ปุ๋ยและฮอร์โมน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ฟอสฟอรัส ( P )

NULL

          ฟอสฟอรัสมีความสำคัญสำหรับพืชในระดับแร่ธาตุอาหารหลัก ซึ่งควบคุมกิจกรรมการดำรงชีพทั่วไป เช่น กระบวนการสังเคราะห์แสง การสร้างส่วนภายในเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ การใช้พลังงานในพืช การสร้างน้ำย่อยทั้งเอนไซม์และโคเอนไซม์ เกษตรกรทั่วไปจะคุ้นเคยกับหน้าที่ของฟอสฟอรัสในการเจริญเติบโตของราก ยอด ขนาดของใบ และการเจริญพันธุ์ คือ การออกดอกติดเมล็ด

fiogf49gjkf0d

          การให้ปุ๋ยฟอสฟอรัสแก่พืชทำได้ทั้งการให้ปุ๋ยทางดินและการให้ปุ๋ยทางใบ มีการใช้ปุ๋ยมูลนกที่สะสมมาแต่โบราณและมูลสัตว์ปีก ปัจจุบันการใส่หินฟอสเฟตหรือร็อคฟอสเฟตรองก้นหลุมแล้วเคล้ากับดินก่อนปลูกพืช หรือหว่านบนดินรอบโคนต้นและบริเวณรากหรือใต้พุ่มต้น ปุ๋ยนี้อาจเขียนเป็นสูตรว่า 0-3-0 แต่ถ้าเป็นหินฟอสเฟตของแท้อาจมีฟอสฟอรัส 17-30 % แต่ละลายทันที 3 % จึงต้องเขียนสูตรตามกฎหมายว่า 0-3-0 ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยแทบไม่มีหินฟอสเฟตของแท้ ส่วนใหญ่เป็นการปลอมด้วยปูนมาร์ลหรือหินปูนบดถ้าไม่ปลอมก็เจือปนด้วยปูนคาร์บอเนตเพื่อหวังกำไรมาก จึงมักไม่คุ้มค่าในการซื้อหินฟอสเฟตมาใช้ เนื่องจากไม่ได้ของแท้


         การใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสโดยปกติได้จากการใส่ปุ๋ยผสมไม่ว่าเป็นสูตร 2 ตัว เช่น 16-20-0 หรือ 20-20-0 หรือปุ๋ยสูตร 3 ตัว เช่น 15-15-15 หรือ 16-11-14 หรือ 14-9-20 ตัวเลขลำดับสองในสูตรปุ๋ยก็คือเปอร์เซ็นต์ของฟอสฟอรัสนั้นเอง ถ้าพีเอชของดินต่ำกว่า 6.8 พืชจะดูดใช้ฟอสฟอรัสได้ดี ถ้าพีเอชอยู่ที่ 6.8-7.2 พืชจะดูดได้ช้าลง และถ้าพีเอชสูงกว่า 7.2 ฟอสฟอรัสอยู่ในรูป PO 4 ? ? ? พืชดูดใช้ได้ยาก ปกติควรให้ PH ดินอยู่ที่ 5.8-6.3



ที่มา : ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ. ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน.