ไม้ดอก, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

“ฤดูหนาวดอกมะลิราคาแพง แต่ผลผลิตที่ได้กลับน้อยลง” มาดูเทคนิคการเพิ่มผลผลิตมะลิในฤดูหนาวแบบฉบับชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

fiogf49gjkf0d

มะลิจัดเป็นไม้ดอกที่ยังคงความนิยมในปัจจุบันอยู่มาก
เพราะเป็นพืชที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน
และดอกยังมีความสำคัญใช้เป็นสัญลักษณ์แทนในวันแม่ ทำให้ยังมีผู้ปลูกมะลิเพื่อเป็นการค้าอยู่มาก
เนื่องด้วยสาเหตุที่กล่าวไว้ข้างต้น
บทบาทและคุณประโยชน์ของมะลิที่มีความสำคัญมากมายนี้เองทำให้ยังมีผู้ที่ปลูกมะลิไว้บริการและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกันอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
แต่ปัญหาของการปลูกมะลิก็ใช่ว่าจะไม่มี
โดยปัญหาที่พบกันส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการออกดอกที่น้อยลงในฤดูหนาว
ซึ่งสวนทางกับความต้องการของผู้บริโภคซึ่งยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่องแต่เกษตรกรผู้ปลูกไม่สามารถผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการได้ส่งผลทำให้ดอกมะลิในช่วงนี้มีราคาแพง
นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายในโอกาสทองเช่นนี้ของพี่น้องเกษตรกร
เนื่องด้วยสภาพปัญหาอากาศที่หนาวเย็น
ส่งผลทำให้การผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของการแตกใบอ่อนและการออกดอกมีน้อยลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะลิจัดได้ว่าเป็นพืชที่มีความอ่อนไหวต่อลักษณะของสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นเป็นอย่างมาก  ฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญคือ จิบเบอเรลลิค
แอซิดและแนพธิล อะซิติค แอซิด
ซึ่งถ้ามีการดูแลบำรุงรักษาใส่ปุ๋ยหรืออาหารอย่างครบถ้วนทุกหมวดหมู่ตั้งแต่เริ่มแรกปัญหานี้ก็จะน้อยลง
เพราะมะลิสามารถที่จะใช้อาหารที่สะสมตอนแรกนำไปผลิตและสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นได้ด้วยตนเองและมีความเพียงพอต่อความต้องการ
วันนี้ทางผู้เขียนจะมาแนะนำวิธีดูแลรักษาและเทคนิคที่ทำให้ต้นมะลิออกดอกตามปกติในช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง
ซึ่งมีสมาชิกของชมรมเกษตรปลอดสารพิษเราที่นำเทคนิคนี้ไปใช้แล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจเมื่อปีที่แล้ว
เกษตรกรท่านนั้นคือ

fiogf49gjkf0d

Jusmine05_20090913.jpg

คุณณัฐกฤตา  กัญยะมาสา อยู่บ้านเลขที่
99/8 หมู่10 ต.ดงมูลเหล็ก อ.เมือง
จ.เพชรบูรณ์
67000 มีอาชีพปลูกมะลิมาแล้ว 4 ปี ตอนนี้ปลูกอยู่ราว 500 ต้น
เป็นมะลิพันธุ์มะนิลาทั้งหมด ปัญหาที่คุณณัฐกฤตาพบก็คือช่วงหน้าหนาวมะลิจะให้ผลผลิตน้อยไม่ค่อยมีดอกให้เก็บ
ผลผลิตต่อเดือนไม่ถึง
60 กิโลกรัม
การดูแลคุณณัฐกฤตาจะให้ปุ๋ยสูตรเสมอ (
15-15-15)
เป็นประจำทุกเดือนเหมือนเกษตรกรที่ปลูกมะลิทั่วไปนิยมทำกัน  ทางคุณณัฐกฤตา เลยได้หาข้อมูลเกี่ยวกับธาตุอาหารเสริมที่จะมาใส่เพิ่มให้มะลิออกดอกมากขึ้น
จนมาเจอเว็บไซต์ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
และได้สนใจตัวไวตาไลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นการออกดอกของพืช
เลยได้โทรเข้ามาสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของทางชมรมและได้พูดคุยถึงปัญหาของคุณณัฐกฤตา ทางเจ้าหน้าที่ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษได้แนะนำให้คุณณัฐกฤตาใช้
ซิลิโคเทรซ
+ไวตาไลเซอร์+ไคโตซาน ซึ่งเป็นกลุ่ม ธาตุอาหารเสริม ผสมรวมกันในอัตรา10 กรัมต่อน้ำ
20 ลิตรแล้วนำไปฉีดพ่นทุก 7- 10 วัน

 หลังจากนั้นประมาณ 1
เดือนทางคุณณัฐกฤตาได้โทรเข้ามาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษว่าผลผลิตของมะลิเพิ่มขึ้นมามากกว่าครึ่งหลังจากที่ฉีด
ซิลิโคเทรซ
+ไวตาไลเซอร์+ไคโตซาน ทุก 7 วันแล้วได้ผลผลิตของดอกมะลิประมาณ 100
กิโลกรัมในเดือนแรกที่ได้ทดลองใช้
ทางคุณณัฐกฤตายังบอกอีกว่ามะลิออกดอกเยอะมาก ดอกมะลิมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วย
ขั้วดอกก็เหนียวดอกมะลิไม่ร่วงง่าย เป็นที่น่าพึงพอใจของคุณณัฐกฤตาเป็นอย่างมาก
ตอนนี้ทางคุณณัฐกฤตาใช้ ซิลิโคเทรซ
+ไวตาไลเซอร์+ไคโตซาน เป็นประจำอยู่แล้วผลผลิตที่ได้ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ
100 กิโลกรัมต่อเดือน
แค่เพิ่มค่าใช้จ่ายค่าอาหารเสริมมาเพียงแค่เดือนละ
2,000 บาทเทียบกับผลที่ได้รับกลับมาทางคุณณัฐกฤตาบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกครับ

 เกษตรกรที่ปลูกมะลิท่านอื่นสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณณัฐกฤตา กัญยะมาสา โทร
.083-1627020
หรือคุณจตุโชค จันทรภูมี โทร
.085-9205846 เจ้าหน้าที่ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

ขียนและรายงานโดย นายจตุโชค 
จันทรภูมี (นักวิชาการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เสนอแนะติชม email : thaigreenagro@gmail.com