สมุนไพรชนิดหัว, สมุนไพร

ป้องกันรักษาอาการใบเหี่ยวเหลือง แง่งเน่า ของขมิ้นด้วยจุลินทรีย์และหินแร่ภูเขาไฟ

fiogf49gjkf0d

อาการใบเหี่ยวเหลือง
แง่งเน่า ของขมิ้น (
Wilt or rhizome rot) http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRNFZhsn-ce2Gh6e5CW5bQ-_ZMpxEaoyhQAUM3WVg0VWnIRFu0&t=1&h=199&w=140&usg=__4VTpPNQLHfbGWzilHodyA9A7DYw=http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRNFZhsn-ce2Gh6e5CW5bQ-_ZMpxEaoyhQAUM3WVg0VWnIRFu0&t=1&h=199&w=140&usg=__4VTpPNQLHfbGWzilHodyA9A7DYw=เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
Pseudomonas solanacearum  แพร่ระบาดได้ง่ายในสภาพแวดล้อมที่มี
อุณหภูมิค่อนข้างสูง ฝนตกชุก ซึ่งจะเข้าทำลายและอาศัยอยู่แบบข้ามฤดู
ซึ่งส่วนใหญ่เชื้อดังกล่าวจะติดมากับแง่งขมิ้นหรือหน่อที่ใช้ทำพันธุ์
โดยจะแสดงอาการในระยะเริ่มแรกหลังจากเชื้อเข้าทำลาย ใบแก่ที่อยู่ตอนล่างๆ จะเหี่ยว
ตกลู่ลง ต่อมาจะม้วนเป็นหลอดและเหลือง อาการจะค่อยๆ ลามจากล่างสูงขึ้นไปยังส่วนบน ต่อมาใบจะม้วน
เหลืองแห้งทั้งต้น บริเวณโคนต้นและหน่อที่แตกออกมาใหม่จะมีลักษณะช้ำฉ่ำน้ำ
ซึ่งต่อมาจะเน่าเปื่อยหักหลุดออกมาจากแง่งโดยง่าย แต่จะไม่มีกลิ่นเหม็น
เมื่อตรวจดูที่ลำต้นจะพบว่าส่วนที่เป็นท่อน้ำท่ออาหาร จะถูกทำลายเป็นสีคล้ำหรือน้ำตาลเข้ม
และมีเมือกของแบคทีเรียเป็นของเหลวสีขาวข้นคล้ายน้ำนมซึมออกมาตรงรอยแผลหรือรอยตัดของต้นหรือแง่งที่เป็นโรค
สำหรับแง่งจากต้นที่เพิ่งแสดงอาการโรคในระยะแรก หากนำขึ้นมาผ่าออกดู
จะพบรอยช้ำฉ่ำน้ำเป็นปื้นๆ โดยเฉพาะแง่งที่ยังอ่อน
ต่อมาอาการจะทวีความรุนแรงทำให้เนื้อเยื่อเปื่อยยุ่ยและสีคล้ำขึ้น
อาการเหล่านี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาพที่อากาศร้อนชื้น
ตั้งแต่เริ่มแสดงอาการจนทำให้ต้นหักพับตาย จะใช้เวลา
5-7 วัน เป็นอย่างช้า

fiogf49gjkf0d

kamin_20101118.gif

การควบคุมป้องกันรักษา

1. ตัดแต่งใบส่วนที่เป็นโรคออกประมาณ
20
30 เปอร์เซ็นต์ เว้นใบให้พืชได้สังเคราะห์แสง

2. กำจัดวัชพืชออกทำลายนอกแปลง
ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดิน เพื่อลดปริมาณความชื้นในแปลง

3. การป้องกันรักษากระทำได้
2 วิธี ทั้งทางดิน ทางใบหรือกระทำพร้อมๆ กัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น

3.1 วิธีควบคุมป้องกันทางดิน

– นำพูมิชซัลเฟอร์หว่านโรยรอบทรงพุ่มหรือแนวร่องบางๆ
ทุกๆ 1 เดือน เป็นไปได้ให้นำพูมิชซัลเฟอร์ 20 กิโลกรัมผสมร่วมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก
50 กิโลกรัมและเชื้อไตรโคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัม
หว่านปรับสภาพดินก่อนเพาะกล้าทุกครั้ง  เพื่อป้องกันกำจัดเชื้อราในดินอีกทางหนึ่งด้วย

– นำเชื้อไตรโคเดอร์ม่า
40 กรัม (2 ช้อนแกง) หมักร่วมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัมน้ำเปล่า 15
ลิตร ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงก่อนนำมาผสมน้ำเปล่าหรือน้ำที่ละลายพูมิชซัลเฟอร์ ประมาณ
200 ลิตร ร่วมกับจุลินทรีย์หน่อกล้วย 400 ซีซี.และโพแทสเซียมฮิวเมท 30 กรัม
แล้วราดรดบริเวณทรงพุ่มหรือแนวร่องทุกๆ 15 วันครั้ง
หรืออาจจะปล่อยผ่านท่อน้ำหยดหรือสปริงเกอร์ก็ได้ นานวันละ10 -15 นาที

3.2 วิธีควบคุมป้องกันทางใบ

– ใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า
40 กรัม (2 ช้อนแกง) ร่วมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม น้ำเปล่า 15
ลิตร หมักทิ้งไว้ 6 ชั่วโมง ก่อนผสมน้ำเปล่าหรือน้ำที่ละลายพูมิชซัลเฟอร์ (พูมิชซัลเฟอร์
20 กิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ปล่อยให้ตกตะกอนนานประมาณ 15 นาทีหรือน้ำใส )  200 ลิตร ร่วมกับไคโตซาน
MT 50 ซีซี. ซิลิโคเทรช 100 กรัม และม้อยเจอร์แพล้นหรือสารจับใบ 20 ซีซี.
ก่อนนำไปฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบใต้ใบอย่างชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำทุกๆ 10-15 วันครั้ง

 

มิตรเกษตรท่านใดสนใจสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680-2) หรือคุณเอกรินทร์  ช่วยชู (081-3983128) หรืออาจติชมผ่านทาง  
email : thaigreenagro@gmail.com

เขียนและรายงานโดย
นายเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
www.thaigreenagro.com

วันที่
18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เสนอแนะติชม
email : thaigreenagro@gmail.com