จุลินทรีย์, ดิน, คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ปุ๋ยเคมี….ใช้อย่างไรไม่ให้ดินเสีย!

เนื่องด้วยกระแสเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัยหรือเกษตรปลอดสารพิษ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับคำถามความสงสัยในอีกหลายเรื่อง ๆ ตามมาเกี่ยวการรูปแบบการผลิตเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดสารพิษ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือเรื่องของการใช้ปุ๋ยเคมีว่า ควรจะใช้หรือไม่? ใช้แล้วเป็นอันตรายไหม? ใช้แล้วจะมีสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคหรือเปล่า อื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่งถ้าเป็นเกษตรกรมืออาชีพมีประสบการณ์ยาวนาน ก็อาจจะพอเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นเกษตรกรมือใหม่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องเหล่านี้อาจจะสร้างความสับสนได้ง่าย เนื่องด้วยการอธิบายขยายความในเรื่องนี้ยังมีไม่แพร่หลาย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับยาเคมีหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช คือมองภาพกว้าง ๆ บางคนก็คิดว่า ปุ๋ยเคมี กับ สารเคมีกำจัดโรคและศัตรูพืชนั้นน่าจะคล้าย ๆ กัน…ซึ่งความจริงไม่ใช่อย่างนั้น!

ปุ๋ยเคมีนั้นจัดเป็นอาหารของพืชที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโต โดยปรกติในท้องตลาดจะมีขายกันในสูตรที่หลากหลาย ทั้ง 46-0-0, 21-0-0, 15-0-0, 18-46-0, 8-24-24, 0-0-60, 25-7-7 ฯลฯ ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย บางบริษัทก็มีการใส่เสริมเติมจุลธาตุอย่าง แคลเซียม โบรอน แมกนีเซียม และก็เพิ่มราคาตามไปด้วย เพื่อให้ปุ๋ยของบริษัทตนมีความแตกต่างหรือมีคุณภาพที่ดีกว่า….แต่ทั้งหมดทั้งปวงของปุ๋ยเคมี….ก็จะไม่มีสารพิษตกค้าง จะค่อยๆ ย่อยสลายกลายเป็นอาหารให้แก่สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน์ในท้ายที่สุด

ส่วนสารเคมีกำจัดโรคศัตรูพืชและวัชพืชนั้น ถือว่าเป็นสารอันตราย มีพิษรุนแรง เฉียบพลัน ถ้าใช้อย่างไม่ถูกวิธี ก็สามารถทำให้เกษตรกรหรือผู้ที่ฉีดพ่นนั้นเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ ดังที่เป็นข่าวอยู่ในห้วงช่วงขณะนี้ การใช้สารเคมีภาคการเกษตรที่มีพิษรุนแรง ตกค้าง ดูดซึม อยู่ตามแหล่งน้ำ ผืนดิน และผลผลิต ทำให้ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภคได้รับอันตราย ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นา ๆ ในบั้นปลายท้ายชีวิต ทำให้สูญเสียเงินตราในการรักษาและงบประมาณของประเทศชาติ ไม่นับรวมเงินตราที่ต้องน้ำเข้าวัตถุอันตรายเหล่านี้ด้วยก็มากมายมหาศาล

กลับมาที่ปุ๋ยเคมีนั้นคืออาหารพืช ซึ้งมีธาตุหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุเสริม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิ้ล ไทเทเนียม ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารพืช เพียงแต่ปรุงแต่งมาให้พร้อมใช้งาน มีความเข้มข้นสูง ใช้แล้วเห็นผลเร็วมากกว่าการใช้ปุ๋ยหรืออาหารจาก ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและแร่ภูเขาไฟ แต่มีข้อเสียตรงที่ถ้าใช้เพียว ๆ เดี่ยว ๆ มาอย่างยาวนาน จะทำให้ระบบนิเวศน์ขาดสมดุล คือ ดินจะแน่นแข็ง มีกรดและด่าง ที่ทำให้เกิดปัญหาดินเปรี้ยว-ดินด่างตกค้าง สิ่งมีชีวิต จุลินทรีย์ ไส้เดือน มัยคอร์ไรซ่า แอทติโนมัยซีทต่าง ๆ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ก่อให้เกิดปัญหาดินเสื่อม ใส่ปุ๋ยแล้วพืชไม่เจริญเติบโต

วิธีการใช้ปุ๋ยเคมีให้เกิดประสิทธิภาพสูงและไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือ การใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ฮิวมัส ฮิวมิค และหินแร่ภูเขาไฟ จะช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพต่อการใส่ปุ๋ยดีขึ้นอย่างโดดเด่นและที่สำคัญคือไม่ก่อให้เกิดดินแน่น ดินแข็ง ดินดาน และดินเสื่อม พี่น้องเกษตรกรที่สนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายวิชาการ 029861680 – 2 นะครับ

มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *