เกร็ดเกษตรที่ควรรู้, สาระน่ารู้

ผลิตฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลริค แอซิดแบบง่ายใช้เอง

fiogf49gjkf0d

พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว องุ่น
ส่วนใหญ่พี่น้องเกษตรกรมักต้องการให้ช่อดอก ผลมีความยืดยาวสวยงาม
เพราะช่วยให้กระตุ้นต่อมอยากและต้องตาต้องใจแก่ผู้บริโภคเมื่อได้พบเห็น
ดูแล้วน่าซื้อหารับประทานว่างั้น
เพราะคิดว่าน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการดูแลทะนุถนอมมาอย่างดี
ผลแตงกวาที่เรียวยาว ฝักถั่วที่ยาวสวย ช่อองุ่นที่พวงยาวใหญ่ระย้าใครๆ
ก็อยากจะซื้อหารับประทาน จึงทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่มักรีบขวนขวายหาฮอร์โมนต่างๆ นานา
มาประเคนใส่เข้าไปในสวนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
แต่มาในระยะหนึ่งผู้บริโภคก็เริ่มมีความรู้มากขึ้นถึงผลเสียของการบริโภคฮอร์โมนสังเคราะห์ที่สะสมในปริมาณมากกลัวว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว
จากการที่ได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลที่มีมากมายล้นหลามจากอินเทอร์เน็ต มั่วมั่ง
จริงมั่ง ก็ยังดี
เพราะอย่างน้อยก็ถือว่าได้รับความรู้อีกหลายเรื่องที่ไม่เคยได้พบได้เห็นจากที่ไหนมาก่อน


fiogf49gjkf0d

หนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนที่ชื่อว่า
จิ๊บเบอเรลริค แอซิด ที่นำมาใช้กันถ้วนทั่วหลากหลายยี่ห้อ
ในพืชที่ได้เอ่ยไปเบื้องต้น
และยังมีอีกเยอะแยะมากมายที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงเพราะค่อนข้างเป็นที่นิยมและใช้กันมากจริงๆ  การค้นพบจิ๊บเบอเรลริค แอซิดครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น
เมื่อสมัยก่อนสงครามโลก โดยพบสารนี้อยู่ในเชื้อรา
และต่อมาก็ได้มีการพบสารนี้อีกในต้นพืช จึงจัดว่าเป็นสารฮอร์โมนพืชอย่างหนึ่ง  สารจิ๊บเบอเรลริค
แอซิดนี้เท่าที่มีการค้นพบมาตั้งแต่เริ่มแรกมาจนถึง ปัจจุบัน มี
65 ชนิด โดยแต่ละชนิดมีโครงสร้างและโมเลกุลคล้ายกัน
จึงเรียกชื่อแต่ละชนิดเหมือนกันหมดโดยมีตัวเลขต่อท้าย เช่น
GA1, GA2,
GA3……GA65 เป็นต้น ข้อมูลเพิ่มเติมหาอ่านได้ในหนังสือชื่อ
ฮอร์โมนพืชและสารสังเคราะห์ แต่งโดย อาจารย์พีรเดช  ทองอำไพ 
พิมพ์ครั้งที่
4 ปี 2537

เมื่อเรารู้ว่าสารจิ๊บเบอเรลริค
แอซิดนี้ก็มีอยู่ในพืชด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณยอดอ่อน
ก้านหรือช่อดอกของไม้เกือบทุกชนิด แต่ก้านช่อดอกไม้ที่ยาวใหญ่และหาง่าย
มีฮอร์โมนของจิ๊บเบอเรลริค แอซิดอยู่มากที่สุดก็ไม่น่าจะเป็นอะไรไปได้ นอกจาก
ดอกของกล้วยซึ่งก็คือ หัวปลี
และก้านของปลีที่ยืดยาวออกมานั่นเอง
อาจจะใช้ทั้งหัวปลีหรือก้านสุดแท้แต่ใครจะสะดวก
หรือบางท่านอาจจะเสียดายรอไว้ให้ตัดเครือออกไปเสียก่อนก็ได้นะครับ  วิธีทำก็สามารถใช้ทั้งปลี ก้านเครือ
(งวงหัวปลี) ใช้นำมาสับบดตำให้ละเอียดให้ได้
3 กิโลกรัม
หมักกับ กากน้ำตาล
1 กิโลกรัม และแอลกอฮอล์ล้างแผล 500 ซี.ซี.  และใช้ หินแร่ภูเขาไฟ
(สเม็คโตไทต์
, ไคลน็อพติโลไลท์, พูมิช)จับกลิ่นและก๊าซพิษอย่างแอมโมเนีย,
ก๊าซไฮโดรเย่นซัลไฟด์ และมีเทนเพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้สะดวก
ออกซิเจนมากขึ้น หมักทิ้งไว้
1 – 2 สัปดาห์คั้นเอากากออก
หลังจากนั้นปิดฝาเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นเดือนๆครับ นำไปฉีดพ่นใน ถั่ว ผักบุ้ง แตงกวา
ชะอม และองุ่น เพื่อยืดช่อ ยืดดอก ยืดก้าน ในอัตรา
10 – 20
ซี.ซี.ต่อน้ำ
20
ลิตรรับรองว่าได้ผลดีไม่แพ้เคมีสังเคราะห์ที่ขายในท้องตลาดแน่นอนครับ

คุณมนตรี 
บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com