พืชผักกินใบ, พืชผัก-พืชไร่

ยับยั้งการเกิดโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลแตงแบบปลอดสารพิษ

fiogf49gjkf0d


ครับพี่ๆน้องๆชาวสมาชิกชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่าน
วันนี้ทางทีมงานนำข้อมูลเกี่ยวกับการยับยั้งโรคเชื้อราในพืชตระกูลแตงอย่างแตงกวา
ของเกษตรกรจังหวัดสิงห์บุรี ชื่อคุณนิวัฒน์ คุ้มดี ที่ได้ทราบข้อมูลว่าตอนนี้ได้ปลูกแตงกวาอยู่ในพื้นที่จำนวน
3 ไร่ โดยบริหารจัดการดูแลเพียงคนเดียว
จากการสอบถามยังพบว่าตอนนี้แตงกวานั้นสมบูรณ์แข็งแรงดี ผลผลิตก็สมบูรณ์
แต่มีปัญหาตรงที่สภาพอากาศนั้นมีหมอกและน้ำค้างเยอะในตอนเช้าทำให้เกิดปัญหาเรื่องของโรคราน้ำค้างเข้าเล่นงาน
โดยโรคราน้ำค้าง หรือที่เกษตรกรเรียกว่า “โรคใบลาย” เป็นโรคที่มีความสำคัญมากที่สุดโรคหนึ่งของแตงกวาและพืชวงศ์แตงในประเทศไทย
 สาเหตุของโรคเกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อรา
Pseudoperonospora cubensis (Berk.& M. A. Curtis) Rostovzev ที่สามารถเข้าทำลายได้เฉพาะในพืชวงศ์แตง โดยอาการจะเกิดเป็นปื้นเหลืองบนใบ
ด้านหลังของใบอาจมองเห็นกลุ่มของเส้นใยหรือบางครั้งมองไม่เห็นด้วยตา  ปื้นสีเหลืองนั้นต่อไปจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลโดยเริ่มเปลี่ยนจากกลางแผลออกไป
ถ้าสภาพอากาศเหมาะต่อการเจริญของเชื้อคือ
  อุณหภูมิ 16-22
องศาเซลเซียส
และความชื้นสูงจะทำให้มีการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วทำให้
ใบของแตงแห้งและทำให้ต้นตาย  เกษตรกรที่เพาะปลูกนั้นสามารถมองสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่บริเวณใบแก่
และโคนเถาจะแสดงอาการก่อนคือ
มีแผลสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลอ่อนประปายทั่วไปทำให้ใบแห้งและเหี่ยว เมื่อโรคระบาดรุนแรงจะทำให้เถาแตงเหี่ยวตายหมดทั้งเถา
ในช่วงมีอากาศชื้นเมื่อพลิกดูด้านท้องใบจะมีขุยของราสีขาวหม่นคล้ายผงแป้ง โรคนี้จะระบาดรุนแรงและรวดเร็วเมื่อแตงอยู่ในระยะกำลังให้ผล
ทำให้เถาแตงตายไปก่อนที่จะเก็บเกี่ยว การแพร่กระจายของเชื้อนั้นจะปลิวไปตามลม
แต่บางครั้งระบาดได้โดยติดไปกับแมลงบางชนิด เช่น ด้วงเต่าแตง ฯลฯ
กรณีที่โรคระบาดรุนแรง อาจทำให้ผลผลิตแตงกวาลดลงมากกว่าร้อยละ
50

การป้องกันเบื้องต้นที่ใช้ป้องกันคือการดูแลเรื่องดินให้ร่วนซุยการใช้หินแร่ภูเขาไฟพูมิช-ซัลเฟอร์หว่านให้ทั่วแปลงหรือผสมกับปุ๋ยแล้วหว่านก็ได้
ขั้นตอนต่อมานั้นก็คือการใช้ฮอร์โมนของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เช่น ซิลิโคเทรซ
ไวตาไลเซอร์และไคโตซาน
MT ฉีดพ่นบำรุงทุกๆ
7-14 วัน/ครั้ง(โดยปรกติพี่เขาจะฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน/ครั้ง)
ขั้นตอนต่อมาคือการใช้จุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า(ชนิดละเอียด)ผสมน้ำฉีดพ่นสลับกับบีเอสพลายแก้ว
เพื่อเป็นการกำจัดสปอร์เชื้อราที่ปลิวมาตกและกำลังจะขยายเชื้อ
โดยการทำวิธีนี้จะเป็นการป้องกันและกำจัดโรคราน้ำค้างและเชื้อราต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม
และตอนนี้พี่เขากำลังทดลองใช้แซนโธไนท์ซึ่งเป็นสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่สามารถล้างเชื้อราน้ำค้างได้อย่างดีเยี่ยมแทนการใช้จุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่าและบีเอสพลายแก้ว
ซึ่งการใช้พลายแก้วและไตรโคเดอร์ม่านั้นจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการใช้แซนโธไนท์พอสมควร
แต่วิธีข้างต้นที่กล่าวมาตอนแรกนั้นทางสวนแตงของคุณนิวัฒน์ คุ้มดี ได้ยืนยันว่าได้ผลดีมาก(แค่อยากจะลดต้นทุนลงมาอีกเท่านั้นถึงลองแบบใหม่)
เกษตรกรท่านใดที่ปลูกแตงกวาอยู่ในตอนนี้อย่านิ่งเฉยควรลงดูแปลงเพื่อตรวจสอบการระบาดของโรคเพื่อจะได้ป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นายจตุโชค จันทรภูมี(ผู้เขียน) โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่เบอร์
Call Center ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.084-5554205-9

 

      เขียนและรายงานโดย

จตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ)