โรคแมลงศัตรูพืช, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

ราสาเหตุโรครากเน่าและโคนเน่าของไม้ยืนต้น

NULL

               ขจรศักดิ์  ภาวกุล  และ  ศรีสุรางค์  ลิขิตเอกราช


กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชการเกษตร  กรุงเทพฯ


               ในบรรดาสาเหตุที่ทำให้พืชเกิดโรคได้นั้น เชื้อรานับว่าเป็นจุลินทรีย์ ที่มีมากชนิดที่สุดที่ทำให้พืชเป็นโรคได้ตั้งแต่ระยะเมล็ด ต้นกล้า และส่วนต่างๆ ของต้นไม้ ได้แก่ ใบ กิ่ง-ก้าน ดอก ผล ลำต้น โคนต้นและราก การทำลายของเชื้อราโดยเฉพาะส่วนของราก โคนต้น และลำต้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของพืช เมื่อส่วนดังกล่าวเป็นโรคทำให้เกิดเซลล์ของเนื้อเยื่อเน่า เป็นการตัดการลำเลียงน้ำและอาหารสู่ส่วนบนของพืชอาการขั้นสุดท้ายที่ปรากฏให้เห็น ได้แก่ ความตายต้นแล้วต้นเล่าโดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับไม้ยืนต้นที่ต้องการเวลาในการปลูกสร้างสวนจึงมีมากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพืชล้มลุกประเทศไทยมีภูมิอากาศที่ร้อนชื้น สภาพแวดล้อมจึงเหมาะต่อการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้อย่างต่อเนื่องและตลอดปี ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าไม้อื่นที่ปลูกเป็นประเภทไม้ยืนต้นเขตร้อน ได้แก่ มะม่วง น้อยหน่า มะละกอ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลางสาด ลองกอง ฝรั่ง พุทรา ชมพู่ กระท้อน ยางพารา หมาก มะพร้าว พริกไทย และประเภทไม้ยืนต้นกึ่งร้อน ได้แก่ ส้ม องุ่น ลิ้นจี่ ลำไย อาโวกาโด ปัญหาและอุปสรรคต่อการปลูกพืชดังกล่าว ที่เป็นปัญหาสำคัญ ในภาพรวม ได้แก่ โรครากเน่าและโคนเน่า ซึ่งเป็นอาการที่สังเกตการณ์เกิดโรคในระยะเริ่มแรกได้ยาก โดยเฉพาะการเกิดโรคที่รากจะเห็นอาการปรากฏให้เห็นทางใบ เป็นอาการขั้นสุดท้ายซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ ไม้ยืนต้นดังกล่าวบางชนิดพบเป็นโรครากเน่าและโคนเน่าที่มีสาเหตุเกิดจากเชื้อราแล้ว แต่บางชนิดก็ยังไม่พบซึ่งโอกาสในอนาคตย่อมเกิดขึ้นได้ จากปัญหาโรครากเน่าของไม้ยืนต้นที่พบสามารถจัดหมวดหมู่ของเชื้อราสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้ 3 กลุ่ม คือ

fiogf49gjkf0d

Oomycetes


          ราใน Class Oomycetes ที่ทำให้เกิดโรครากเน่า ลักษณะของเชื้อราได้แก่ เส้นใยไม่มีสีและไม่มีผนังกั้น โคโลนีสีขาว-ขาวนวล เส้นใยสร้าง chlamydospore ที่ส่วนปลายหรือส่วนกลางของเส้นใยรูปร่างกลมมีผนังหนา หรือเส้นใยสร้าง sporangium บน conidiophore sporangium งอกเป็นเส้นใยหรือเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมและมีน้ำ sporangium จะผลิต zoospore ที่มีหาง 2 หาง แพร่ระบาดไป กับน้ำหรือแอบแฝงในรูปของ encyst zoospore อยู่ในดินและน้ำ นอกจากนี้ยังมีการขยายพันธุ์แบบ มีเพศ homothallic หรือ heterothallic แล้วแต่ชนิดของเชื้อรา antheridium เพศ ผู้ผสมกับ oogonium เพศเมีย zoospore แอบแฝงในดินหรือเศษซากพืช เช่นเดียวกับ chlamydospore ซึ่งเมื่อสภาพเหมาะสม จะงอกเป็นเส้นใยผลิต sporangium และ zoospore แพร่ระบาดทำความเสียหายให้กับพืช ราในกลุ่มนี้ ได้แก่ รา Family Pythiaceae ได้แก่ เชื้อรา Pythium spp.  และ phytophthora spp.  และ Family Perono-Phythoraceae ได้แก่ เชื้อรา Peronophythora spp.


 


Pythuum


          รา Pythium เป็น genus ที่มี species มากที่สุดถึง 92 species (Waterhouse, 1968) มีหลาย species พบอยู่ในน้ำเท่านั้น และได้รับการยอมรับว่าเป็นพวก saprobic แม้มีบาง species เป็น parasite ชนิดอ่อนๆ  ของพืชและสัตว์น้ำ เชื้อรา pythium ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในดินมีหลายชนิด ทำให้เกิดโรครากเน่าโดยเฉพาะพืชตระกูลหญ้า บางชนิดทำลายพืชได้โดยตรง และมีส่วนน้อยที่เป็นพวก mycorrhizae มีน้อยชนิด ที่อยู่เนื้อพื้นดินและเข้าทำลายพืชตรงโคนใกล้ระดับพื้นดิน ทำให้เกิดโรคเน่าคอดิน (damping-off) เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับต้นกล้า ทำให้ต้นกล้าเน่าและต้นหักพับบริเวณโคนต้น (Waterhouse, 1973) พบเป็นกับต้นกล้าพืชหลายชนิด ได้แก่ แตง มะเขือเทศ ยาสูบ มะละกอ   บานชื่น พิทูเนีย ฯลฯ  พืชที่มีลักษณะเลื้อยไปตามดิน เช่น พืชสกุลแตง ผลที่ติดดิน เชื้อรา Pythium จะทำลายผลทำให้ผลเน่า เชื้อรา Pythium จัดเป็นพวกเชื้อราในดิน (soilborne fungi)  ทำให้ต้นกล้าพืชไร่เน่าตายได้แก่  ข้าวโพดและถั่วเหลืองในสหรัฐอเมริกามีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium spp.  (Zhang and Yang, 2000) เชื่อรา Pythium เป็นราที่เข้าทำลายพืชทำให้เกิดโรคได้กับพืชที่มีลักษณะอวบอุ้มน้ำซึ่งเป็นในระยะกล้า สำหรับไม้ยืนต้นแทบไม่พบรายงานว่า เชื้อรา Pythium ทำให้เกิดโรครากเน่าและโคนเน่า นอกจากรายงานเก่าของ Thompson (1934) รายงานว่า โรครากเน่าของทุเรียนในประเทศสิงคโปร์ มีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pythium aphanidermatum ซึ่ง ต่อมาเปลี่ยนเป็น  Phytophthora palmivora (lim, 1993) และมีรายงานพบเชื้อรา Pythium aphanidermatum เป็นสาเหตุโรครากเน่าและโคนเน่าของมะละกอทั้งต้นเล็กและต้นโต นอกเหนือจากเชื้อรา P. palmivora (กรรณิการ์ และคณะ 2529 ; สุชาติ และคณะ, 2523)  เชื้อรา Pythium เข้าทำลายพืชไม้ยืนต้นได้โดยทางบาดแผลเท่านั้น เช่นทางรากที่ถูกบาดแผลจากเครื่องมือการเกษตรหรือ พืชที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เช่นในกรณีของเงาะภายหลังอุทกภัยที่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี (ขจรศักดิ์ และคณะ, 2532)


 


Phytophthora


          รา Phytophthora เป็นเชื้อโรคพืชทำลายพืช ทำให้เกิดอาการเน่าที่ร้ายแรงมาก ย้อนอดีตไปเมื่อปี พ.ศ. 2419 หรือเมื่อ 125 ปี Anton de Bary เป็นผู้ตั้งชื่อราชนิดนี้ว่า Phytophthora (Greek :  Phyton and Phtherio = Plant destroyer)  มีความหมายว่า ผู้ทำลาย เนื่องจากในครั้งนั้นเกิดโรคใบไหม้ของมันฝรั่งระบาดรุนแรง ทำให้การปลูกมันฝรั่งต้องล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่สามารถผลิตหัวมันฝรั่งได้พอเพียงกับชาวไอริช ซึ่งบริโภคมันฝรั่งเป็นอาหารหลัก เป็นเหตุให้ชาวไอริชต้องอดอยากล้มตายเป็นจำนวนมาก ที่มีชีวิตอยู่รอดก็พยายามดิ้นรนอพยพหาแหล่งที่ทำกินและที่อยู่อาศัยใหม่เพื่อให้รอดพ้นจากโรคร้ายนี้ ที่หมายหนึ่งคือ สหรัฐเมริกา เชื้อราสาเหตุโรคใบไหม้ของมันฝรั่งมีเต็มว่า Phytophthora infestans (Zentmyer,  1983)


          ลักษณะรูปร่างสัณฐานวิทยาของเชื้อรา Phytophthora แยกจากเชื้อรา Pythium มีดังนี้ คือ :  เส้นใยของ Phytophthora ค่อนข้างกว้างกว่าขนาดเฉลี่ย 6  มม. กว้างสุด 14  มม. Sporangium รูปมะนาวฝรั่ง (lemoniform) รูปไข่ปลายตัด (obpyriform) หรือรูปไข่ (ovoid) ซึ่ง sporangium รูปดังกล่าวพบน้อยมากใน Pythium  zoospore เกิดใน sporangium เมื่อแก่เต็มที่พร้อมที่จะแตกออกมาทาง papillate  zoospore มีหาง (flagella) 2 หาง ผนังของ oogonium มีทั้งแบบเรียบ ขรุขระ หรือเป็นตะปุ่มตะป่ำ (แต่ไม่มีหนาม) ผนัง oogonium อาจจะหนาขึ้นและมีสีน้ำตาล ส่วน antheridium เป็นแบบ amphigynous (มีน้อย species ที่เป็นแบบ paragynous) โดยธรรมชาติเชื้อรา Phytophthora มีความเป็น parasite มากกว่าเชื้อรา Pythium เป็นไปได้ว่า haustoria จะปรากฏอยู่เสมอในขณะที่  Pythium ไม่มี ( Waterhouse, 1973)


