การเกษตร, ข่าวเกษตร

พัฒนาภาคการเกษตรให้ยั่งยืนและมีมูลค่า

จนถึงวันนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19ก็ยังไม่ดีขึ้น สถิติผู้ติดเชื้อทั่วโลก 2,000,000 ราย เสียชีวิตไป 120,000 กว่าราย ส่วนประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,600 กว่าราย เสียชีวิตไปแล้ว 43 ราย เป็นสถิติคร่าวๆประมาณวันที่ 15 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนใช้วิธีกักตัวเองอยู่กับบ้าน ออกไปข้างนอกเท่าที่จำเป็นจริง

ตามหน้าสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็จะเห็นแต่คนโพสต์เรื่องอาหารการกิน ร้องเพลง เต้น ทำโน่น ทำนี่ แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ กิจกรรมเพื่อปากท้องนั่นคือการผลิตอาหารไว้รับประทานกันเองในครัวเรือน สะท้อนให้เห็นสัจธรรมความเป็นจริงตามคำกล่าวของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากรที่ว่า “เงินทองคือมายา ข้าวปลาคือของจริง” อันนี้ต้องขอเชิญชวนเพื่อนๆท่านผู้อ่านจดจำนำไปบอกกล่าวให้ลูกหลานฟังให้จงหนัก ว่าสูงสุดของชีวิต เมื่อคืนสู่สามัญก็ไม่พ้นความธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะยาก ดี มี จน สุดท้ายก็ต้อง “กิน” อาหารหนึ่งในปัจจัยสี่ที่เราท่องจำกันมาแต่นมนาน ดังนั้นความนอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกนานาชนิดในยุคปัจจุบัน การให้ความสำคัญด้านการเกษตรที่เป็นแหล่งผลิตอาหารให้แก่มนุษยชาติ เราในฐานะประชาชนคนไทยที่บรรพบุรุษมีความชำนาญมากเป็นพิเศษด้านเกษตรกรรมควรอย่างยิ่งที่ลูกหลานจะต้องสืบสานและพัฒนาต่อยอดให้เป็นสิ่งที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมดำรงชีวิตได้เทียบเท่ากับนานาอารยะประเทศ

รัฐบาลควรส่งเสริม สนับสนุน ให้อาชีพเกษตรกรรมมีความทันสมัย เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ปลอดภัยไร้สารพิษตกค้าง เป็นอาหารที่คน (รวย) ทั้งโลกต้องการ ดังนั้นการส่งเสริมให้งบประมาณสนับสนุนด้านวิจัยพัฒนาแปรรูปให้ผลิตผลภาคการเกษตรกลายเป็นมูลค่าเทียบเท่ารถยนต์ คอมพิวเตอร์ มือถือ ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้และรัฐบาลต่อ ๆ ไปควรทำ

อย่าปล่อยให้อาชีพที่บรรพบุรุษส่งต่อมาล้มหายตายจากในยุคของเรา เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่งก็ว่าได้ และมีทักษะด้านการผลิตภาคการเกษตรเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก…..หวังว่าวิกฤตครั้งนี้น่าจะเปิดหู เปิดตา คนบางคนให้สว่างขึ้นมาได้บ้าง

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com