การนำเข้า-ส่งออก, ข่าวเกษตร

มี.ค. นำเข้าสูงแซงยอดส่งออกปัญหากุ้ง-ไก่ยังไม่ฟื้นจากหลุม

NULL

  ผู้จัดการรายวัน – การค้าระหว่างประเทศเดือนมี.ค. ทำลายสถิติ โดยยอดส่งออกทำได้ 7.9 พันลานเหรียญสหรัฐ นำเข้าพุ่ง 8.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มี.ค. ขาดดุล 264 ล้านเหรียญสหรัฐ เผยสินค้าส่วนใหญ่ส่งออกเพิ่มขึ้น แต่กุ้ง-ไก่ยังติดลบ 39.1 % และ 47.9 % “

fiogf49gjkf0d

พงษ์ศักดิ์ ” ไม่ห่วงเพราะนำเข้าเพิ่มเป็นสินค้าทุนวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปรวมกันถึง 57 % เชื่อทำให้ส่งออกในเดือนต่อ ๆ ไปดี มั่นใจเป้า 15 % ไม่ยาก และดุลการค้าทั้งปียิงเกินดุล

          นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยในเดือน มี.ค. 2547 มีมูลค่า 7,960.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 20 % และเป็นการส่งออกที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ส่งออกของประเทศทำให้การส่งออกรวม 3 เดือนแรกปี 2547 (ม.ค. – มี.ค.) มีมูลค่า 22,409.5 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 19.1 %


          ทั้งนี้ การส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 11.7 % โดยมีสินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว เพิ่มขึ้น 39 % มันสำปะหลัง 37.6% และยางพารา 16.1% ขณะที่กุ้งแช่เย็นแช่แข็ง และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เฉพาะเดือนมี.ค. ส่งออกลดลง 39.1 % และ 47.9% ทำให้ในช่วง 3 เดือนแรก กุ้งยังส่งออกเพิ่มขึ้น 3.6 % แต่ไก่ลดลง 42% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 22.5% มีสินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบสิ่งทอ พลาสติก วัสดุก่อสร้างผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องเดินทาง เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เภสัชและสิ่งพิมพ์โดยอัญมณีและเครื่องประดับลดลง 8.7 % เพราะการส่งออกทองคำไปสวิตเซอร์แลนด์ลดลง


          สำหรับการส่งออกไปตลาดสำคัญมีการส่งออกไปตลาดสำคัญมีการยายตัวเพิ่มขึ้น โดยตลาดหลักเพิ่มขึ้น 19.8 % ตลาดใหม่เพิ่มขึ้น 17.7 % โดยตลาดหลักที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นนั้น อาเซียนเพิ่มขึ้น 34.7 % สหรัฐ 15.5 % สหภาพยุโรป 14.8 % และญีปุ่น 14%ส่วนตลาดใหม่ที่มีการขยายตัวมากได้แก่ อินเดีย 67.6% จีน 24.5 % ฮ่องกง 17.1% ตะวันออกกลาง 32.9% อินโดจีนและพม่า 15.1% ออสเตรเลีย 24.9% รวมทั้งแอฟริกา ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก ไต้หวัน เกาหลีใต้และแคนาดา


          นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการนำเข้าในเดือนมี.ค. มีมูลค่า 8,225.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 34.7 % เป็นการนำเข้าที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน และเป็นการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นทุกหมวดตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศ ซึ่งทำให้การนำเข้าในช่วง 3 เดือนแรกมีมูลค่ารวม 21,904 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 25.8 %


          โดยการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนั้นทำให้เดือนมี.ค. ไทยขาดดุลการค้ามูลค่า 264.8 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่เกินดุลติดต่อกันมา 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) แต่ดุลการค้าในระยะ 3 เดือนแรกของปี 2547 ไทยยังคงเกินดุลมีมูลค่า 505.5 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก เป็นการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 31.9 % สินค้ายานพาหนะ 30.4 % สินค้าทุน 26% สินค้าบริโภค 22.1 % และสินค้าเชื้อเพลิง 18 % โดยสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบที่นำเมาส่วนใหญ่ได้แก่ เครื่องจักรและส่วนประกอบเหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เพชรและพลอย ส่วนประกอบอุปกรณ์โครงรถและตัวถังผลิตภัณฑ์โลหะ ผ้าผืน ด้าย และเส้นไย สินแร่ และโลหะอื่นๆ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ปลาทูน่าสด ไม้ซุงและไม้แปรรูป


          เป็นที่น่าสังเกตว่าปกติการส่งออกทุกปี ในช่วงต้นปีจะส่งออกได้น้อยและค่อย ๆ มีมูลค่าเพิ่ม แต่ปีนี้ส่งออกได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีและยังมีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมกันแล้วคิดเป็นประมาณ 57.9 % ของการนำเข้าทั้งหมดซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าในเดือนต่อ ๆไปไทยจะยิ่งส่งออกได้มากขึ้น และมีความมั่นใจว่าเป้าการขยายตัวทั้งปี 15 % และอาจขยายตัวได้มากกว่านี้อีก ส่วนดุลการค้าก็ยังมีความมั่นใจว่าทั้งปีจะเกินดุลตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน ” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว



ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันอังคาร ที่ 27 เมษายน 2547 ปีที่ 14 ฉบับที่ 4,173 (4,171) หน้า 4