ไม้ผล ไม้ยืนต้น, พืชผัก พืชไร่

ยืมอาหารจากดอกไปให้อีกดอก

กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์นั้นแม้ว่าหลายคนยังข้องใจในภาคปฏิบัติที่คิดว่าน่าจะเป็นไปม่ได้ เนื่องด้วยมาตรฐานต่าง ๆจากระบบสากลได้เข้ามากำกับ ตั้งกฎเกณฑ์เสียจนไม่น่าจะเป็นไปได้….เนื่องด้วยการจำกัดพื้นที่ ระยะห่างจากแปลงเกษตรเคมี วัสดุปอุปกรณ์ที่เข้มงวด สภาพแวดล้อม ระบบนิเวศน์ จนบางครั้งแอบคิดในใจว่าประเทศไทยเราจริง ๆ แล้วนั้นสามารถที่จะทำเกษตรในมาตรฐาน “เกษตรอินทรีย์” ได้หรือไม่

เนื่องด้วยห้วย หนอง คลอง บึง ต่าง ๆ นั้น สายน้ำนั้นปนเปื้อนไปด้วยสารพิษจากยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าหนอนแมลง ศัตรูพืชต่าง ๆ การสั่งซื้อสารพิษวัตถุอันตรายภาคการเกษตรปีละเป็นแสนตันนั้น มีการใช้สารเหล่านี้ตั้งแต่ป่าต้นน้ำ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยาว์ แพร่ นาน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ฯลฯ น้ำที่ปล่อยลงมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่แน่ใจว่าความปลอดภัยจะได้ในระดับเกษตรอินทรีย์หรือไม่ นี่ไม่นับรวมการทำฝนเทียมอีกต่างหากที่การทำสารตั้งต้นก็นำมาปุ๋ยตระกุลยูเรีย และแอมโมเนียมเป็นต้น

วันนี้จึงอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆท่านผู้อ่านได้มีทางเลือกในการหยุดการใช้ฮอร์โมนที่อยู่ในรูปเคมีในการเปิดตาดอก เพื่อจะได้มีความสบายอกสบายใจในการปลูกพืชไร่ไม้ผลไว้กินเองในครัวเรือนแบบเกษตรอินทรีย์ หรือใครจะนำไปประยุกต์ใช้ในระดับเกษตรกรแบบมืออาชีพก็ไม่ว่ากัน

หลักการคิดก็คือการนำฮอร์โมนจากดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในระยะกำลังสร้างดอก ซึ่งแน่นอนว่าลำต้นแม่ของดอกไม้ชนิดนั้น ๆ ก็คงจะลำเลียงส่งเสริมสารอาหารที่พร้อมต่อการเจริญเติบโตของดอกไว้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน เราก็มาทำการสกัดหรือสังเคราะห์ดอกไม้เหล่านี้ นำไปใช้กับการบำรุงดอกในแปลงเพาะปลูกของเรา เพื่อจะได้มีฮอร์โมนบำรุงดอกแบบเกษตรอินทรีย์

ทีนี่ปัญหาก็อยู่ที่ว่าจะใช้ดอกอะไร จะใช้ดอกไม้ข้างทางก็อาจจะต้องเสียเวลาเก็บนานกว่าจะได้ในปริมาณที่ต้องการ จะใช้ดอกจากพืชไร่ไม้ผลในแปลงเกษตร ก็จะเสี่ยดายต้องปล่อยให้ติดดอกออกผลตามฤดูกาลและนำไปขายก็ยังได้ราคาคุ้มค่าไม่ต้องสูญเสียไปส่วนหนึ่งส่วนใด….

คิดไปคิดมา….ดอกที่น่าจะดีที่สุด สูญเสียโอกาสของรายได้ของพี่น้องเกษตรกรน้อยสุด ก็น่าจะเป็นดอกของกล้วย หลายคนก็อาจจะงงว่าดอกของกล้วย….คืออะไร ดอกของกล้วยนั่นก็คือ “หัวปลี” นั่นเองครับ หัวปลีที่ตกเครือแล้ว หรือจะใช้หัวปลีสาวก็ได้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความคุ้มค่าของแต่ละคนนะครับ ถ้าเสียดายผลของกล้วยที่จะขายก็ให้ใช้หัวปลีตกเครือแล้ว นำมาหั่นสับ บด โขลก ตำ ประมาณ 3 ส่วนต่อกากน้ำตาล 1 ส่วน เติมจุลินทรีย์หน่อกล้วยหรือจุลินทรีย์ขี้ควาย (สัตว์เคี้ยวเอื้อง) ส่วน ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูกแล้วทำการหมักในภาชนะที่สะอาดทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนจนดูแล้วจุลินทรี่ย์ย่อยสลายสกัด

สารอาหารที่จำเป็นออกมาได้มากเพียงพอ จึงนำไปใช้ในการเปิดตาดอก บำรุงดอก พืชไร่ไม้ผลในแปลงเพาะปลูกของเราต่อไป

การนำฮอร์โมนบำรุงดอก จากดอกกล้วยหรือหัวปลี แล้วสกัดด้วยจุลินทรีย์ชีวภาพก็จะทำให้สารอาหารที่อยู่ในหัวปลีออกมา เราก็นำไปใช้ฉีดพ่นในอัตรา 20-30 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร กับพืชที่กำลังติดดอกออกผล เช่น บวบ มะระ แตงกวา ถั่วฝักยาว มะม่วง ลองกอง มังคุด ทุเรียน ฯลฯ ได้ตามต้องการ จะช่วยทำให้ลดการหลุดร่วงของดอกและผลอ่อนในพืชเหล่านั้น แถมยังสบายอกสบายใจไม่มีสารพิษสังเคราะห์ปนเปื้อนอย่างแน่นอน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเกษตรอินทรีย์แบบธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ดีมากเลยนะครับ

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com