วิธีการดูแลรักษา, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

ป้องกันโรคใบด่างลายที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ของ“เมล่อน “แบบปลอดสารพิษ

โรคใบด่างลายของเมล่อนที่เกิดจากเชื้อไวรัส
นับว่าเป็นโรคที่ระบาดแพร่หลายกว้างขวางและสร้างความเสียหายมากที่สุดโรคหนึ่ง
นอกจากนั้นยังพบว่าเชื้อชนิดเดียวกันนี้ยังสามารถเข้าทำลายพืช และผักอื่นๆ
โดยก่อให้เกิดโรคอย่างเดียวกันได้อีกมากมาย ทั้งพืชพวกใบเลี้ยงคู่
และใบเลี้ยงเดี่ยว ลักษณะอาการโรคใบด่างลาย
เชื้อจะเข้าทำลายต้นของเมล่อนและก่อให้เกิดอาการโรคได้ ทุกระยะการเจริญเติบโตในระยะกล้าหากเชื้อเข้าทำลาย
ตั้งแต่ระยะแรกจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโต
ใบจะเหี่ยวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและตายในที่สุด
ส่วนในต้นโตอาการที่เกิดจะเห็นได้ชัดที่ใบ คือ ใบจะมีขนาดเล็กลง ด่างลายหดย่น
ขอบใบม้วนลงด้านล่าง ต้นแคระแกร็น ปล้องระหว่างข้อที่ยังอ่อนจะหดสั้นไม่ขยายยาวออก
ใบที่ยอดจะ แตกออกเป็นฝอยเล็กๆใบแก่จะเหลืองและแห้งตาย
ส่วนลักษณะอาการของโรคที่ผลเมล่อน
จะเกิดอาการด่างลายสีเขียวซีดหรือขาวสลับกับจุดสีเขียวเข้ม
ผิวหรือเปลือกจะมีลักษณะขรุขระเป็นปุ่มปมคล้ายหูด
บางครั้งผิวเรียบไม่เกิดปุ่มปมแต่สีเขียวจะถูกทำลายหมด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ใบด่างลายของเมล่อน  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคใบด่างลายของเมล่อน  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคใบด่างลายของเมล่อนใบเหี่ยว 

สาเหตุโรค : Cucumber
mosaic virus (CMV) เชื้อไวรัสที่จัดอยู่ในกลุ่มของ CMV ที่พบในพืชพวกแตง มีคุณสมบัติเป็นผลึกโปรตีน (RNA 18.5%
และโปรตีนหุ้มอนุภาค 81.5%) มีรูปทรงกลม หรือเหลี่ยมที่มีด้านแบนหลายด้าน (
polyhedral)
ขนาดโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 28-30 nm มี thermal
inactivation point ระหว่าง 60?ซ. 80?ซ. และdilution
end point 1 : 10,000 เท่า
การติดและการระบาดของโรคเกิดขึ้นได้โดยน้ำคั้น จากการนำของแมลงต่างๆ หลายชนิด
แต่ที่สำคัญที่สุดได้แก่ เพลี้ยอ่อน ซึ่งพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 6-7 ชนิด
นอกจากแมลงแล้ว การสัมผัสจับต้องตลอดจนเครื่องมือกสิกรรมต่างๆ
ก็ทำให้เกิดการติดและการถ่ายทอดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ดีเช่นกัน

วิธีการป้องกันโรคไวรัส
ที่ทำให้เมล่อนเสียหาย
เป็นทื่ทราบกันดีว่าเชื้อโรคไวรัสยังไม่มียาที่รักษาได้หายขาย
ดังนั้นแนวทางป้องกันแบบชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ที่ได้ส่งอยู่ให้เกษตรกรที่ปลูกพืชต่างๆที่จะเป็นไวรัส
เช่น มะละกอ พริก เมล่อน แคนตาลูป
ใช้กันก็คือการทำให้พืชมีการสร้างภูมิต้านทานโรคที่ดี
จะทำให้โอกาสที่พืชจะป่วยเป็นไวรัสก็น้อยลง
ซึ่งการทำให้พืชมีภูมิต้านทานโรคที่ดีนั้น
ขั้นตอนแรกเลยเกษตรกรที่ปลูกเมล่อนต้องห้ามใช้สารเคมีที่เป็นยาฆ่าแมลงเด็ดขาด
ซึ่งการใช้ยาฆ่าแมลงนั้นจะมีผลโดยตรงต่อภูมิต้านทานโรคของพืช
ขั้นตอนต่อมาให้ใช้กลุ่มหินแร่ภูเขาไฟที่ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษส่งเสริมคือตัวพูมิชซัลเฟอร์
ใส่รองก้นหลุม หรือใช้ผสมดินปลูกเมล่อนตั้งแต่เริ่มปลูก(จะผสมดินในถาดเพาะกล้าก็ยิ่งดี)
และควรใส่พูมิชซัลเฟอร์เป็นประจำทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อเพิ่มซิลิก้าให้กับเมลอนมีภูมิ

ต้านทานโรคไวรัสยิ่งขึ้น
และควรฉีดพ่น ซิลิสิคแอซิค(สารสกัดซิลิก้าเข้มข้น)
ทางใบซึ่งสร้างความแข็งแรงแข็งแกร่งให้กับเซลล์พืช วิถีการดังที่กล่าวมา
ให้ทำการทดลองภาคสนามมาแล้วได้ผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจ
โรคไวรัสใบด่างในเมล่อนลงลงกว่า 80% เลยทีเดียว นับว่าเป็นข้อมูลที่น่าพอดี
เลยรีบนำมาบอกเล่าให้กับผู้ที่ปลูกเมล่อนได้ทราบ
เผื่อจะได้นำไปปรับใช้ในสวนเมล่อนของตัวท่านเองได้….

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 / ID LINE : tga001 สอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พูมิชซัลเฟ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ซิลิสิค แอซิด

เขียนและรายงานโดย : นายจตุโชค จันทรภูมี (นักวิชาการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

แนะนำติชม thaigreenagro@gmail.com