สัตว์ปีก, ปศุสัตว์

ผึ้งกับผลกระทบจากพืชตัดต่อพันธุกรรม

                ในสหรัฐอเมริกามีปรากฏการณ์ Colony Collapse Disorder (CCD)  กำลังเล่นงานผึ้งในสหรัฐอีกครั้งแล้ว  ผู้เลี้ยงผึ้งในสหรัฐรวม 22 มลรัฐ  พบว่าผึ้งที่เลี้ยงอยู่กว่าร้อยละ 50 หายสาบสูญไปจากรัง  ปล่อยให้นางพญาและตัวอ่อนอดตายคารัง  ปรากฏการณ์  CCD นี้ยังเกิดลุกลามไปยุโรป  คือ โปแลนด์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี  สาเหตุที่เดากันและพยายามหาคำตอบอยู่ในเวลานี้สันนิษฐานว่า  1.  เป็นเพราะผลกระทบจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม  2.  การเกิดโรคระบาด  3.  การใช้ยาฆ่าแมลง  4 .  ผลจากการที่พืชตัดต่อพันธุกรรมเข้าไปปนเปื้อนกับธรรมชาติ  และ 5.  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูง  ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย landau ได้ออกประกาศชัดว่าเป็นเพราะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  จากเสารับส่งสัญญาณมือถือ  และโทรศัพท์มือถือ  เป็นตัวทำลายระบบจำทิศทางของผึ้ง  (ข่าวสด  26  เม.ย.  50  หน้า  24)

fiogf49gjkf0d

                แต่ในสหรัฐยังไม่ได้ลงความเห็นแบบเยอรมนี  และยังไม่ตัดข้อ 4 ออก  เคยมีนักวิจัย 2 ท่านของมหาวิทยาลัยคอร์เนล  รายงานว่าเกสรข้าวโพดจีเอ็ม  ซึ่งพันธุกรรมบีที  หรือข้าวโพดบีที สามารถฆ่าหนอนของผีเสื้อโมนาร์ดที่อพยพระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกซึ่งแวะขยายพันธุ์บนวัชพืชพื้นดินใต้ต้นข้าวโพดเกสรข้าวโพดบีทีร่วงหล่นล่นใบมิลค์หวีด (น้ำนมราชสีห์)  หนอนกินใบวัชพืช  กินเอาเกสรข้าวโพดบีทีหนอนตาย  แสดงว่าพิษของบีทีมีอยู่ในทุกส่วนพืชจีเอ็ม  รวมทั้งในเกสร และปกติในงานผึ้ง งานหม่อนไหมต้องเลี่ยงเรื่องบีทีอยู่แล้ว

                ข้าวโพดมีเกสรเป็นที่ต้องการของผึ้ง แม้งานรวบรวมเกสรของผู้นิยมสมุนไพร  ก็ให้ผึ้งเก็บเกสรจากดอกตัวผู้ของข้าวโด  ถ้าเป็นเกสรของข้าวโพดบีทีก็น่าสงสัยในความปลอดภัย  ถ้าเป็นผ้ายพันธุกรรมบีทีอาจถูกผึ้งและแมลงผสมเกสรพาไปปนเปื้อนในพืชตระกูลเดียวกันได้ง่าย

ที่มา :  ดีพร้อม  ไชยวงศ์เกียรติ  นสพ.เดลินิวส์  ฉบับที่ 21,140  วันเสาร์  ที่ 1  กันยายน พ.ศ. 2550 หน้า 12.