ปุ๋ยและฮอร์โมน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ปุ๋ยยูเรียที่ชาวนาไม่ได้เป็นดินระเบิด

NULL

          ในระยะที่มีการปล้นดินระเบิดจากโรงโม่หินที่ปิดร้างมีคำที่ใช้ กล่าวถึงดินระเบิดว่าปุ๋ยยูเรียคำนี้ใช้กันบ่อยครั้งมาก ประเทศไทยก็มีสมาคมเคมี สมาคมวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่พบการชี้แจงเรื้องนี้ ผู้อ่านข่าววิทยุและโทรทัศน์หลายช่องต่างก็อ่านข่าวนี้ แม้ผู้อ่านข่าวที่จบแพทย์ก็ตาม แสดงให้เห็นว่าการเสนอข่าวนั้นขาดการ กรอง ในที่สุดมีข่าวเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งประกาศว่า กองทัพบกไม่มีหน้าที่ควบคุมปุ๋ยยูเรีย ซึ่งก็ถูกต้องเพราะปุ๋ยยูเรียนั้นควบคุมโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างไรก็ตามข่าวการปล้นปุ๋ยยูเรีย ข่าวดินระเบิดปะปนกัน ทำให้เกษตรกรต้องการความมั่นใจว่าปุ๋ยยูเรียที่ใช้ในไร่นาของตนนั้นจะไม่มีการระเบิดขึ้น

fiogf49gjkf0d

          ที่จริงถ้าตามภาพข่าวใกล้ชิดจะเห็นว่า ขณะที่ผู้อ่านข่าวอ่านว่า ยูเรีย นั้น ภาพในทีวีเป็นกระสอบของแอมโมเนียมไนเตรท บริษัทที่เกี่ยวข้องก็เป็นบริษัทไทยไนเตรท ไม่ใช่กระสอบยูเรียของผู้ขายปุ๋ยยูเรีย ซึ่งมีมากมายหลายบริษัท สิ่งที่เหมือนกันอย่างเดียวคือ ทั้งสองอย่างนี้สามารถให้ปุ๋ยไนโตรเจนแก่พืช ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ แอมโมเนียมไนเตรทมีสูตร NH4N0 3 เมื่อละลายน้ำแล้ว N0 3 จะถูกพืชนำไปใช้ได้เร็ว ปกติแอมโมเนียมไนเตรทนั้นไม่ได้ขายแก่เกษตรกรไทย เกษตรกรไทยใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในรูปของปุ๋ยเดี่ยว เช่น Calcium Nitrate = แคลเซียมไนเตรท = Ca (NO3)2 หรือ 15-0-0 ซึ่งมีไนโตรเจน 15% หรือแอมโมเนียมซัลเฟต = (NH4)2 S04 หรือ 21-0-0 ซึ่งลักษณะเม็ดปุ๋ยคล้ายเม็ดน้ำตาลทรายบางคนจึงเรียกว่าปุ๋ยน้ำตาลทราย


          ปุ๋ยยูเรียนั้นไม่ระเบิด ชาวนาเก็บปุ๋ยยูเรียไว้ใช้ได้โดยไม่ต้องกลัว แต่อย่าให้เปียกฝน เก็บไว้ในที่แห้ง ปุ๋ยยูเรียมีไนโตรเจน 46% เขียนสูตรว่า 46-0-0 เขียนสูตรเคมี NH2-00-NH2 แต่ควรให้พืชได้รับปุ๋ยอื่น ๆ ด้วย เช่น ธาตุหลักและธาตุรอง ธาตุเสริมตัวอื่น ๆ รวมทั้งควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ด้วย ปุ๋ยยูเรียนั้นมนุษย์ก็ผลิตเองทุกวัน คือน้ำปัสสาวะ (ยูรีน) เวลาปลดปล่อยก็คือยูรีเนท เมื่อแตกตัวก็จะให้แอมโมเนีย มีกลิ่นฉุน แสบจมูก.



ที่มา : ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ. ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน.