การเกษตร, ข่าวเกษตร

รายงานพิเศษ : สร้างผู้นำสหกรณ์ต้นแบบ สู่‘Young Smart Cooperative Directors’

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
มีนโยบายที่จะพัฒนาเกษตรกรให้เป็น
Smart Farmer เป็นเพื่อนคู่คิดเพื่อให้เกษตรกรไทยมีความพร้อม
ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร สอดคล้องกับวิถีชีวิต
และลักษณะการประกอบอาชีพของแต่ละบุคคล มีการให้ความสำคัญในการใช้องค์ความรู้
และข้อมูลในการตัดสินใจ มีการนำเทคโนโลยี ภูมิปัญญา และวิธีการปฏิบัติที่ดีมาใช้
หรือพัฒนา โดยตระหนักถึงคุณภาพและปริมาณความต้องการของตลาด
รวมถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์
ได้เล็งเห็นว่าการที่จะทำให้สมาชิกสหกรณ์ที่เป็นเกษตรกรเกิดความเข้มแข็ง
มีคุณภาพชีวิตที่ดี
เกิดการรวมกลุ่มช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามวิธีการสหกรณ์
มีความรู้ในด้านต่างๆ ที่เหมาะสม อาทิ ความรู้ในเรื่องการเกษตรที่ตนทำอยู่
มีข้อมูลที่จะใช้ในการประกอบการตัดสินใจในการผลิตและการตลาด รวมทั้งมีความตระหนักถึงคุณภาพของสินค้าเกษตรที่ตนผลิตและความปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้า
และท้ายที่สุดมีความภูมิใจในอาชีพเกษตร
สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ไปยังสมาชิกเกษตรกรรายอื่นได้

นายกัณวีย์
บุญญพันธุ์ ผู้อำนวยศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา
เปิดเผยว่า กรมส่งสริมสหกรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรสู่เกษตรกรปราดเปรื่อง
ซึ่งจะเกิดผลดีอย่างมากกับสมาชิกสหกรณ์การเกษตร
โดยมีแนวความคิดในการสร้างผู้นำต้นแบบรุ่นใหม่ในสหกรณ์ภาคการเกษตรให้ได้รับการสนับสนุนเป็น
Young
Smart Cooperative Directors ควบคู่สู่วิถีการเป็น Smart
Farmer ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป
สำหรับบุคลากรสำคัญในสหกรณ์การเกษตรที่จะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวในสหกรณ์คือคณะกรรมการดำเนินการ
ประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่มและสมาชิกชั้นนำของสหกรณ์
โดยเฉพาะที่ยังมีอายุไม่มากนักจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตร
และเป็นผู้ที่จะได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากสมาชิกรุ่นก่อน
ตลอดจนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมใหม่ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำมาพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืนและสามารถขยายผลไปสู่สมาชิกรายอื่นต่อไปดังนั้น
กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงมีแนวคิดในการสร้างผู้นำต้นแบบรุ่นใหม่ในสหกรณ์เพื่อเป็น
Young
Smart Cooperative Directors ได้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์กรมส่งเสริมสหกรณ์
20 ปี ที่จะพัฒนากลุ่มสมาชิกสหกรณ์ต้นแบบ และการพัฒนาผู้นำสหกรณ์ (
Smart
Leadership Development) เพื่อให้มีความรู้ด้านการบริหารจัดการสหกรณ์
บนพื้นฐานการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง
และในด้านยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ภายใต้การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในสหกรณ์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาผู้นำต้นแบบรุ่นใหม่ให้สามารถสร้างและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์นำมาใช้ในการดำเนินงานสหกรณ์
ตลอดจนยุทธศาสตร์การสร้างความยั่งยืนด้วยภูมิปัญญาสหกรณ์
ซึ่งผู้นำสหกรณ์รุ่นใหม่นี้จะเป็นผู้ที่ได้รับการปลูกฝังให้มีแนวคิดด้านการดำเนินงานที่ดีภายใต้ระบบสหกรณ์
ทั้งนี้ เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำสหกรณ์ที่มีคุณภาพ
Smart Cooperative
Directors สำหรับการพัฒนาผู้นำสหกรณ์ยังเป็นการสนับสนุนการเป็น Smart
Farmer อันจะส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศด้วยกรมส่งเสริมสหกรณ์
จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร
โครงการสร้างผู้นำต้นแบบสู่
Young Smart Cooperative Diirectors” เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำต้นแบบรุ่นใหม่ในสหกรณ์
ให้สามารถเป็นสมาชิกชั้นนำ ประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม
ตลอดจนคณะกรรมการสหกรณ์ที่เข้าใจในระบบสหกรณ์ สามารถเป็นผู้นำต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง
มีความรู้ด้านนวัตกรรมเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์
ตลอดจนสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง ยั่งยืนต่อไป
โดยกลุ่มเป้าหมาย เป็นบุคลากรสหกรณ์ที่เป็นคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์
ประธานกลุ่ม/เลขานุการกลุ่ม/สมาชิกสหกรณ์ชั้นนำในสหกรณ์ภาคการเกษตรที่มีอายุไม่เกิน
50 ปี และเป็นผู้ที่ทำการเกษตรตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่
และมีความพร้อมสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดขยายผลความสำเร็จสู่สมาชิกสหกรณ์รายอื่นได้
โดยเนื้อหาการอบรมจะเกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำสหกรณ์รุ่นใหม่
การสร้างความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกร และแนวทางการพัฒนาความเข้มแข็งของสหกรณ์
เมื่อผ่านการอบรมแล้วผู้เข้ารับการอบรมจะต้องนำองค์ความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดต่อ
และขยายผลไปยังสมาชิกสหกรณ์คนอื่นๆ
กรมส่งเสริมสหกรณ์
คาดหวังว่า
โครงการนี้จะทำให้เกิดผู้นำสหกรณ์ต้นแบบรุ่นใหม่ที่มีองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพ
และสร้างความมั่นคงทางอาชีพตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถถ่ายทอดขยายผลความสำเร็จสู่สมาชิก และเป็นผู้นำที่มีแนวคิด มีองค์ความรู้
มีคุณธรรมในการบริหารงานสหกรณ์ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสหกรณ์
ทำให้สหกรณ์เข้มแข็งสามารถสร้างความมั่นคงทางอาชีพและการดำรงชีวิตของสมาชิกได้อย่างมั่นคง
ยั่งยืนต่อไป
นายกัณวีย์ กล่าวทิ้งท้ายจังหวัดสระแก้วเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับการจัดแปลงที่ดินในพื้นที่
ส.ป.ก. ตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ 36/2559
โดยนำมาพัฒนาพื้นที่ให้มีความพร้อมสำหรับทำกินและพักอาศัย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน
การยึดคืนพื้นที่ ปรับพื้นที่/ก่อสร้างถนน
สำรวจตรวจสอบความเหมาะสมของที่ดินในการทำการเกษตรโดยใช้
Agri-Map การพัฒนาแหล่งน้ำ สนับสนุนการเลี้ยงโคเนื้อ
ส่งเสริมอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ระหว่างรอการเลี้ยงโคเนื้อ
ส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดตั้งสหกรณ์ สนับสนุนแหล่งน้ำบาดาล ก่อสร้างที่พักอาศัย
คัดเลือกเกษตรกร และอำนวยความสะดวกไฟฟ้า/น้ำประปา
นับเป็นการทำงานเชิงบูรณาการอย่างแท้จริง และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบเอกสารที่ดิน ส.ป.ก.
ที่ยึดคืนตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ 36/2559ซึ่งได้นำมาจัดสรรให้เกษตรที่ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว
จำนวน 303 ราย 3,342 ไร่ 10 แปลง โดยมอบให้แก่ประธานสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง
อรัญประเทศ วัฒนานคร และวังน้ำเย็น รวมทั้งสิ้น 4 สหกรณ์ พร้อมมอบบ้านจำลองและ ปัจจัยการผลิตให้แก่ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์อำเภอโคกสูง
จำนวน 4 ราย ซึ่งในส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน
โดยสถานีพัฒนาที่ดินสระแก้วได้ร่วมวางแผนดำเนินการใช้ข้อมูลแผนที่
Agri-Map ตรวจสอบความเหมาะสมของดินและให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต
(เมล็ดพันธุ์ปอเทือง) สำหรับมอบให้แก่กลุ่มสมาชิกสหกรณ์นำไปปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน
ณ พื้นที่หมู่ที่ 14 ตำบลหนองม่วง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้วจากมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในพื้นที่
ส.ป.ก. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรมพัฒนาที่ดินได้มีร่วมวางแผนดำเนินการ
โดยใช้ข้อมูลแผนที่ทรัพยากรดินและข้อมูลอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์สภาพดินปัญหาต่างๆ
และวางแนวทางการจัดการพื้นที่เพื่อการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ใช้แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (
Agri-Map) เป็นเครื่องมือบริหารจัดการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับการวางแผนและประเมินผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม
(
N) โดยนำข้อมูลขอบเขตแปลงที่ยึดคืนจาก ส.ป.ก.
ใช้ในการวางแผนข้อมูลดินและแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินพร้อมด้วยคำแนะนำเบื้องต้น
และจัดส่งให้ ส.ป.ก. จังหวัด ไปร่วมประชุมพิจารณาแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินกับ คทช.
จังหวัด พร้อมส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก.
ให้มีความรู้ความเข้าใจและทำการเก็บตัวอย่างดินเพื่อการตรวจวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
และเห็นความสำคัญของตรวจวิเคราะห์ดินก่อนการเพาะปลูกพืช
เพื่อให้ทราบว่าในดินมีธาตุอาหารสำคัญอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการเพาะปลูกพืช
จะต้องทำการปรับปรุงบำรุงดินด้วยวิธีการใดให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืช
เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรรายย่อยได้ลดต้นทุนการผลิต
โดยกรมพัฒนาที่ดินจะให้การสนับสนุนเกษตรกรด้านปัจจัยการผลิตต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นด้านองค์ความรู้การพัฒนาที่ดิน เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดชนิดต่างๆ เช่น
ปอเทือง ถั่วพุ่ม ถั่วพร้า โสนแอพฟริกัน ถั่วมะแฮะ และอื่นๆ
สำหรับปลูกเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน วัสดุปูน เช่น โดโลไมท์ ปูนมาร์ล ปูนหินฝุ่นบด
เพื่อการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยว-ดินกรด ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์
สารเร่ง พด. ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต
รวมทั้งการแจกจ่ายพันธุ์กล้าหญ้าแฝกสำหรับปลูกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมต่อไป

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่6/9/2560

เวปที่มาhttp://www.naewna.com/local/290054

 

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *