การเกษตร, ข่าวเกษตร

รายงานพิเศษ : พลิกโฉมวงการเกษตรไทยด้วยแผนพัฒนาฯฉบับ12

fiogf49gjkf0d

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางภาวะเศรษฐกิจโลก กฎ
กติกาการค้าใหม่ที่มีมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ
ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศไทยเอง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของรัฐที่เปลี่ยนแปลงตามการเมือง
ปัญหาภัยพิบัติ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรทั้งสิ้น

นางสาวจริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ในวาระที่แผนพัฒนาการเกษตร
ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่
11 ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2555 กำลังจะสิ้นสุดในปี 2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้วางยุทธศาสตร์แนวทางพัฒนาการเกษตร
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่
12 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 2560-2564 ไว้แล้ว โดยปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ที่ตั้งเป้าให้ภาคเกษตรสู่ความเป็นเลิศ
เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน

ฉะนั้นแผนพัฒนาภาคเกษตรฉบับใหม่จะมุ่งเน้นไปที่ความผาสุกของเกษตรกรและชุมชนการเกษตรมีความเข้มแข็งขึ้นเป็นลำดับแรก
เนื่องจากเกษตรกรเป็นอนุภาพสำคัญของภาคเกษตร เหมือนกับเป็นอะตอมเล็กๆ ประมาณ
6.7 ล้านครัวเรือน คิดเป็นเกษตรกรไทยทั้งหมดประมาณ 28 ล้านคน เกษตรกรเป็นผู้ขับเคลื่อนการผลิตสินค้าเกษตร จึงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาภาคเกษตร
หากเกษตรกรมีความผาสุกจากการผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต
สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ปัญหาหนี้สินลดลง สามารถพึ่งพาตนเองได้
ส่งผลให้ชุมชนเกษตรมีความเข้มแข็งขึ้น นำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรด้านอื่นต่อๆ
ไปได้ด้วย

ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายดัชนีความผาสุกของเกษตรกรจะต้องเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ร้อยละ
77 ขยับขึ้นเป็นร้อยละ 85
สถาบันเกษตรกรทำธุรกิจมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ
20
ต่อปีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ
3
ต่อปี โครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรได้รับการฟื้นฟูใช้ประโยชน์ได้อย่างสมดุลและยั่งยืนการจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
ต้องดำเนินการภายใต้ตามยุทธศาสตร์ทั้ง
4 ด้าน ประกอบด้วย
ยุทธศาสตร์ที่
1
สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร
ด้วยการน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขยายผลให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้
ส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์
สร้างองค์ความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.
882 ศูนย์) พัฒนาสู่การเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง
รวมทั้งสร้างความภาคภูมิใจและความมั่นคงในอาชีพเพื่อดึงเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาทดแทนแรงงานเกษตรที่ขาดแคลนรวมทั้งแก้ปัญหาสังคมเกษตรผู้สูงวัย

ยุทธศาสตร์ที่ 2
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน
ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในระดับกลางหรือระดับบนที่มีความสามารถในการผลิตเพื่อการค้าหรือการส่งออก
ให้มีการพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานรองรับความต้องการของตลาด
สามารถเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยและเพิ่มมูลค่าสินค้า ส่งเสริมให้ทำการเกษตรแบบ
Cluster
สร้างเครือข่ายและทำข้อตกลงซื้อขาย Contract Farming เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมแปรรูป

 

ยุทธศาสตร์ที่ 3
เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
เป็นเรื่องของงานวิจัยพัฒนาการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นวิจัยเชิงทฤษฎี เช่น
พันธุ์พืชที่ทนต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ พืชใช้น้ำน้อย
หรือพันธุ์สัตว์ที่ต้านทานต่อโรค การวิจัยพัฒนาอาหารสัตว์
หรือนวัตกรรมเครื่องมือทางการเกษตร เครื่องจักรกลการเกษตรที่เหมาะสม เป็นต้น
สำหรับยุทธศาสตร์ที่
4
การบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืนมุ่งเน้นไปที่การดูแลเรื่องทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานในการผลิตทางการเกษตรที่ดีต่อไป
ที่สำคัญทรัพยากรน้ำต้องมีการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทาน
พร้อมกับเพิ่มและปรับปรุงแหล่งน้ำขนาดเล็กในไร่นาและแหล่งน้ำชุมชน
ควบคู่กับการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย

การขับเคลื่อนนโยบายหรือทิศทางภาคเกษตรไทย
ภายใต้แผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงแผนพัฒนาฯฉบับที่
12
จะเน้นหนักไปที่การสร้างความผาสุกของเกษตรกร
ด้วยการเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี
เพื่อพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพแวดล้อม
พัฒนาเกษตรกรให้มีความรอบรู้ทุกด้านเป็น
Smart Farmer อย่างแท้จริง
เช่น เปลี่ยนจากเกษตรกรที่เก่งด้านการผลิตอย่างเดียวมาเป็นเกษตรกรนักปรับปรุงพันธุ์พืช
พันธุ์สัตว์ หรือเป็นเกษตรกรนักการตลาด ที่รู้ว่าผลิตสินค้ามาแล้วตลาดอยู่ที่ไหน
สินค้าอะไรที่ตลาดมีความต้องการ
ระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าจากฟาร์มไปถึงแหล่งรับซื้อแบบไหนจึงจะประหยัดต้นทุนได้ดีที่สุด
เป็นต้น ที่สำคัญคือเกษตรกรต้องมีสังกัด ไม่เป็นเกษตรกรรายเดี่ยวต้องมีการรวมกลุ่ม
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต เพิ่มอำนาจการต่อรองและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

รองเลขาธิการ สศก. กล่าว

 

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้า
ฉบับวันที่9/6/2559

เวปที่มาhttp://www.naewna.com/local/219780