การเกษตร, ข่าวเกษตร

ปี 54 เดินหน้า72 โครงการอันเนื่องฯ

fiogf49gjkf0d

นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่า 

fiogf49gjkf0d

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานความช่วยเหลือ
พสกนิกรของพระองค์หลังจากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
เพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมามีเป็นจำนวนมาก

สำนักงาน
กปร.มีหน้าที่ในการสนองพระราชดำริประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อการดำเนินการในการสนองพระราชดำริ
พร้อมกันนี้ก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบฎีกาที่ขอพระราชทานความช่วยเหลือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาทั้งในเรื่องของแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน
เป็นหลักสำคัญ โดยเบื้องต้น สำนักราชเลขาธิการจะมีหนังสือแจ้งมายังสำนักงาน
กปร.
ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบข้อเท็จจริงของฎีกาที่ขอพระราชทาน
จากนั้นสำนักงาน กปร.
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการตรวจสอบข้อมูลและสรุปผลการให้ความช่วย
เหลือตามข้อเท็จจริงเสนอสำนักราชเลขาธิการ
เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพิจารณา
และเมื่อเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของราษฎร
จึงทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นสำนักงาน กปร.
จึงได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและรับไว้อยู่ในความรับผิดชอบในโครงการอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ
พร้อมกับได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมสนองพระราชดำริ
พร้อมกับจัดทำแผนโครงการและดำเนินการตามพระราชดำริต่อไป

สำหรับในปี 2554
มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มาจากฎีกาของราษฎรในพื้นที่ทั่วทั้ง
ประเทศถึง 72 โครงการ ประกอบด้วย โครงการขุดลอกแหล่งน้ำและก่อสร้างแก้มลิง
จำนวน 15 โครงการ ก่อสร้างฝายและฝายน้ำล้น จำนวน 20 โครงการ
ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 8 โครงการ ซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำและฝาย
จำนวน 2 โครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ จำนวน 4 โครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ จำนวน
3 โครงการ ก่อสร้างสะพานจำนวน 1 โครงการ ก่อสร้างระบบประปา จำนวน 10
โครงการ ก่อสร้างแนวคลื่นป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งจำนวน 2 โครงการ
แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตรและป้องกันอุทกภัย จำนวน 5 โครงการ
ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลและสระน้ำ จำนวน 4 โครงการ
และก่อสร้างถนนเข้าหมู่บ้านจำนวน 2 โครงการ

“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มาจากฎีกาทั้งหมดนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
และทางสำนักงาน กปร.
ได้จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการเพื่อก่อสร้าง
ให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่วางไว้ต่อไป” นายเฉลิมเกียรติกล่าว

เลขาธิการ กปร.กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงสนพระราชหฤทัยในด้านการส่งเสริมการเกษตร
การพัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างยิ่ง
พระราชกรณียกิจของพระองค์ที่เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับด้านการเกษตร และการชลประทาน
เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่าราษฎรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและค่อนข้างอยู่ในฐานะ
ยากจน พระองค์จึงทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม
และช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรของชาติเป็นสำคัญ
ดังที่ราษฎรไทยได้พร้อมกันถวายพระเกียรติว่า “กษัตริย์เกษตร”

“พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตร และชลประทาน
เป็นพระราชกรณียกิจที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อชาติไทย
และประชาชนไทยเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศ
เกษตรกรรม ประชาชนไทยประมาณร้อยละ 80 เป็นเกษตรกร
และส่วนมากก็เป็นชาวนาชาวไร่ หรือเป็นเกษตรกรที่ยากจน
ปัญหาด้านความเดือดร้อนของราษฎรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับการถวาย
ฎีกามาอย่างต่อเนื่องนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร
และการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจในประเทศ
จึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการส่งเสริมและพัฒนาด้านเกษตรกรรมในทุก
แขนงอย่างจริงจัง และให้นำมาใช้กับกิจกรรมด้านการเกษตรและปัจจัยอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอย่างถูกต้องสมบูรณ์
และครบวงจรทุกขั้นทุกตอนตลอดมา” นายเฉลิมเกียรติ กล่าว.

tidtangkasey@dailynews.co.th

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันที่ 21 กรกฎาคม 2554

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *