ปุ๋ยและฮอร์โมน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ปุ๋ยเคมีคือธาตุอาหารไม่ใช่สารพิษอันตราย

fiogf49gjkf0d



เมื่อพูดถึงปุ๋ยเคมีหลายๆคนก็มักเข้าใจว่าเป็นสารเคมีที่เป็นพิษ
ถึงแม้จะทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตงอกงาม ผลผลิตเพิ่มขึ้น
ผลผลิตที่ได้ตรวจสอบก็ไม่พบสารพิษอันตราย ซึ่งถือว่าอาหารที่ได้ก็ปลอดภัยต่อบริโภค
แต่ก็ยังถูกโจมตีติติงว่าคุณภาพที่ไม่ดี รสชาดไม่อร่อยต่างๆนานา
สู้ผลผลิตที่ได้จากการปลูกโดยอาศัยปุ๋ยอินทรีย์ล้วนๆไม่ได้
ปลุกกระแสทำให้เกษตรกรที่ไม่รู้ไม่เข้าใจเกิดความสับสน
ก็จริงอยู่ที่ปุ๋ยเคมีเป็นเคมีชนิดหนึ่งแต่เป็นเคมีที่ไม่เป็นอันตราย
ให้คุณประโยชน์มากกว่าโทษต่อดินและผลผลิตของพืช

ปุ๋ยเคมีเป็นธาตุอาหารพืชที่มีปริมาณสารเข้มข้นเมื่อเทียบกับปุ๋ยอินทรีย์
ที่สำคัญเมื่อหว่านลงดินก็สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารอย่าง
NH+4, NO-3, H2PO-4, K+ ให้ละลายอยู่ในน้ำในดินพร้อมที่จะให้รากพืชดูดกินได้ทันที
สังเกตได้จากการตอบสนองของพืชต่อปุ๋ยเคมีจะรวดเร็วและทันต่อจังหวะความต้องการ
ส่งผลต่อการเจริญเติบโตเร็วและการเพิ่มของผลผลิต
ปุ๋ยเคมีจะตอบโจทย์ได้ดีเห็นผลชัดเจนต่อเมื่อดินขาดธาตุอาหารหรือเป็นกรด-ด่างเสื่อมสภาพไม่สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้
ต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ที่ต้องรอให้จุลินทรีย์ ไส้เดือน
ย่อยสลายก่อนจึงจะสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้
ขบวนการย่อยสลายจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความชื้น ออกซิเจน
และอุณหภูมิในดินว่าเหมาะสมเอื้อต่อขบวนการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิตอย่างจุลินทรีย์หรือไม่
ต้องใช้ในอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับปุ๋ยเคมี หว่านปุ๋ยอินทรีย์
1-4 ตัน/ไร่ เทียบเท่ากับใช้ปุ๋ยเคมีเพียง 50 กก./ไร่

จะเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์ต่างก็ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ทำให้พืชผักใบเขียวสด กรอบ มีแร่ธาตุสูงขึ้น
หรือทำให้อ้อยมีเปอร์เซ็นต์น้ำตาลสูงขึ้น
หรือทำให้มันสำปะหลังมีปริมาณแป้งที่มากขึ้น
หรือทำให้หญ้าอาหารสัตว์มีโปรตีนที่สูงขึ้น หรือแม้แต่การออกดอกติดผลเร็วทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้นานขึ้น
ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมีจะเกิดผลเสียต่อพืชก็ต่อเมื่อใช้ไม่ถูกต้อง
เดาสุ่มไม่สอดคล้องกับความต้องการของดินและพืชที่ปลูก จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยเคมีต่างก็มีข้อเด่น ข้อด้อย เกษตรกรผู้ใช้ต้องมีความรู้เรื่องปุ๋ยพอสมควร
จึงจะสามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สอบถามข้อมูลวิชาการเพิ่มเติมได้ที่
02-9861680-2 หรือผู้เขียน (081-3983128)


เขียนและรายงานโดย
: คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
 
www.thaigreenagro.com

วันที่ 1 ตุลาคม 2557 เสนอแนะติชมได้ที่ email :
thaigreenagro@gmail.com

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *