โรคแมลงศัตรูพืช, อื่นๆ

ป้องกันกำจัดปลวก ด้วยจุลินทรีย์ฟอร์แทรน ปลอดภัยไร้สารพิษ

fiogf49gjkf0d

เรื่องราวที่ผู้เขียนจำนำเสนอในบทความตอนนี้ก็คือเรื่อง
ปลวก ที่ชอบระบาดในช่วงฤดูฝนพร้องทั้งวิธีป้องกันกำจัดด้วยวิธีปลอดสารพิษ
ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนแล้วสิ่งที่เราต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นคือการที่
ปลวกจะเข้ามาผสมพันธุ์และใช้พื้นที่ในบ้านของเราในการสร้างรังของมัน
ปลวกเป็นแมลงสังคมเพราะภายในรังจะมีการแบ่งออกเป็นวรรณะต่างๆ
ซึ่งเราก็ได้รู้จักปลวกในแต่ละวรรณะกันแล้วในคราวก่อน
ในครั้งนี้เรามารู้ถึงวงจรชีวิตของปลวกกันเพื่อเป็นการเพิ่มความเข้าใจ
เกี่ยวกับการดำรงชีพของปลวกและเพื่อเป็นการป้องกันกำจัดได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง ขึ้น
เริ่มจากปลวกตัวเต็มวัยจะมีปีกหรือที่เรารู้จักกันว่า
แมลงเม่าเราจะพบแมลงเม่ามากในช่วงต้นฤดูฝน
(พฤษภาคม-มิถุนายน) หรืออีกช่วงหนึ่งจะเป็นช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์
ถ้าในช่วงดังกล่าวมีฝนตกผิดฤดู ช่วงดังกล่าวจะมีปริมาณความชื้นสูง
จึงเป็นระยะที่เหมาะกับการผสมพันธุ์เราจึงสามารถพบเห็นแมลงเม่าได้มากในระยะดังกล่าว

แมลงเม่าเป็นปลวกทั้งเพศผู้และเพศเมียที่ไม่เป็นหมัน
เมื่อบินออกจากรังจะจับคู่กันแล้วจะสลัดปีกทิ้ง
จากนั้นจะพากันไปหาสถานที่ที่เหมาะสมในการที่จะเป็นรังใหม่ของมันต่อไปนั่นคือที่ที่มีความชื้นสูงและมีอาหารคือไม้อยู่อย่างพอเพียง
ขั้นตอนการผสมพันธุ์เริ่มจากเพศเมีย
ซึ่งเป็นราชินีปลวกจะชูส่วนท้องและปล่อยกลิ่นฟีโรโมนเพศ
ทำให้ปลวกราชาเคลื่อนที่เข้าไปหาและเริ่มการผสมพันธุ์
เมื่อสร้างรังเสร็จตัวเมียจะเริ่มวางไข่ในระยะต่อมาภายในระยะเวลา
1 เดือน การวางไข่ครั้งแรกจะมีจำนวนน้อยประมาณ 10 ฟองหรือมากกว่า ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนออกมาภายในเวลาหลายสัปดาห์
โดยปลวกรุ่นแรกจะเป็นปลวกงานและปลวกทหาร
ในระยะแรกตัวอ่อนจะได้รับอาหารจากปลวกราชินีโดยการกินมูลและอาหาร
ซึ่งทำให้ปลวกได้รับโปรโตซัวและแบคทีเรีย
ต่อมาส่วนท้องของปลวกราชินีจะขยายใหญ่ขึ้นจะเริ่มวางไข่อีกและจะเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนไม่ได้
ในครั้งนี้จะเป็นการผลิตปลวกงานและปลวกทหารให้เพิ่มขึ้น ในระยะ
3-4 ปีต่อมาราชินีจึงวางไข่เพื่อผลิตวรรณะสืบพันธุ์ชุดแรก (primary reproductive) สำหรับตัวราชาปลวกจะมีรูปร่างขยายขึ้นกว่าเดิมไม่มากนัก
จะคอยอยู่ใกล้ๆ กับตัวนางพญาปลวกเพื่อทำการผสมพันธุ์เพียงอย่างเดียว

 

ปัญหาเรื่อง ปลวกที่มักก่อกวนและสร้างความรำคาญใจให้กับมนุษย์เราในทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย
ไร่นา สวนป่า สวนยาง ฯลฯ
ปัจจุบันได้มีหลายหน่วยงานทั้งรัฐบาลและเอกชนได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือแก้ไขบรรเทาแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเหล่านั้นอยู่บ้าง
แต่วิธีการรักษาและป้องกันกำจัดส่วนมากจะยังคงใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเสียป็นส่วนใหญ่ทำให้ไม่ได้รับความปลอดภัยทั้งคน
สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม เพราะอาจจะมีสารพิษตกค้างก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง
ๆ ตามมาอีกมากมาย เชื้อจุลินทรีย์เมธาไรเซียม หรือชื่อการค้าที่ชมรมฯจำหน่ายคือ
ฟอร์แทรน นั้นเกิดจากการค้นพบโดยบังเอิญของผู้ที่

 

ศึกษาวิจัยและเพาะเห็ดยุคบุกเบิกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ที่ได้ทำการทดลองและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเห็ดโคนว่าทำไมถึงได้เจริญเติบโตและขึ้นได้เฉพาะที่จอมปลวกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
หลังจากที่ได้ขุดจอมปลวกเพื่อศึกษาโครงสร้างและระบบนิเวศน์ของรังปลวก
ได้สังเกตเห็นว่าทุก ๆ จอมปลวกที่ร้างไปนั้น จะมีเชื้อราเขียวที่ชื่อว่า
เมธาไรเซียม อยู่ที่รักเก่าร้างนั้นทุกครั้งไป
ทำให้เกิดการศึกษาค้นคว้าวิจัยพัฒนาตามมาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการกำจัดปลวกอยู่ในปัจจุบัน

 

คุณวัฒนา คนไว อยู่บ้านเลขที่85 หมู่ 9 ต.บ้านเอื้อง อ.เมือง จ.ลำปาง
ซึ่งก็มีปัญหาเรื่องปลวกในสวนและบริเวณรอบ ๆ บ้านอยู่ด้วยเหมือนกัน
แต่จะใช้วิธีการป้องกันรักษาแบบปลอดสารพิษโดยการนำ เชื้อจุลินทรีย์ เมธาไรเซียม
ไปใช้ทดแทนการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง
เพราะเกรงว่าจะได้ผลกระทบจากสารพิษที่ตกค้างจนอาจจะทำให้เกิดพิษภัยและโรคต่าง ๆ
ที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมาในภายหน้า วิธีการใช้โดยนำเชื้อจุลินทรีย์ฟอร์แทรน
ผสมน้ำราดเทลงไปในรังปลวก โดยก่อนที่จะทำการราดรดจุลินทรีย์กำจัดปลวก ฟอร์แทรน
ลงไปนั้น ได้นำเหล็กแหลมทิ่มตำลงไปในรังปลวกหลาย ๆ ครั้งเสียก่อน
เพื่อจะได้ทำให้เชื้อฟอร์แทรน สามารถซึมซาบ ผ่านเข้าไปจนทั่วรังปลวกอย่างรวดเร็ว
ระยะเวลาการใช้ คุณวัฒนา จะใช้เชื้อจุลินทรีย์ฟอร์แทรน เพียงเดือนละครั้ง
อัตราการใช้ไม่แน่นอนแล้วแต่ขนาดรังหรือตามความพอใจเสียเป็นส่วนใหญ่
หลังจากที่ได้ใช้ไปผลปรากฏว่าปลวกตายยกรัง และก็จะกลับมาสร้างรังใหม่ภายใน
1 เดือน โดยวัตถุประสงค์ของคุณวัฒนา
บอกว่าจะไม่ฆ่าปลวกให้ตายทีเดียวทั้งหมด
แต่จะใช้วิธีการควบคุมประชากรปลวกแทนโดยควบคุมไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป
เพราะว่าต้องการที่จะเลี้ยงปลวกไว้ให้กินพวกเศษไม้เศษต่าง ๆ ในสวนของตนเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับเจ้าหน้าที่ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

 โทร.02-9861680-2 หรือคุณจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 (ผู้เขียน)

 

เขียนและรายงานโดย

นายจตุโชค จันทรภูมี (นักวิชาการ)