ข่าวเกษตร

รับมือกับโรคพืชช่วงหน้าฝน ตอนที่1โรคราน้ำค้าง

หน้าร้อนเริ่มผ่านไปหน้าฝนก็เข้ามาชาวเกษตรกรอย่างเราๆเรียกว่าจะดีใจหรือได้เฮกันเลยที่เดียวเพราะพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ พืชผล และนาข้าว ต่างๆนั้นเรียกได้ว่ากลับมามีชีวิติชีวากันเลยที่เดียวค่ะวันนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงโรคที่เกษตรกรอย่างเราต้องประสบพบเจอในช่วงหน้าฝนกันค่ะหากเรารู้จักโรคและเวลาที่โรคจะเกิดช่วงไหนถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งหนึ่งกันเลยที่เดียวค่ะเพราะเราจะสามารถเตรียมรับมือกับโรคต่างๆนี้ได้อย่างง่ายและพืชผลทางการเกษตรของเราก็จะไม่เสียหายไม่ขาดทุนจากการทำเกษตรบทความนีเราจะมารู้จักโรคแรกกันเลยดีกว่าค่ะ โรคราน้ำค้าง เชื้อรา Peronosporaparasitica ลักษณะอาการ : ใบจะเป็นจุดละเอียดสีดำอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ด้านใต้ใบ ตรงจุดเหล่านี้จะมีราสีขาวอมเทาอ่อนคล้ายผงแป้งขึ้นเป็นกลุ่มๆ กระจายทั่วไป ใบที่อยู่ตอนล่างๆ จะมีแผลเกิดก่อนแล้วลุกลามขึ้นไปยังใบที่อยู่สูงกว่า ใบที่มีเชื้อราขึ้นเป็นกลุ่มกระจายเต็มใบจะมีลักษณะเหลืองและใบจะร่วงหรือแห้ง ในเวลาที่อากาศไม่ชื้นจะไม่พบผงแป้งและแผลแห้งเป็นสีเทาดำ

การระบาด : โรคนี้ระบาดได้ทั้งแต่ระยะที่เป็นต้นกล้าจนเจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งจะทำความเสียหายมากเพราะทำให้ใบเสียมากและเจริญเติบโตช้า โรคนี้ไม่ทำให้ต้นตาย แต่ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะต้องตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง ทำให้ได้น้ำหนักน้อยลง

วิธีการป้องกันและรักษาใช้อินดิวเซอร์(เชื้อจุลทรีย์ไตโครเดอร์ม่า ฮาร์เซียนัม)ในอัตราส่วน 30-50 ต่อน้ำ 20 ลิตรในช่วงระบาดมากๆให้ใช้ควบคู่กับไบโอเซ็นต์เซอร์(เชื้อแบททีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส)ในอัตราส่วน 30-50 ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดทุกๆ 3-5 วันให้ชุ่มโชกตั้งแต่ต้น โคน ใบ หลังใบ หรือหากฉีดป้องกันหรือควบคุมโรคให้ฉีดทุก 7-10 วัน หากเกษตรกรท่านใดอย่างประหยัดและลดต้นทุนสามารถนำอินดิวเซอร์และไบโอเซ็นต์เซอร์

มาขยายเชื้อได้โดยอินดิวเซอร์จะหมักขยายโดยใช้แป้งข้าวโพด (หรือแป้งมัน, แป้งข้าวเหนียว, แป้งข้าวจ้าว) ในอัตรา ½ กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ต้มเคี่ยวจนเดือดประมาณ 15-20 นาที ดูให้เป็นน้ำราดหน้า ทิ้งไว้ ให้อุ่นๆ หรือเย็น แล้วนำผงสปอร์ของจุลินทรีย์ลงไปในอัตรา 100 กรัม ปิดฝาหม้อตั้งทิ้งไว้ 3 -7 วัน รอจนเชื้อเดินเต็มผิวหน้าแล้วก็นำมาใช้ในอัตรา 100 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็นแดดอ่อน ไบโอเซ็นต์เซอร์หมักขยายโดยใช้เชื้อ 1 ช้อนชา (5 กรัม โดยประมาณ) หมักกับน้ำมะพร้าวอ่อนเฉาะเปิดฝาแง้มแล้วหยอดเชื้อลงไป ปิดฝาไว้เหมือนเดิม ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง, หรือจะหมักกับ นมยูเฮชที (โฟร์โมส, วัวแดง, แลคตาซอย ,ไวตามิลท์) 1 กล่อง ตัดปากเทใส่ถุงพลาสติกใส (ถุงน้ำแข็ง, ถุงกาแฟ, ถุงร้อน, ถุงเย็น) แล้วเอาหนังยางมัดหูห้อยแขวนไว้ในที่

ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก มักทิ้งไว้เท่ากัน คือ 24-48 ชั่วโมง แล้วนำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็นแดดอ่อนเช่นเดียวกัน

เห็นไหมค่ะการป้องกันหรือรักษาโรคแบบปลอดสารพิษเกษตรกรก็สามารถทำได้หากเรารู้ทันโรครู้อาการโรคการรักษาก็ไว้ผลผลิตทางการเกษตรก็ไม่เสียหายขาดทุนหากเกษตรกรท่านใดสนใจการทำเกษตร

ปลอดภัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทไทยกรีนอะโกรจำกัดหรือชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

 

 

เขียนและรายงานโดยทีมงานชมรมเกษตรปลอด

หากเกษตรกรท่านใดสนใจหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามเพิ่มเติมที่ 02-98616680-2 หรือผู้เขียนพรพรรณ ยิ้มสาระ (ฝ่ายขายส่วนกลาง)

084-5554210 Hotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenago เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com