          ลักษณะของ sporangium ของ Phytophthora จัดได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกตรงปลาย sporangium ไม่มีปากเปิดหรือหัวจุก (nonpapillate) หรือไม่มียอดเป็นผนังนูนขึ้นเล็กน้อยมีการแตก sporangium ใหม่ขึ้นมาจาก sporangium เปล่า และไม่หลุด (nondeciduous) ส่วนอีก 2 กลุ่ม sporangium มี papillate ที่นูนหนาเป็นเหมือนหัวจุก ไม่มีการแตก sporangium ใหม่จาก sporangium เปล่า และปกติจะหลุด (deciduous) พวกหนึ่งในกลุ่มนี้ papillate นูนเพียงนิดเดียว (ไม่เกิน 3.5  มม.) sporangium ปกติจะไม่หลุด อีกกลุ่มหนึ่ง papillate นูนเด่นชัด (4  มม. หรือมากกว่า) sporangium ปกติจะหลุดในกลุ่มแรกคือพวกที่อยู่ในน้ำหรือชอบน้ำ ทำให้เกิดโรครากเน่าหรือหัวพืชเน่า ซึ่งกลุ่มนี้แทบไม่พบอยู่เหนือพื้นดิน เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มสุดท้าย ปกติทำให้เกิดโรคบนส่วนของพืชเหนือพื้นดิน (Waterhouse, 1973) เชื้อรา Phytophthora มีขนาดและรูปร่างผันแปรมาก ผิดกับราที่อยู่ใน Family Peronosporaceae ทำให้เกิดโรคราน้ำค้าง (downy mildew) แต่หากรา Phytophthora  อยู่ในสภาพที่สม่ำเสมอและใกล้เคียงธรรมชาติรูปร่างของ sporangium ระหว่าง species ต่างๆ  จะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การจำแนก species โดยใช้ลักษณะ papillate การเกิด sporangium ใหม่จาก sporangium เปล่า  ขนาดและรูปร่าง ลักษณะการเกิด antheridium และขนาด oogonium รูปร่างและส่วนประกอบภายนอก การเกิด oospore ในอาหารเลี้ยงเชื้อทั่วไปและความหนาของผนัง รูปร่างการเจริญเติบโตของเส้นใย อุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดของการเจริญเติบโตและความจำเพาะเจาะจงกับ host ในปี พ.ศ. 2506 Waterhouse (1973) ได้ทำ key การจำแนก species ของรา Phytophtora จำนวน 48  species ปัจจุบันมีการจำแนก Phytophthora ไว้แล้ว 80 species ทั่วโลก เป็นเชื้อที่ระบาดได้รุนแรงโดยมีพืชที่เป็นพืชอาศัยกว่าหนึ่งพันชนิด สำหรับในประเทศไทยเชื้อรา Phytophthora ที่พบได้แก่ P. palmivora, P. parasitica, P. cinnamomi และ P. botryosa, P. infestans


          เฉพาะรา Phytophthora ทำลายส่วนราก ทำให้เกิดโรครากเน่า หรือทำให้เกิดส่วนโคนเน่าเป็นกับไม้ยืนต้น ได้แก่ P. palmivora สาเหตุโรครากเน่าของลำไย โรครากเน่าและโคนเน่าของทุเรียน และโรครากเน่าและโคนเน่าของมะลากอ P. parasitica สาเหตุโรครากเน่าและโคนเน่าของส้มเขียวหวาน โรครากเน่าของพริกไทยและโรคโคนเน่าของกระท้อน การแพร่ระบาดของรา P. palmivora และ P. parasitica ชื้อแพร่ระบาดไปกับดินและน้ำโดยมี zoospore ซึ่งสามารถแพร่ระบาดไปกับลมพายุฝน เข้าทำลายรากหรือส่วนอื่นของพืชเหนือระดับดินที่อยู่สูง ๆ  ได้   รา P. cinnamomi สาเหตุโรครากเน่าของอาโวกาโดและโรครากเน่าของชมพู่ทูลเกล้า การแพร่ระบาดของโรคเชื้อแพร่ระบาดไปกับน้ำและดิน โดยมี zoospore เข้าทำลาย


 


 เชื้อรา Class Oomycetes ที่รายงานว่าเป็นสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่า ลำต้นเน่า ของพืชยืนต้น


 
































































พืช


โรค


เชื้อรา


เอกสารอ้างอิง


ชมพู่ทูลเกล้า


 


รากเน่า Root rot


Phytophthora cinnamomi


วิรัช และคณะ, 2541


ทุเรียน


 


รากเน่าและโคนเน่า Root rot, Collar rot, Stem rot


Phytophthora paplmivora Phytophthora parasitica


ขจรศักดิ์, 2541 Lim, 1993


พริกไทย


รากเน่า Root rot


Phytophthora palmivora


แสงมณี และคณะ, 2540


พลู


รากเน่า Root rot


 


ภูธินี และ วัลลา 2524


มะละกอ


รากเน่า, โคนเน่า


Root rot, collar rot


Phytophthora palmivora


Phythium aphanidermatum


ขจรศักดิ์, 2542


มะม่วง


รากเน่า (กล้า) Root rot,


Pythium sp.


นิรนาม, 2527


ลำไย


รากเน่า Root rot, Foot rot


Phytophthora palmivora


ขจรศักดิ์ และคณะ, 2550


ลิ้นจี่


รากเน่า Root rot


Peronophythora litchii


ขจรศักดิ์ และคณะ, 2540


ขจรศักดิ์และคณะ, 2538


ขจรศักดิ์, 2543


วานิลลา


รากเน่า, ต้นเน่า


Root rot, Stem rot


Phytophthora palmivora


แสงมณี และคณะ, 2540


ส้มเขียวหวาน


รากเน่า, โคนเน่า


Root rot, Collar rot,


Foot rot


Phytophthora parasitica


สุพัตรา, 2529


Ho et al., 1984


อะโวกาโด


รากเน่า Root rot


Phytophthora cinnamomi


อุบล และคณะ, 2530


Ho et al, 1984


 


 


Peronophythora


            รา Peronophythora ป็นราที่อยู่ระหว่างเชื้อรา Peronospora  และ Phytophthora มีลักษณะเฉพาะของตัวเองจึงถูกจัดให้อยู่ใน Family Peronophythoraceae ซึ่งเป็น  family ใหม่ใน Order Peronosporales (Chen, 1961;  Ko et al., 1978) เชื้อรา Peronophythora เป็นราที่สามารถเลี้ยงได้บนอาหารสังเคราะห์ sporangium รูปร่างเหมือนผลมะนาวฝรั่ง และมี apical papilla sporangiophore แตกกิ่งก้านแบบ dichotomous ซึ่งเหมือนกับรา Peronospora ที่ทำให้เกิดโรครา น้ำค้างในคะน้าเส้นใยมีขนาดเล็ก กว้าง 2-5  มม. และ sporangiophore ขนาดกว้าง 5-7  มม.  (Chen, 1961;  Waterhouse, 1973) เส้นใยสร้าง chlamydospore รูปร่างกลม sporangium งอกเป็นเส้นใยโดยตรงหรือถ้ามีน้ำที่อุณหภูมิ 26  ? zoospore ซึ่งมีหาง 2 หาง จะถูกปล่อยออกมาจาก sporangium รานี้เป็นพวก homothallic จะผลิต  oospore ในที่มืดได้มากกว่าที่สว่าง  การสืบพันธุ์โดยใช้เพศมี antheridium เป็นแบบ amphigynous หรือ paragynous (Kao and Leu, 1980 ;  Ho et al., 1984)


            Family Peronophythoraceae มีราเพียงชนิดเดียว คือ เชื้อรา peronophythora litchii ทำให้เกิดโรคผลเน่าของลิ้นจี่ในประเทศไต้หวัน และสาธารณรัฐประชาชนจีน (Chen, 1961) สำหรับประเทศไทย พบเป็นโรคผลเน่ากับลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิในแหล่งปลูกลิ้นจี่  อ.ฝาง จ. เชียงใหม่ (ปริญญา และวิชชา, 2540; ขจรศักดิ์, 1543)   สำหรับเชื้อรา P. litchi พบเชื้อราครั้งแรกในประเทศไทยเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรครากเน่าของลิ้นจี่ นับว่าเป็นรายงานครั้งแรกที่เชื้อราดังกล่าวทำให้เกิดโรครากเน่าได้ พบการระบาด ในแหล่งปลูกลิ้นจี่  อ. โป่งน้ำร้อน  จ. จันทบุรี  ทำให้ต้นลิ้นจี่ยืนต้นตาย เมื่อปี พ.ศ. 2538 (ขจรศักดิ์ และคณะ, 2538)


 


Basidiomycetes


            ราใน Class Basidiomycetes มีลักษณะ 5 ลักษณะ ได้แก่ Smut, Rust, Pore fungi, Gill fungi และ Puffballs  ลักษณะโดยทั่วไปของ basidium มีรูปร่าง club – shaped หรือ tubular cell เป็นที่เกิดของ  basidiospore 4 สปอร์


                        Smut และ Rust เป็นอาการของโรคที่เป็นกับพืช ราพวกนี้เป็นพวก obligate parasite ต้องอาศัยพืชในการดำรงชีวิต เช่น โรคแส้ดำของอ้อย (Smut) โรคราสนิมขององุ่น (Rust) ราพวกนี้ไม่ทำลายรากพืช ราในกลุ่ม Basidiomycetes อื่น ๆ  ที่รู้จักดี ได้แก่ พวกเห็ด เห็ดราหลายชนิดเป็นพวกไม่ทำอันตรายให้กับพืช ขึ้นตามเศษซากพืชและมูลสัตว์ บางชนิดเป็นเห็ดมีพิษใช้รับประทานไม่ได้และมีหลายชนิดเป็นเห็ดที่ดอกเห็ด (basidiocarp) ใช้เป็นอาหารและเพาะเป็นการค้า ได้แก่ เห็ดฟาง เห็ดหูหนู เห็ดหอม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดนางรม มี เห็ดที่ดำรงชีวิตโดยอาศัยแบบพึ่งพาอาศัยกัน อยู่ที่รากพืชและมีดอกเห็ดใช้รับประทานได้ เช่น เห็ดตับเต่าขึ้นบนดินบริเวณโคนต้นหว้า และมะม่วง เห็ดเผาะ ขึ้นบนดินบริเวณโคนต้นเต็งรัง เห็ดชนิดนี้เป็นพวก mycorrhizae


            เห็ดที่ขึ้นและออกดอกตามขอนไม้ทำให้เนื้อไม้ผุพังพวก Pore fungi และ Gill fungi ชนิดขึ้นบนขอนไม้ตายและเป็นอาหาร ได้แก่ เห็ดมะม่วง หรือเห็ดขอน เห็ดหูหนู เห็ดแครง เห็ดที่ขึ้นและออกดอกตามขอนไม้ทำให้เนื้อไม้ผุพัง ที่ทำให้พืชเป็นโรค (wood decay pathogen) ทำลายรากและเปลือกไม้ยืนต้นเป็นโรคที่พบเป็นปัญหากับไม้ยืนต้น เชื้อราบางชนิดเป็นสาเหตุโรครากเน่า และโคนเน่าเชื้อราเข้าทำลายพืชทำให้เนื้อไม้ผุซึ่งนำไปสู่การตายของต้นไม้ เชื้อราเข้าทำลายบาดแผล ทำลายส่วนของเนื้อเยื่อ cambium กับ xylem ที่รู้จัก ได้แก่ เชื้อราพวก Amillaria, Ganoderma, Cerrena และ Rigidoporus เชื้อเข้าทำลายไม้ยืนต้นทำให้ต้นไม้ยืนต้น มีอาการทรุดโทรมและตาย หลังจากนั้นเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม เชื้อรา จะสร้างดอกเห็ดเพื่อแพร่ขยายพันธุ์ ลักษณะดอกเห็ดใช้จำแนกชนิดของเชื้อรา สำหรับลักษณะการทำลายของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้เกิดอาการเน่าแบ่งได้ 3 แบบใหญ่ ๆ  คือ


                การเน่าเป็นสีน้ำตาล (brown rot) สารประกอบ polysaccharide จะถูกย่อยเป็นน้ำตาลชนิดต่างๆ  ในขณะที่ lignin ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเนื้อไม้เน่าจะมีสีน้ำตาลและแห้งมีรอยแตกอยู่ทั่วไป ทางด้านยาวและด้านขวาง การเน่าผุของเนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลเกิดจากเชื้อราพวก Basidiomycotina


                การเน่าเป็นสีขาว (white rot) ส่วนประกอบโครงสร้างลำต้นของเนื้อไม้ เช่น cellulose, hemi cellulose และ lignin จะถูกย่อยสลาย เนื้อไม้ที่เน่าจะชื้นนิ่ม หรือหยุ่นฟ่ามแบบฟองน้ำ และในที่สุดเนื้อไม้สีจะอ่อนลงจนกลายเป็นสีขาว อัตราการสลายตัวของส่วนประกอบโครงสร้างเนื้อไม้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อ การเน่าเป็นสีขาวส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อราพวก Basidiomycotina มีบ้างที่เป็นเชื้อราพวก Ascomycotina โดยเฉพาะ Family Xylariaceae ภายใต้สภาวะเหมาะสมการเน่าสีน้ำตาลและการเน่าสีขาว เชื้อราทำลายเนื้อไม้ส่วนต่างๆ ของต้นไม้มีชีวิตได้อย่างกว้างขวาง และในเวลาสั้น ๆ  เชื้อราจะฆ่าเนื้อเยื่อและทำลาย sapwood จนใช้การไม่ได้เชื้อราเหล่านี้สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่สวนไม้ผล สวนยางพารา และพืชน้ำมัน


                การเน่านิ่ม (soft rot) เป็นอาการเน่าที่เรียกว่า เน่าเละ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราพวก Ascomycotina และ Deuteromycotina เชื้อ เหล่านี้จะทำลาย cellulose, hemicellulose และ lignin ด้วยเช่นกัน เพียงแต่จะทำลายตรงส่วนข้างเคียงตัวเชื้อเท่านั้น อัตราการผุของเนื้อไม้จะช้ากว่าจุลินทรีย์อื่นที่ทำลายเนื้อไม้ได้โดยตรงปกติเชื้อที่ทำให้เกิดอาการเน่านิ่มในไม้ยืนต้นไม่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางต่อโครงสร้างเนื้อไม้มีชีวิต ซึ่งลักษณะเช่นนี้ไม่พบในเชื้อราพวก Basidiomycotina


                       วงจรชีวิตของราพวก Hymenomycetes เป็นราที่สร้างดอกเห็ดและทำให้เนื้อไม้ผุ เชื้อเข้าสู่เนื้อไม้จากการงอกของสปอร์ และเส้นใยจากแผลหนึ่งไปสู่อีแผลหนึ่ง หรือสัมผัสของรากไม้ต้นนึ่งกับอีกต้นหนึ่งในธรรมชาติ sexual spore (basidiospore) แพร่ไปกับลมจาก basidiocarp ทำหน้าที่เป็น primary inoculum สปอร์เหล่านี้ สร้างมาจาก basidium ซึ่งมีการแบ่งเซลล์แบบ meiosis และสร้างสปอร์แล้ว basidiospore จะงอกภายใต้สภาพเหมาะสมเพื่อสร้างเส้นใยแบบ homokaryotic ซึ่งสามารถเจริญเติบโตอย่างอิสระ เป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตของเชื้อ เมื่อมีโอกาสจะเกิดการผสมของเส้นใย homokaryotic เกิดเป็นเส้นใยแบบ dikaryotic ปกติระยะนี้พบมากที่สุดในธรรมชาติในบาง species ของ Armillaria นิวเคลียสจะผสมกัน (fuse) เกิดเป็น diploid nucleus แต่ในบาง species เส้นใย  heterokaryotic จะเจริญโดยตรงจาก basidiospore อาจเป็นเพราะเชื้อราเหล่านี้เป็นพวก homokaryotic ก็ได้ในทุกกรณีเส้นใยเชื้อราเจริญอยู่ภายใต้เนื้อไม้ โดยใช้เนื้อไม้เป็นอาหารดำรงชีพภายใต้สภาพเหมาะสม จะเกิด fruiting body หรือ basidiocarp แล้ว basidiospore ก็จะถูกสร้างขึ้นเป็นการครบวงจรชีวิตของเชื้อราใน Order Hymenomycetes ที่ทำให้ไม้ยืนต้นเป็นโรคที่รากและโคนต้น ได้แก่ Armillaria, Fomes, Garnoderma, Phellinus และ Rigidoporus


 


เชื้อรา Class Basidiomycetes ที่ทำลายรากไม้


 


































พืช


โรค


เชื้อรา


เอกสารอ้างอิง


ทุเรียน


โรครากขาว White root rot


Rigidoporus lignosud


Lim, 1993


ท้อ


โรครากเน่า Root rot


Armillaria mellea


Adaskaveg and Ogawa, 1990


มะพร้าว


รากเน่า, ลำต้นเน่า


Root rot, Basal stem rot


Ganoderma sp.


G. boninense


G. tornatum


G. zonatum


ศรีสุรางค์ และคณะ, 2540


Simone, 1994


Simone, 1994


Simone, 1994


ยางพารา


โรครากขาว White root rot


โรครากแดง Red root rot


โรครากสีน้ำตาล


Brown root rot


Rigidoporus lignosus


Ganoderam pseudoferum


ลักษณ์, 2543 อุไร, 2540


ลักษณ์, 2543 อุไร, 2540


อุไร, 2540


แอปเปิ้ล


โรครากเน่า Root rot


Fomes fomentamus


Adaskaveg and Ogawa, 1990


 


Armillaria


            เชื้อราทำให้เกิดโรครากเน่า (Armillaria root rot) ลักษณะเนื้อไม้ที่ถูกทำลายเป็นลักษณะ white rot ทำลายไม้เป็นและไม้ตาย Armillaria mellea เป็นเชื้อราทำให้เกิดโรคกับต้น almond และท้อ (Adaskaveg and Ogawa, 1990)


 


Fomes


                เชื้อราทำลายไม้เป็นและไม้ตาย ทำให้เกิดอาการ white rot Fomes fomentarius ทำให้เกิดโรครากเน่าและโคนเน่าของแอปเปิ้ล พรุน และ สาลี่ (Addaskaveg and Ogawa, 1990) ยางพารา (ลักษณ์, 2543)


 


Ganoderma


            ลักษณะการทำลายเนื้อไม้เป็นลักษณะ white rot ทำให้ส่วนถูกทำลายมีสีขาวในยางพาราเมื่อรากยางถูกทำลายระยะแรก จะเป็นสีขาวต่อเมื่อนานวันรากจะเป็นสีแดง (อุไร, 2540)


 


Phellinus


            เชื้อราทำลายไม้ตาย ทำให้เกิดอาการ white rot มีหลาย species ได้แก่ Phellinus ferreus, P. ferruginosus,  P. gilvus,  P. igniarius,  P. pomaceus และ P. robustus (Adaskaveg and Ogawa, 1990)  ส่วน  P. noxius ทำให้เกิดโรครากสีน้ำตาลของยางพารา ซึ่งจะพบกับสวนยางที่ถูกลมพายุพัดหักเกิดบาดแผลบริเวณโคนและราก


 


Rigidoporus


            เชื้อราทำลายไม้เป็นและไม้ตายทำให้เกิดอาการ white rot   รา R. lignosus ทำให้เกิดโรครากขาว (white root rot)  เป็นกับยางพารา (ลักษณ์, 2543)  ทุเรียน  (Lim, 1993)  ราชนิดนี้เป็นเชื้อที่มีพืชอาศัยมากชนิดทั้งไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก


 


Deuteromycetes


            ราใน Class Deuteromycetes หรือราในกลุ่ม Imperfect fungi มีราหลายชนิดที่อยู่ในกลุ่มนี้ที่ทำให้ส่วนต่างๆ  ของพืชเป็นโรค และมีมากชนิดที่อาศัยในดินและเศษซากพืช มูลสัตว์ โดยมิก่อให้เกิดโรคกับพืช ลักษณะของเส้นใยของราในกลุ่มนี้ เส้นใยมีผนังกั้น เป็นเชื้อราที่ขึ้นได้บนอาหารเลี้ยงเชื้อ เชื้อราในกลุ่มนี้หากพบขยายพันธุ์โดยใช้เพศจะถูกจัดอยู่ใน Class Ascomycetes กล่าวเฉพาะเชื้อราที่ทำให้พืชเกิดเน่าตายได้แก่ รากเน่า ลำต้นเน่า และเหี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุกมีน้อยมากที่เป็นไม้ยืนต้น ได้แก่ โรคเหี่ยวของฝรั่ง พบระบาดในแหล่งปลูกฝรั่งของประเทศ ทั้งฝรั่งรับประทานสดและฝรั่งคั้นน้ำ


 


เชื้อรา Class Deuteromycetes  ที่มีรายงานว่าเป็นสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่า ลำต้นเน่าและเหี่ยว


 



























































พืช


โรค


เชื้อรา


เอกสารอ้างอิง


กล้วย


โรคตายพราย Fusarium wilt,


(Panama disease)


Fusarium oxysporum


f.sp. cubense


ขจรศักดิ์, 2542


กล้วยไม้รองเท้านารี


โรครากเน่า (Root rot)


โรคต้นเน่าแห้ง (Stem rot)


Sclerotium rolfsii


Chandrasrikul, 1968


สิริลักษณ์, 2530


แตง


โรคเหี่ยว Fusarium wilt


F. oxysporum f.sp. melonis


จุมพล และคณะ 2539


ถั่วแดง


โรคเน่าคอดิน (Damping-off)


โรคเน่าขาว Sclerotium rot


โรคโคนเน่า (Stem rot)


Sclerotinia sclerotiorum


Rhizoctonia solani


M. phaseoli


 


 


สมบัติ, 2526


สมบัติ, 2526ก


สมบัติ 2526


ปอกระเจา


โรคลำต้นเน่า (Stem rot)


โรคเน่าคอดิน (Damping-off)


โรคลำต้นเน่า (Stem rot)


Macrophomina corchori


M. phaseoli


สมชาย และคณะ, 2518


สมชาย และคณะ, 2519


ฝ้าย


โรคเหี่ยว Fusarium wilt


F. oxysporum f.sp. vasinfectum


ทวี, 2527


ฝรั่ง


โรคเหี่ยว (Guava wilt)


Paecilomyces fumosorosens


Acremonium sp.


A. diospyri


Penicillium vermosenii


F. oxysporum f.sp. psidii


นิพนธ์, 2542


พรพิมล และเลขา 2542


Schoemen and Vos.,1996


Schoemen et al., 1997


Pandey and Dwivedi, 1985


ฝรั่ง


โรคเหี่ยว (Guava wilt)


Macrophomina phaseolina


Dwivedi, 1990


มะลิ


โรคต้นเน่าแห้ง (Dry stem rot)


S. rolfsii


สิริลักษณ์ และคณะ, 2528


มะม่วง


โรคโคนเน่าของต้นกล้า (Foot rot)


Sclerotium delpinii


อุบล และคณะ, 2529


 


เอกสารอ้างอิง


กรรณิการ์  เพี้ยนภักตร์ วิรัช  ชูบำรุง และอุบลคือประโคน. 2529.


รวบรวมและจำแนกเชื้อราต่างๆ ทีเป็นสาเหตุโรคมะละกอ,  (หน้า 102-127.)  ใน  รายงาน ผลงานวิจัย พ.ศ. 2529 กลุ่มงานวิทยาไมโค กองโรคพืชและจุลชีววิทยา.


ขจรศักดิ์  ภวกุล. 2541.  บอกเล่าเรื่องโรครากเน่าและ คนเน่าของทุเรียน, (หน้า 1-9.)


ในกลยุทธ์ หยุดการระบาดโรครากเน่าและโคนเน่าทุเรียน. สมาคมนักโรคพืชแห่งประเทศไทย. 71 หน้า.


ขจรศักดิ์  ภวกุล. 2542. โรคของไม้ผล, หน้า (41-74.) ในเอกสารประกอบการบรรยายฝึกอบรมหลัก


สูตร หมอพืช-ไม้ผล  ภาควิชา โรคพืช คณะเกษตร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.


กรุงเทพมหานคร.


ขจรศักดิ์  ภวกุล.  2543.  จักรพรรดิ-เน่า.  ข่าวสารโรคพืชและจุลชีววิทยา 10(2)  : 45-49


ขจรศักดิ์  ภวกุล  วิจัย รักวิทยาศาสตร์  มาโนช   ทศพล และ  ชัยวัฒน์  กระตุฤกษ์.  2538.


                รา  Peronophythora litchii  แยกได้จากโรครากเน่าของลิ้นจี่,


                (หน้า 3-7.)  ใน  การอารักขาพืชเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เล่มที่ 1  ประชุมวิชาการอารักขา


                พืช เพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เล่มที่ 1  ประชุมวิชาการอารักขาพืชแห่งชาติ ครั้งที่ 2  9-11


                ตุลาคม 2538.  โรงแรมเพชรงาม  จ.เชียงใหม่.


ขจรศักดิ์  ภวกุล  สุชาติ  วิจิตรานนท์  ชัยวัฒน์  กระตุฤกษ์  มาโนช  ทศพล  ชูศักดิ์  วิชัยดิษฐ์  พินิจเกา-ไสยานนท์  และ สวิต  จันทวี. 2532.


                ศึกษาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราทำลายรากในการฟื้นฟูสวนเงาะที่ประสบอุทกภัย


                ในแหล่งปลูก อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี,  (หน้า 78-92.) ใน รายงานผลงาน


                วิจัย ปี 2532  กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร.


ขจรศักดิ์  ภวกุล  พัชรินทร์  เทียมสกุล  และมาโนช  ทศพล.  2540. 


                โรครากเน่าของลำไย  วารสารโรคพืช  12(2)  :  123-128.


จุมพล  สาระนาค  อรพรรณ  วิเศษสังข์  และจักรพงษ์  เจิมศิริ. 2539.


                โรคผัก.  สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6,  กรมวิชาการเกษตร. 113  หน้า.


ทวี  เก่าศิริ. 2527. 


                โรคฝ้าย,  (หน้า 1-17.)  ใน ข่าวสารศัตรูพืชปีที่ 1 ฉบับฝ้าย. สมาคมนักโรคพืชแห่งประเทศ


                ไทย กรุงเทพมหานคร.


นิพนธ์  วิสารทานนท์.  2541. 


                โรคฝรั่ง ในเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการหลักสูตร  หมอพืช ไม้ผล   ที่  7  ภาควิชา


                โรคพืช  คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.


นิรนาม. 2527.


                โรคไม้ผล. ใน การสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2527. กองโรคพืชและจุลชีววิทยา


                กรมวิชาการเกษตร


ปริญญา  จันทรศรี และ  วิชชา  สะอาดสุด. 2540.


                โรคราน้ำค้างเทียมของลิ้นจี่, (หน้า 299-303.)  ในการอารักขาพืชเพื่อความอยู่ดีมีสุข.


                การประชุมวิชาการอารักขาพืชแห่งชาติ ครั้งที่ 3  วันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2540


                อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ


พรพิมล  อธิปัญญาคม และเลขา  มาโนช. 2541.


                โรคเหี่ยวของฝรั่ง.  การประชุมทางวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ครั้งที่ 36,


                3-5 กุมภาพันธ์ 2541.  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กรุงเทพมหานคร.


ภูธินี  นิยะโมสถ  และ วัลลา  ดิฐพงษ์พัชณ์.  2524.


                โรคสำคัญของพลู. แก่นเกษตร  9(4) :  153-160.


ลักษณ์  วงศ์หิรัญภิญโญ. 2543. 


                โรคที่สำคัญบางชนิด ของยางพาราและป้องกันกำจัด. กองโรคพืชและจุลชีววิทยา. 70 หน้า.


วิรัช  ชูบำรุง  อุบล  คือประโคน  และธนิต  ปล่องบรรจง.  2541.


                โรครากเน่าของชมพู่ทูลเกล้า.  กสิกร 71(4)  :  322-325


ศรีสุรางค์  ลิขิตเอกราช  แสงมณี  ชิงดวง  และ ศุภชัย  ลีจีรจำเนียร. 2540.


                โรครากเน่าของมะพร้าว และหมาก.  วารสารโรคพืช  12 (1) : 35-40.


สมชาย  กันหลง  สมาน  แก้วบุญเรือง  และสมภาค  สิทธิพงศ์. 2518.


การศึกษาปฏิกิริยาของปอกระเจาพันธุ์ต่างๆ  ต่อโรคต้นเน่า, (หน้า 75.)  ในรายงานผลการตรวจวิจัยประ


                จำปี 2518.  กองวิจัยโรคพืช  กรมวิชาการเกษตร.


สมบัติ  ศรีชูวงศ์.  2526. 


                โรคของถั่งแดง.  วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร 16(5) :  358-364


สมบัติ  ศรีชูวงศ์.  2526ก. 


                โรคราขาวหรือโคนเน่าของถั่วแดง.  วารสารโรคพืช 3(2)  :  42-45.


สุชาติ  วิจิตรานนท์  ปัญญา  ชยามานนท์  และ สงคราม  ธรรมจารีย์. 2523.


ศึกษาสาเหตุและการป้องกันกำจัดโรคโคนเน่าของมะละกอ, (หน้า 9-16.) ในรายงานผลวิจัย พ.ศ. 2523.


กลุ่มงานวิจัยโรคไม้ผลพืชสวนอุตสาหกรรมและสมุนไพรกองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร


สุพัตรา  อินทวิมลศรี. 2529.


โรครากและโคนเน่าของส้มเขียวหวานและการควบคุมด้วยสารเคมี. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท.


                มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กรุงเทพมหานคร.


สิริลักษณ์  โล่สวัสดิ์. 2530.


                คู่มือการป้องกันกำจัดโรคของกล้วยไม้และไม้ดอกบางชนิด. กองโรคพืชและจุลชีววิทยา.


                กรมวิชาการเกษตร.


สิริลักษณ์  โล่สวัสดิ์  ศิริพงษ์  คุ้มภัย  นิยมรัฐ  ไตรศรี  สุรสิทธิ์  บุญทวี และ ลักษณา  วรรณภีร์. 2528.


                การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคต้นเน่าแห้งของมะลิลา, (หน้า 1419-1429.) ใน รายงานผล


                งานวิจัย พ.ศ. 2525  เล่มที่ 3.  กองโรคพืชและจุลชีววิทยา.  กรมวิชาการเกษตร.


แสงมณี  ชิงดวง  ประเสริฐ  เคร่งเปี่ยม  และสุชาติ  วิจิตรานนท์.  2540.


                ผลของเชื้อรา Pyhtophthora parasitica และ P. palmivora   สาเหตุโรค


                รากเน่าโคนเน่าของพริกไทยและโรคเน่าดำของวานิลลา. วารสารโรคพืช 12 (1):  13-25.


อุบล  คือประโคน  วิรัช  ชูบำรุง  พัชรา  โพธิ์งาม   และ สมศักดิ์  เสียงก้อง. 2529.


                ศึกษาลักษณะอาการและเชื้อราสาเหตุโรคโคนและรากเน่าของมะม่วงในระยะกล้า.


                (หน้า 10-21.)  ในรายงานผลงานวิจัย พ.ศ. 2529. กลุ่มงานวิทยาไมโค.


                กองโรคพืชและจุบชีววิทยา. กรมวิชาการเกษตร.


อุบล  คือประโคน  สมศักดิ์  เสียงก้อง  กรรณิการ์  เพี้ยนภักตร์  และพัชรา โพธิ์งาม. 2530


สาเหตุโรครากเน่าของ อะโวกาโด ของประเทศไทย.  วารสารวิชาการเกษตร 5: 54-60


อุไร  จันทรประทิน. 2540.


                โรครากขาว รากแดง และรากสีน้ำตาลของยางพารา. กสิกร  69(4) :  333-337.


Adaskveg, J. E. and J.M. Ogawa. 1990. Wood


          Decay pathogen of fruit and nut trees in California.


          Plant Disease 74(5) :  341-352.


Chandrasrikul, A. 1968  A supplementary host list of plant


          Disease in Thailand.  Tech. Bull, No.9, Dept. of Agr.


          Bangkok.  14 p.


Chen, C.C. 1961.  A species of Peronophythora gen. nov.


          Parasitic on litchi fruit in Taiwan. Publ.  College


          Agric.  Nat,  Taiwan Univ. 10 :  1-37.


Dwivedi,  S,K, 1990.  Guava wilt incited by Macrophomina


          Phaseolina.  National Acad.  Sci. Lett. 13 :  301-303


Ho, H.H., J.Y.  Lu and L.Y. Gong. 1984.


          Observation on asexual reproduction by Peronophythora litchi.


          Mycologia 76:  745-747


Kao, C.W. and L.S. Leu. 1980.  Sporangium germination of


          Peronophythora litchi the causal organism of litchi


          Downy blight.  Mycologia 72: 737-748


Ko,  W.H., H.S.  Chang, H.J.  Su, C.C.  Chen and L.S. Leu. 1978.


          Peronophythoraceae, a new family of Peronosporales. Mycologia 


          70:  380-384


Lim, T.K. 1993.  Durian, Diseases and Disorders. Art Printing Work


          SHD. Kuala Lumpur. 59 pp.


Pandey, R.R.,  R.S.  Dwivedi. 1985 Fusarium oxysporium f.sp.


          psidii as a pathogen causing wilt of guava in Varanasi District.


          India Phytopatho.  Z. 144:  243-248


Schoemen, M.H. and Vos. 1996  Guava wilt disease-selection for


          Resistance. ITSC. Info.  Bull. 294:  72-73


Schoemen, M.H.,  E.  Benade and M.J.  Wingfield. 1997.  The


          Symptom and cause of guava wilt in South Africa. J.


          Phytopathology 145:  37-41


Simone, G.W. 1994  Coconut diseases caused by fungi, (pp. 24-26.)


          In Compendium of tropical fruit disease. R.C. Ploetz, G.A.


          Zentmyeer, W.T. Nishijima,  K.G. Rohrbach and H.D. Ohr,


          Eds. APS Press. The American Phytopathology Society St.


          Paul, Minnesota.


Thompson, A. 1934. A disease of durian tree. Malaysian Agricultural


          Journal 22(8)  :  369-371


Waterhouse, G.M. 1963.  Key to the species of Phytophthora de Bary.


          Mycol. Pap. 92:  1-22.


Waterhouse, G.M. 1968  A Key to Pythium pringsheim. Mycol.  Pap.


          109:  1-15


Waterhouse, G.M. 1973.  Peronosporales, Pages 165-185.  In The Fungi


          Vol. IVB. G.C. Ainsworsth, Frederick  K. Sparrow and Alfred


          S. Sussman. (eds.).  Academic Press, New York and London.


Zentmyer,  G.A.  1983.  The world of Phytophthora. (pp. 1-7.) In


Phytophthora Its Biology, Taxonomy,  Ecology and Plantpathology.


          D.C.  Erwin, S. Bastnicki-Garcia and P.H. Tsao. (eds.).  The


          American Phytopathology Society, St. Paul.  Mennesota.


Zhang,  B.Q.  and X.B.  Yang. 2000.  Pathogenicity of Pythium


          Populations from comsoybean rotation fields. Plant Disease


          84(1) :  94-99


 


 ที่มา : วารสารโรคพืช. ปีที่ 16 ฉบับที่ 1-2 มกราคม-ธันวาคม 2545 หน้า 49-60.