ดิน, ปุ๋ยและฮอร์โมน

พืชดูดกินสารอาหารได้อย่างเต็มที่…ดินต้องมีค่าพีเอชที่เหมาะสม

เกษตรกรหลายท่านอาจจะเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อปุ๋ยมาใส่ในนาข้าว หรือสวนผักผลไม้แบบทวีคูณคือใส่เพิ่มเข้าไปเป็นสองเท่าสามเท่า เพราะคิดว่าใส่น้อยแล้วพืชไม่แสดงอาการตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ย พืชไม่ได้เจริญเติบโตงอกงามขึ้น จึงต้องเพิ่มเข้าไป เกษตรกรบางคนกลัวเพื่อนบ้านจะนินทาก็แอบไปใส่ตอนกลางคืน เพื่อหลบเลี่ยงสายตา ด้วยกลัวเรื่องแข่งขันกันเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วแล้วใครได้มากกว่ากันและต้องมาแข่งกันที่ต้นทุนด้วย

ก็เป็นเรื่องสนุก ขำๆ กันตามประสาคนบ้านทุ่งนะครับ เพราะจริงๆแล้วอาชีพชาวไร่ ชาวนา เขาก็สนิทสนมกลมเกลียวกันดี ด้วยวิถีขนบธรรมเนียมค่อนข้างแน่นแฟ้นทีเดียวเชียวล่ะครับ เพียงแต่ว่าเขายังหาวิธีในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ถูกต้องและต้นทุนต่ำนั้นยังไม่ค่อยจะเจอ  อาจจะเป็นด้วยช่องทางการเข้าถึงข้อมูลอาจจะยังไม่ดีพอ

 

 

ก่อนอื่นพี่น้องเกษตรกรต้องทราบไว้บ้างก็ดีนะครับ ว่าค่าความเป็นกรดและด่างที่เหมาะสมต่อการดูดกินแร่ธาตุสารอาหารในดินนั้นจะต้องอยู่ระหว่าง 5.8 – 6.3 โดยประมาณ เพราะท่อน้ำ ท่ออาหารของพืชนั้นเขาจะลำเลียงสารอาหารอยู่ในรูปของกรดอ่อนๆ แต่ถ้าปล่อยให้ค่าความเป็นกรดและด่างของดินเป็นกรดจัด หรือ ด่างจัด มากเกินไป ก็ทำให้สารอาหารที่อยู่ในดินเดิม หรือที่มนุษย์เพิ่มเติมลงไป ไม่สามารถที่จะทำปฏิกิริยาละลายออกมาในสถานะที่ดินไม่เหมาะสมได้ จึงทำให้พืชก็ไม่สามารถดูดกินซึมซับเข้าไปในลำต้นได้มากเช่นเดียวกัน จึงเป็นผลทำให้พืชไม่เขียว ไม่งาม สมความตั้งใจที่เกษตรกรรอคอย

การตรวจวัดค่าความเป็นกรดและด่างของดินก่อนเพาะปลูกจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ถ้าดินเป็นกรดต่ำกว่า 5.8 ควรเติมกลุ่มของวัสดุปูนอย่างเช่น ปูนมาร์ล ปูนเผา ปูนเขา โดโลไมท์ และฟอสเฟต ลงไปปรับปรุงแก้ไขเสียก่อน ส่วนดินที่เป็นด่างมีค่าพีเอชสูงกว่า ขึ้นไป ก็ควรใส่กลุ่มของฟอสโฟยิปซั่ม ภูไมท์ซัลเฟตถุงแดง ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ฮิวมิคแอซิด ฯลฯ เพื่อปรับพีเอชดินให้ลงมาอยู่ในค่าที่เหมาะสม ก็จะทำให้เราใส่ปุ๋ย ยา ฮอร์โมนในอัตราที่เหมาะสมได้ ไม่ต้องไปเพิ่ม ไปเสริมให้สิ้นเปลืองต้นทุน

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.colm

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *