การเกษตร, ข่าวเกษตร

พบสาเหตุ ปลานิลคลองพุมดวงตายยกกระชัง

นายเอกพล รัตนพันธ์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ พร้อมด้วย
นางสาวศิริวรรณ ศรีรัตน์ เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน
สำนักงานประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ นางสาวมลฤดี ลิ้มสุวรรณ ประมงอำเภอพุนพิน
ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุการตายของปลานิลที่เลี้ยงในกระชัง บริเวณคลองพุมดวง อำเภอพุนพิน
จังหวัดสุราษฎร์ธานีนายเอกพล รัตนพันธ์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ พร้อมด้วย
นางสาวศิริวรรณ ศรีรัตน์ เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน
สำนักงานประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ นางสาวมลฤดี ลิ้มสุวรรณ ประมงอำเภอพุนพิน
ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุการตายของปลานิลที่เลี้ยงในกระชัง บริเวณคลองพุมดวง
อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันก่อน

โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด เขต 5 สุราษฎร์ธานี
ร่วมลงพื้นที่ ในเบื้องต้นพบว่า
มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ราย คือ นายสำราญ
หนูคงนุ้ย เลี้ยงปลานิลในกระชัง รวม 12 กระชัง เสียหายทั้งหมด จำนวน 10 กระชัง
และเสียหายบางส่วน จำนวน 2 กระชัง และนางสำราญ จรูญรักษ์ เลี้ยงปลานิลในกระชัง รวม
10 กระชัง เสียหายบางส่วน จำนวน 2 กระชัง

จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่า ระดับน้ำในคลองพุมดวง ลดต่ำลงมากกว่าระดับปกติ
ส่งผลให้ระดับน้ำที่เลี้ยงปลาในกระชังลดลงเหลือเพียงกึ่งหนึ่งของกระชัง
เหลือประมาณ 70-80 เซนติเมตรจากพื้นท้องน้ำ ซึ่งระดับน้ำที่เหลือดังกล่าว
จะส่งผลให้ความหนาแน่นของปลาที่เลี้ยงในกระชังเพิ่มขึ้นจาก 32 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร
เป็น 69 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร  และความหนาแน่นดังกล่าวส่งผลได้ให้ปริมาณออกซิเจนในกระชังลดลงอย่างรวดเร็ว
จนเกิดสภาวะขาดออกซิเจน  พร้อมกันนี้คณะได้ตรวจสอบสาเหตุที่ระดับน้ำในคลองพุมดวงลดลง
เป็นผลมาจากการปล่อยน้ำของเขื่อนรัชชประภา
เนื่องจากเป็นช่วงที่ทางเขื่อนได้งดปล่อยน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ในระหว่างวันที่
23-29 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมาเพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า
ซึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังต่างทราบแล้ว รวมถึงเกษตรกรผู้เสียหายด้วย
แต่ปรับสภาพการเลี้ยงปลาในกระชังไม่ทัน

ทั้งนี้ทางสำนักงานประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังบริเวณคลองพุมดวงและพื้นที่ใกล้เคียง
ให้เพิ่มการติดตามข้อมูลจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำอย่างใกล้ชิด
เพื่อลดการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม โดยปกติการเลี้ยงปลาในกระชังจะอาศัยการถ่ายเทน้ำผ่านกระชังเพื่อพัดเอาน้ำดีเข้ามาและไล่เอาของเสียออกไปนอกกระชัง
เสมือนมีการเปลี่ยนน้ำใหม่เพื่อให้น้ำมีคุณภาพตลอดเวลา ดังนั้น
บริเวณที่เลี้ยงปลาในกระชังจึงควรมีกระแสน้ำและลม
เพื่อช่วยให้การหมุนเวียนของน้ำภายในกระชังเป็นไปด้วยดีแต่ต้องไม่รุนแรงนัก  บริเวณที่แขวนกระชังควรเป็นบริเวณที่โล่งแจ้ง
ห่างไกลจากร่มไม้และไม่ควรมีพรรณไม้น้ำ
เนื่องจากต้นไม้และพรรณไม้น้ำมักจะบังกระแสลมและกระแสน้ำ ซึ่งจะมีผลต่อ
การหมุนเวียนถ่ายเทน้ำในกระชัง
ตลอดถึงแหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาควรมีความลึกพอประมาณ  เมื่อกางกระชังแล้วระดับพื้นกระชังควรสูงจากพื้นก้นบ่อหรือพื้นน้ำไม่น้อยกว่า
50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดีตลอด.

 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 31/8/2560

เว็ปที่มา  https://www.dailynews.co.th/agriculture/595096

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *