สมุนไพรชนิดใบ, สมุนไพร

มะกรูดตัดใบขาย ปลอดภัยปลอดสารตกค้าง (ม้วนเดียวจบ)

มะกรูดตัดใบขาย
fiogf49gjkf0d

เกษตรกรหลายพื้นที่ประสบปัญหาเพาะปลูกไม่ได้ผล ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำๆกัน ไม่มีการหมุนเวียน ทั้งยังใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว ทำให้ดินเป็นกรดขาดสารอาหาร จากที่เคยร่วนซุยกลายเป็นเหนียวแน่นไม่ระบายน้ำ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินต่อพืชจะค่อยๆลดลง ดินก็เริ่มตายใส่ปุ๋ยบำรุงอะไรก็ไม่ได้ผล ทางเลือกที่ดีก่อนปลูกควรเตรียมดิน ปรับสภาพให้เหมาะสม เริ่มตั้งแต่ไถพรวน ย่อยดิน กำจัดวัชพืช ฯลฯ การปลูกมะกรูดเพื่อตัดใบมาปรุงแต่งรสชาติอาหาร แปรรูปสกัดกลิ่น ซึ่งผู้เขียนมองว่ามันสามารถเป็นอาชีพเสริม อาชีพหลักให้เกษตรกรได้ไม้แพ้พืชชนิดอื่น
                                                                   
มะกรูดชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ท่วมขัง pH ระหว่าง 5.8-6.3
และมีอินทรียวัตถุสูง ส่วนระยะปลูกก็มีผลต่อการเตรียมแปลงไม่น้อย
เช่นแปลงกว้าง 1 เมตร ก็ควรยกร่องสูง 20-25 เซนติเมตร ห่างจากกึ่งกลาง 1.5
เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร สลับเป็นฟันปลา
ไม่ควรเว้นช่วงห่างเกินไปจะทำให้ตัดใบลำบาก
ส่วนพันธุ์นั้นสามารถใช้เมล็ดเพาะ ปักชำ หรือกิ่งตอนก็ได้
ที่สำคัญกิ่งที่จะปลูกต้องปลอดแคงเกอร์
หากปล่อยให้แพร่ระบาดเข้าแปลงจะสร้างปัญหาและส่งผลกระทบระยะยาว

 ก่อนปลูกต้นมะกรูดควรนำพูมิชซัลเฟอร์ผสมปุ๋ยคอกก่อนผสมลงดินเพื่อเพิ่มธาตุ
อาหาร หลุมปลูกควรมีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 80 เซนติเมตร
ก่อนวางกล้าพันธุ์ลงปลูกให้หว่านไตรโคเดอร์ม่ารองก้นหลุมช่วยป้องกันรากเน่า
กลบโคนต้นแล้วหว่านคลุมดินด้วยเศษไม้ใบหญ้าแห้งรักษาความชื้นหน้าดิน
การปลูกที่ดีควรหันหน้าใบไปด้านทิศตะวันออกเพื่อรับแสง
และควรปลูกในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะดีที่สุด
เพราะถ้าปลูกหน้าฝนก็จะเจอปัญหาราเนื่องจากความชื้นสูง

หลุมปลูกไม่ควรรองก้นด้วยยาฆ่าแมลงหรือคาร์โบฟูราน
หากมีปลวกหรือด้วงแมลงในดินให้ใช้เมธาไรเซียมหรือสะเดาบดคลุกผสมรองก้นแทน
หลังปลูกได้ประมาณ 1 เดือนให้ใส่ยูเรีย(46-0-0)
ผสมกับปุ๋ยคอก(ขี้วัวเก่า)และพูมิชซัลเฟอร์ หว่านห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2
คืบ ถ้าเป็นหน้าแล้งก็ให้นำเปลือกถั่วเขียวมาหว่านคลุมรอบๆโคนต้น
รักษาความชื้นช่วยกระตุ้นการแตกยอดแตกรากใหม่

แรกๆ
ก็ควรหมั่นรดน้ำให้ชื้น ช่วยให้มะกรูดตั้งต้นแตกรากแตกใบอ่อนได้ไวขึ้น
การใส่ปุ๋ยควรผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีในปริมาณที่เหมาะสม
มะกรูดตัดใบจะใช้ไนโตรเจนค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรฉีดพ่นปุ๋ยเกร็ดสูตร
30-20-10 หรือสูตร 20-20-20 ทุกๆ 10-15 วัน/ครั้ง สลับกับซิลิโคเทรซ
+ซิงค์คีเลท 75%+แมกนีเซียม+ไคโตซาน MTและจิบเบอเรลลิน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า มะกรูดตัดใบย่อมต้องการแมกนีเซียม
และสังกะสี(ซิงค์) สูงตามไปด้วย ส่วนปุ๋ยเกร็ดสูตร
30-20-10+จิบเบอเรลลินช่วยให้มะกรูดแตกยอดใหม่ไวขึ้น และปุ๋ยเกร็ดสูตร
20-20-20 +ซิลิโคเทรซ ช่วยบำรุงต้นลดการขาดธาตุอาหาร

 แมลงศัตรูของมะกรูดส่วนใหญ่เป็นหนอนที่เกิดจากผีเสื้อกลางคืน
ที่คอยจ้องทำลายกัดกินใบช่วงยอดอ่อน
เกษตรกรต้องขยันคอยตรวจจับแล้วทำลายทิ้ง หรือฉีดพ่นสมุนไพรที่มีกลิ่นแรงๆ
รสชาติขมๆอย่างสะเดาบด บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจรร่วมหรือสลับกับบิวเวอร์เรีย
5-7 วัน/ครั้ง หากหนอนระบาดก็ให้ฉีดพ่นบีที+น้ำสะเดาสลับ 3-4 วัน/ครั้ง
ช่วยยับยั้งการกัดทำลายของหนอนก่อนจะเข้าดักแด้อีกแรงหนึ่ง

การดูแลก็จะหนักอยู่ช่วง 1-2 เดือนแรกที่ต้องคอยรดน้ำเช้าเย็นวันละ 2 เวลา
พออายุ 8 เดือนก็เริ่มบำรุงต้นด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์หว่านรอบโคนต้น
ลดน้ำเหลือวันละครั้ง พอย่างเข้าปีที่ 2 ก็เริ่มตัดใบออกจำหน่ายได้
โดยเลือกตัดกิ่งที่ยาวๆไว้ก่อน ไม่ต้องซอยสั้นเหมือนตัดแต่งกิ่ง
หรือยาวประมาณ 50 เซนติเมตรขึ้นไป นำมามัดเป็นกำๆละ7-8 กิ่ง
เมื่อเก็บผลผลิตเสร็จก็พักต้นประมาณ 4 เดือน ตัดแต่งบำรุงให้แตกกิ่งใหม่
พรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ขูดดินท้องร่องขึ้นกลบโคนต้น
ไม่นานมะกรูดก็จะผลิยอดแตกใบให้ได้เก็บดังเดิม สลับหมุนเวียนทุก 4
เดือน/ครั้ง/รุ่นตลอดทั้งปี

มะกรูดตัดใบขายจะเน้นเฉพาะการเจริญเติบโตของกิ่งใบเป็นหลัก
การตัดแต่งกิ่งเป็นการกระตุ้นให้แตกยอดแตกใบใหม่
การดูแลรักษาต้นเพื่อไว้ตัดใบขาย ควรดูแลรักษามั่นบำรุงต้นใส่ปุ๋ย
ฉีดพ่นสมุนไพรอย่างสะเดาบดหรือจุลินทรีย์อย่างบิวเวอร์เรีย
และบีทีอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวน้ำค้างแรง
ราดำ ราสนิม ราส้มฯลฯ ชอบระบาดให้ฉีดพ่นล้างสปอร์ด้วยน้ำเปลือกมังคุดก่อน
แล้วตามด้วยบีเอส-พลายแก้ว 3-5 วัน/ครั้ง
แค่นี้ก็สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของราและแคงเกอร์ได้แล้วละครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน 081-3983128

เขียนโดย : คุณเอกรินทร์  ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com