฟอร์แทรน หรือ เมธาไรเซียม ซึ่งทำหน้าที่ในการปราบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นและรวมถึงกำจัดปลวกร้ายในอาคารบ้านเรือนได้ด้วย

 

      

 

การใช้ห้าเสือจุลินทรีย์ชีวภาพสายพันธุ์ไทยเพียวๆ ในอัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรอาจจะทำให้ต้นทุนพี่น้องเกษตรกรสูงได้ ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษจึงพยายามอธิบายส่งเสริมให้เกษตรกรได้รู้จักวิธีการหมักขยายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ จุลินทรีย์ปราบหนอน “ไบโอแทค” หรือจุลินทรีย์ปราบโรคแคงเกอร์ โรคกุ้งแห้ง และโรคพืชต่างๆอย่าง “ไบโอเซ็นเซอร์” ซึ่งจุลินทรีย์ทั้งสองชนิดนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย การหมักขยายเพื่อลดต้นทุนให้เหลือปี๊ปหรือเป้ละบาทสองบาทจึงต้องหมักขยายกับน้ำมะพร้าวหนึ่งผล หรือนมยูเฮชทีหนึ่งกล่อง ต่อหัวเชื้อ ห้ากรัม หรือ หนึ่งช้อนชา หรือจะหมักด้วยสูตรไข่ไก่ ห้าฟอง น้ำมันพืชห้าช้อนแกง สเม็คไทต์ห้าช้อนแกง น้ำ 20 ลิตร ต่อหัวเชื้อ “ไบโอแทค” ปราบหนอน และ “ไบโอเซ็นเซอร์” ปราบโรคพืช ในอัตรา 1-5 ช้อนชา อัดอากาศแบบตู้ปลาไว้ 24-48 ชั่วโมง แล้วนำไปผสมน้ำฉีดพ่นได้ 100 ลิตร ก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนเกษตรกรลดลงเหลือเพียงปี๊ปละไม่กี่สตางค์

รวมถึงการลดต้นทุนด้วยการหมักขยายในกลุ่มของจุลินทรีย์อีก 3 เสือที่เหลือซึ่งอยู่ในกลุ่มเชื้อรา อย่างเช่น “อินดิวเซอร์” หรือ ไตรโคเดอร์ม่าที่ทำหน้าที่รักษาโรครากเน่าโคนเน่า โรคกล้าเน่ายุบในหอมกระเทียม ฯลฯ “คัทออฟ” หรือ บิวเวอร์เรียและ “ฟอร์แทรน” ที่ทำหน้าที่ในการปราบเพลี้ยต่างๆ ด้วยการหมักขยายกับ แป้งข้าวโพดครึ่งกิโลกรัม ต้มกับน้ำสะอาด 20 ลิตร เคี่ยวให้เหนียวหนืดเหมือนราดหน้า ทิ้งให้เย็น เทใส่ถาด โรยหัวเชื้ออย่างใด อย่างหนึ่ง เพียงอย่างเดียวต่อหนึ่งสูตร แล้วคลุมด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ 7-15 วัน กวนให้เข้ากัน แล้วนำมาฉีดพ่นในอัตราครั้ง 100 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ต้นทุนต่อปิ๊ปประมาณ 2-4 บาท ซี่งเป็นต้นทุนที่ทำให้กำไรของพี่น้องเกษตรกรเหลือเพียงพอที่จะนำไปใช้ด้านอื่นๆ ของการทำสวนเกษตรแบบปลอดภัยไร้สารพิษได้อย่างสบาย

 

        

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *