การเกษตร, ข่าวเกษตร

ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเขาด้วยระบบสหกรณ์

               โครงการหลวง (Royal
project) เป็นโครงการส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในการส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชาวเขา เพื่อเป็นการหารายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น ปัจจุบันโครงการหลวง
ดำเนินงานใน 8 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน
พะเยา และแม่ฮ่องสอน มีสถานีวิจัยหลัก 4 สถานี และสถานีส่งเสริมปลูกพืชทดแทนฝิ่น
เรียกว่า ศูนย์พัฒนาโครงการ จำนวน 21 ศูนย์ และหมู่บ้านพัฒนาอีก 6 หมู่บ้าน
รวมหมู่บ้านในเขตปฏิบัติการทั้งสิ้น 267 หมู่บ้าน โดยผลผลิตจากโครงการหลวงในปัจจุบัน
ประกอบด้วย ผักปลอดภัยสารพิษ สมุนไพร ถั่วและธัญพืช ผลไม้ เห็ด ดอกไม้เมืองหนาว
ผลิตผลปศุสัตว์ ผลิตผลประมง ผลิตผลป่าไม้ ดอกไม้แห้ง ผลิตภัณฑ์จากแฝก ไม้กระถาง และผลิตภัณฑ์แปรรูปในชื่อการค้า
โครงการหลวงและดอยคำ 

หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง
ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523
ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านแม่ปูนหลวง โดยศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ
6 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวไทยภูเขา เผ่า ลีซอ จีนฮ่อ และมูเซอแดง นายอติชาต
จักรคำปัน หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า
จ.เชียงราย กล่าวว่า แต่เดิมนั้นชาวบ้านมีอาชีพเก็บชาป่าส่งจำหน่ายและปลูกฝิ่น
ซึ่งพระองค์ได้รับสั่งให้ผู้อาวุโสหมู่บ้านและชาวเขาที่ตามเสด็จฯให้เลิกปลูกฝิ่นและพระองค์จะจัดหาไม้ผล
พืชผักพันธุ์ดี เข้ามาให้ในพื้นที่ มาส่งเสริมให้กับเกษตรกร
โดยเริ่มแรกเจ้าหน้าที่ได้นำไม้ผล เช่น บ๋วย พลับ และพีช
มาเข้ามาแจกจ่ายให้เกษตรกรปลูก เพื่อไม่ให้เกษตรกรย้ายถิ่นฐานและทำไร่เลื่อนลอย
ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงฯแห่งนี้
เป็นพื้นที่หลักในการส่งเสริมไม้ผล พืชผัก เขตหนาว รวมทั้ง ชาและกาแฟ
ปัจจุบันเรามีนักวิชาการเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
มีการร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงแม่ปูนหลวง จำกัด
โดยทางโครงการหลวงจะส่งเสริมและรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ส่วนเรื่องปัจจัยการผลิต
เช่น สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ย โรงเรือน เป็นต้น ทางสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงแม่ปูนหลวง
จำกัด จะเป็นผู้สนับสนุน
ซึ่งที่ผ่านมาผลผลิตทางการเกษตรของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงฯแห่งนี้สามารถสร้างรายได้กว่า
3 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียวดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ความว่า
เรื่องที่จะช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้นมีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขา
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น
สามารถเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง
จุดประสงค์อย่างหนึ่งคือมนุษยธรรม
หมายถึงให้ผู้อยู่ในถิ่นทุรกันดารสามารถมีความรู้พยุงตัวให้มีความเจริญได้
อีกอย่างหนึ่งเป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่า ควรจะช่วย
เพราะเป็นปัญหาใหญ่คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าช่วยชาวเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้างเขาจะเลิกปลูกยาเสพติด
คือ ฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับการปราบปรามการสูบฝิ่นและค้าฝิ่นได้ผลดี
อันเป็นผลอย่างหนึ่ง
ปัจจุบันผลผลิตของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงแห่งนี้เป็นที่ยอมรับในตลาด
อีกทั้งสามารถส่งออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยศูนย์พัฒนาโครงการหลวงมีทั้งหมด 39
แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะรับผลิตผลผลิตที่แตกต่างกันไป
ทั้งนี้ลูกค้าหลักของโครงการหลวงส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโมเดิร์นเทรด โรงแรม ร้านอาหาร
ศูนย์การค้าและร้านของโครงการหลวงต่างๆ พร้อมกันนี้เกษตรที่เข้าร่วมโครงการหลวงฯ
ต่างได้ผ่านการรับรองตามระบบรับรองมาตรฐาน
GAP การเพาะปลูกที่ดี
อีกทั้งโรงงานของโครงการหลวงฯทั้งหมดก็ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบ
GMP HACCP แล้วทั้งสิ้น
ซึ่งมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ออกจากโครงการหลวงฯทั้งหมดนั้นมีคุณภาพและมาตรฐานทุกขั้นตอน
นายสิทธิพล แสงทวีเจริญผล รองประธานสหกรณ์โครงการหลวงแม่ปูนหลวง จำกัด เล่าว่า
เดิมพื้นที่แถบนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมปลูกฝิ่นเป็นหลัก แต่หลังจากที่ในหลวง
รัชกาลที่ 9 เสด็จฯมาเยี่ยมเมื่อปี 2520 พระองค์ทรงให้ชาวบ้านยกเลิกการปลูกฝิ่น
แล้วหาผลไม้ รวมถึงพืชผักเมืองหนาวมาปลูกทดแทน
เมื่อชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่นมาปลูกไม้ผล และพืชผักเมืองหนาว อย่างเช่น บ๋วยท้อ
เชอร์รี่ พลับ เป็นต้น ก็ส่งผลชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
ต่อมาได้มีการจัดตั้งสหกรณ์โครงการหลวงแม่ปูนหลวง
จำกัด จึงได้มีการเข้าร่วมเป็นสมาชิก และหลังจากเข้าสู่ระบบสหกรณ์อย่างเต็มตัว
จากที่เคยเสียค่าเดินทางไปซื้อปัจจัยการผลิตในเมือง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย
และสารชีวภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการขนส่งผัก ผลไม้
ไปจำหน่าย เมื่อมีระบบสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการ ก็สามารถช่วยให้ลดต้นทุนการ ผลิตลงได้มาก
เนื่องจากสหกรณ์จะเป็นตัวกลางในการรับซื้อสินค้าทั้งหมดจากสมาชิกเพื่อจำหน่ายให้กับโครงการหลวง
ส่วนใน เรื่องราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกดราคา
อีกทั้งยังเป็นแหล่งเงินทุนที่ดีให้แก่สมาชิกได้อีกด้วย
นายสิทธิพล
กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ฉบับวันที่6/02/2560

เว็บที่มา : http://www.naewna.com/local/255353