ปุ๋ยและฮอร์โมน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ปุ๋ยที่มีผลเสียต่อความแข็งแรงของพืช

NULL

          การใช้ปุ๋ยสำหรับพืชหากเป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเศษพืชต่าง ๆ จะเป็นลักษณะคล้าย ๆพืชดูดปุ๋ยอะไรออกมาจากดิน พอใส่ปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งคือ ปุ๋ยเศษพืชกลับคืนสู่ดิน ดินก็กลับได้แร่ธาตุอย่างสมบูรณ์ พืชที่มีความแข็งแรงเวลาใส่ปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไนโตรเจน ปุ๋ยนี้จะทำให้พืชโตเร็ว แม้จุลินทรีย์ในดินก็โตเร็ว แต่การเพิ่มจำนวนตัวจุลินทรีย์ในดินนั้นอาศัยไนโตรเจนจากปุ๋ยและใช้ธาตุคาร์บอนจากปุ๋ยอินทรีย์ จึงทำให้เศษพืชและอินทรียวัตถุในดินถูกย่อยสลายรวดเร็ว พืชไม่ค่อยชอบดินเนื้อแข็งกระด้าง

fiogf49gjkf0d

          แต่เกษตรกรก็นิยมใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพราะทำให้พืชเจริญเติบโตเร็ว บางครั้งเรียกปุ๋ยเร่ง เช่น 46-0-0, ปุ๋ย 21-0-0, หรือปุ๋ย 15-0-0 เป็นต้น ที่จริงพืชเจริญเติบโต พืชใช้แร่ธาตุทุกตัว ทั้งธาตุหลัก ธาตุรองและธาตุอาหารเสริม โดยดึงออกจากเนื้อดิน ดินปลูกพืชที่ใส่อาหารธาตุอย่างไม่สมดุลนี้ ครั้งแรก ๆจะไม่ค่อยแสดงอาการอะไรว่าผิดสังเกต แต่ถ้าทำไปบ่อย ๆครั้ง แร่ธาตุที่ถูกดูดไปหมด จะส่งผลให้ลูกพืชรุ่นหลังแม้โตเร็วแต่ก็อ่อนแอ ซึ่งจะติดเชื้อโรค ( เช่น เชื้อรา, ใบไหม้ )ได้ง่าย แพ้เพลี้ยต่าง ๆ ที่มีอาการใบหงิกงอได้ง่าย ในกรณีข้าวกำลังเป็นโรคใบไหม้ต้องหยุดการใส่ปุ๋ยเดี่ยวไนโตรเจนขณะนั้น


          ที่จริงหากเตรียมการล่วงหน้า ใช้ปุ๋ยละลายช้าทำเอง โดยยกตัวอย่างใช้ปุ๋ย 14-9-20 หรือ 14-14-21 จำนวน 50 กก.พรมน้ำพอชื้น ใส่ซิลิโคเทรซ 50 ช้อนแกง ( 500 กรัม = ครึ่งกิโลกรัม) คลุกเคล้าครั้งแรก ใส่ภูไมท์ซัลเฟตถุงเหลือง 20 กก. คลุกเคล้าอีกครั้ง ใช้ปุ๋ยนี้เป็นปุ๋ยแทนปุ๋ยเดิม พืชจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม เพราะไนโตรเจนค่อย ๆ ละลาย และมีซิลิคอนช่วยพืชแข็งแกร่งขึ้น


ที่มา : ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ. ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน.